งดเล่นน้ำสงกรานต์ สูญเงิน 3 หมื่นล้าน
หลังจากรัฐบาลงดจัดกิจกรรมเล่นสาดน้ำและกิจกรรมต่าง ๆ ที่มีการรวมตัวของประชาชนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปีนี้ ทำให้คาดว่า ยอดการจับจ่ายใช้สอย หรือยอดเงินสะพัดจะลดลงไปกว่า 3 หมื่นล้านบาทจากช่วงสงกรานต์ปกติ
นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีและประธานที่ปรึกษามหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า จากการที่รัฐบาลงดจัดกิจกรรมเล่นสาดน้ำและกิจกรรมต่าง ๆ ที่มีการรวมตัวของประชาชน หลังเกิดการระบาดของโควิด-19 รอบใหม่ย่านบางแค ธนบุรี กรุงเทพ มหานคร ซึ่งน่าจะส่งผลต่อบรรยากาศในการท่องเที่ยว โดยคาดว่าในช่วงดังกล่าวน่าจะมีการจับจ่ายใช้สอยประมาณ 1.1 แสนล้านบาท ซึ่งเท่ากับว่าลดลง 30,000 ล้านบาท หรือประมาณ 10-20 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับช่วงสงกรานต์ปกติของปีก่อนที่แล้วซึ่งมีเงินสะพัดประมาณ 1.4 แสนล้านบาท ส่งผลทำให้อัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจหรือจีดีพีลดลง 0.1-0.2 เปอร์เซ็นต์
ด้าน นายสง่า เรืองวัฒนกุล นายกสมาคมผู้ประกอบธุรกิจถนนข้าวสาร เปิดเผยว่า หลังทางภาครัฐประกาศให้ งดเล่นน้ำ ในช่วงเทศกาลสงกรานต์วันที่ 13-15 เมษายนนี้ เชื่อว่าจะทำให้นักท่องเที่ยวเดินทางมาเที่ยวถนนข้าวสารลดลง โดยคาดว่าจะมีท่องเที่ยวมาอยู่ที่ประมาณวันละ 10,000 คน และมีเงินสะพัดในถนนข้าวสารประมาณวันละ 10 ล้านบาท ซึ่งหากรวม 3 วัน จะมีเงินสะพัดเพียง 30 ล้านบาทเท่านั้น แตกต่างจากช่วงปกติที่ไม่มีการแพร่ระบาดของโควิด-19 จะมียอดเงินสะพัดอยู่ที่วันละ 100 ล้านบาท ถือว่าปัญหาของโควิด-19 ทำให้ยอดเงินสะพัดบนถนนข้าวสารหายไปกว่า 80%
ทั้งนี้ หลังประกาศไม่มีการจัดให้เล่นน้ำทางถนนข้าวสารคงจะเป็นรูปแบบจุดแลนด์มาร์คให้คนถ่ายภาพ พร้อมกับขบวนแห่รถบุปผชาติ ทดแทนการเล่นน้ำ ขณะที่การตั้งจุดตรวจและจุดคัดกรองยังคงมีเหมือนเช่นทุกปีที่ผ่านมา โดยในปีนี้จะห้ามจำหน่ายปืนฉีดน้ำในพื้นที่ และห้ามนำปืนฉีดน้ำเข้าพื้นที่ด้วยเช่นกัน
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB