บีทีเอส แฉพิรุธ รฟม. ส่อมิชอบด้วยกฎหมาย
จากกรณีการล้มประมูลรถไฟฟ้าสายสีส้ม และล่าสุด รฟม.ประกาศเดินหน้าประมูลอีกครั้ง ล่าสุดบีทีเอส ได้รวบรวมเอกสารมาแฉข้อพิรุธของคณะกรรมการคัดเลือกตามมาตรา 36 และ รฟม. ที่ส่อมิชอบด้วยกฎหมาย
หลังจาก การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย หรือ รฟม.ออกมาเปิดเผยว่า ศาลปกครองกลาง ได้สั่งจำหน่ายคดีที่ถูกฟ้องการปรับแก้ไขเกณฑ์ประมูลรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงบางขุนนนท์–มีนบุรี (สุวินทวงศ์) หลังมีการยกเลิกการประมูลและถอนอุทธรณ์ ซึ่งจะเดินหน้าเปิดประมูลรถไฟฟ้าสายสีส้มโดยใช้เกณฑ์ใหม่
นายสุรพงษ์ เลาหะอัญญา กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การพิจารณาในกระบวนการศาลยังคงอยู่ เพราะศาลปกครองกลาง ได้จำหน่ายคดีไปบางส่วนเท่านั้น รวมถึงยังมีคดีที่ศาลได้นัดฟังคำสั่งในชั้นตรวจฟ้อง ในวันที่ 15 มีนาคม 2564 อยู่แล้ว พร้อมกับส่งหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี ให้ตรวจสอบด้วย
ขณะที่ พ.ต.อ.สุชาติ วงศ์อนันต์ชัย ที่ปรึกษา ประธานกรรมการ บมจ.บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ บอกว่า ได้ตรวจสอบพบความผิดปกติของการดำเนินการประมูลในหลายข้อ เช่น ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ หรือ สคร. ยื่นหนังสือให้ รฟม.จนกระทั่งเกิดการเปลี่ยนแปลงหลักเกณฑ์ แต่ข้อเท็จจริง สคร.ไม่มีหน้าที่ในการส่งเรื่องให้แก่ รฟม.พิจารณา หากมีปัญหาควรส่งเรื่องให้คณะกรรมการนโยบาย เพราะมีเพียงอำนาจในการเห็นชอบร่าง แต่ไม่มีอำนาจในการแก้ไขร่าง ดังนั้นการจะส่งหนังสือไปที่ไหนต้องอ้างตัวบทกฎหมายรองรับด้วย
อีกหนึ่งข้อพิรุธ คือ เมื่อหนังสือดังกล่าวถูกส่งมาจากเอกชน ถึง รฟม.ใช้เวลาเพียง 16 วัน ในการเปลี่ยนแปลงเกณฑ์ทั้งหมด ทั้งที่เกณฑ์เดิมถูกศึกษามาด้วยงบประมาณระดับร้อยล้าน กลับถูกฉีกทิ้งเพราะเอกสารข้อกล่าวอ้างเพียง 1 หน้าครึ่งเท่านั้น
พ.ต.อ.สุชาติ ย้ำว่า เมื่อดูข้อกฎหมายแล้ว ไม่มีกฎหมายมาตราใดให้อำนาจในการเปลี่ยนแปลงข้อกำหนดของ รฟม.เลย ยกเว้นในกรณีเดียว คือไม่มีเอกชนรายใดมายื่นประมูล รวมถึงต้องยื่นให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาก่อน แต่กรณีรถไฟฟ้าสายสีส้มมีเอกชนร่วมประมูลจำนวนมาก ทั้งยังไม่เคยเสนอให้ ครม.พิจารณา
นอกจากนี้ ผู้แทนจากสำนักงบประมาณเป็นหนึ่งในคณะกรรมการคัดเลือก ได้ออกมาคัดค้าน หลักการประเมินข้อเสนอการคัดเลือกเอกชน เนื่องจากอาจเป็นการเพิ่มภาระงบประมาณแผ่นดิน
ถัดมาคือตั้งแต่มีปัญหา ประธานคณะกรรมการคัดเลือกตามมาตรา 36 ไม่เคยออกมาให้สัมภาษณ์ใดๆ ซึ่งอาจส่อนัยแอบแฝงที่กลัวการตรวจสอบหรือไม่ รวมถึงการเปิดรับฟังความคิดเห็นจากภาคเอกชนที่ผ่านมา รฟม.ไม่เคยเปิดเผยว่า มีเอกชนรายใด ใครแสดงความคิดเห็นไปบ้าง ถ้าหากแสดงความคิดเห็นไปแล้ว ก็แสดงว่าเกณฑ์การตัดสินใหม่ ไม่ถูกรับไปพิจารณาตั้งแต่ต้น กลับกันหากไม่ได้เสนอความคิดเห็นไป ก็แปลได้ว่า มาโต้แย้งภายหลังช่วงเวลาเปิดรับฟังความคิดเห็น
ทั้งนี้ ทางผู้บริหาร บีทีเอส ย้ำว่า ต้องต่อสู้เพื่อเรียกร้องความถูกต้องและชอบธรรม สำคัญที่สุด คือ วันนี้ประเทศไทยยังต้องพึ่งการลงทุนจากต่างประเทศ หากการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐขาดธรรมาภิบาลเช่นนี้ อาจเป็นความเสียหายใหญ่หลวงต่อระบบการจัดซื้อจัดจ้าง การร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชนในอนาคต
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB