อนาคต "มัคคุเทศก์อาชีพ" อาจหายจากภาคท่องเที่ยว 30% หลังเจอพิษโควิดลากยาวข้ามปี
ผลพวงจากการท่องเที่ยวที่ทรุดหนักจากพิษโควิด-19 เกือบสองปีที่ กลุ่มมัคคุเทศก์อาชีพ ได้รับผลกระทบไปเต็มๆ จากบริษัททัวร์ และคาดว่าแม้สถาการณ์จะคลี่คลาย มัคคุเทศก์อาชีพ ทักษะสูงจะหายไปจากอาชีพนี้ถึง 30% ขณะที่การท่องเที่ยวคงจะไม่ได้กลับมาแบบเต็มรูปแบบในเร็ววัน
นายวิโรจน์ สิตประเสริฐนันท์ นายกสมาคมมัคคุเทศก์อาชีพแห่งประเทศไทย ให้สัมภาษณ์กับ พีพีทีวี ช่อง 36 นิวมีเดีย ถึง อนาคตของมัคคุเทศก์และอนาคตของการท่องเที่ยวไทยหลังจากเปิดประเทศ อาจยังไม่เป็นเหมือนเดิม และคาดว่ากลุ่มมัคคุเทศก์อาชีพที่มีประสบการณ์สูงและทักษะความสามารถด้านภาษาจะหายไปจากระบบ 30%
มัคคุเทศก์ ที่มีความเชี่ยวชาญด้านภาษาอย่างสเปน ฝรั่งเศส อิตาลี เยอรมัน ขณะเดียวกัน คนรุ่นใหม่หลายคนแม้มีทักษะทางภาษาแต่น้อยคนจะเลือกวงการมัคคุเทศก์เป็นอาชีพหลักส่วนใหญ่มาอบรมให้ได้บัตรไว้สำหรับทำเป็นอาชีพเสริม
สำหรับการท่องเที่ยวไทย คาดว่ากลางปี 2565 การท่องเที่ยวจะเริ่มกลับมาแต่จะไม่เท่าช่วงก่อนโควิด-19 ระบาด และจะเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวระดับไฮเอนท์ นักธุรกิจที่พาครอบครัวเดินทางมาพักผ่อน โดยจุดหมายปลายทางจะมุ่งตรงไปทางภาคใต้ เช่น ภูเก็ต เป็นส่วนใหญ่
การท่องเที่ยวจะค่อยเป็นค่อยไป ไม่พรวดพราดแบบปกติ (ก่อนช่วงโควิด-19) ในระยะยาวถ้าทุกอย่างปกติ ก็มองว่าจะเป็นการเที่ยวแบบกรุ๊ปทัวร์ ยังไม่ถึงขนาดจะเดินทางมาเที่ยวเองทั้งหมดและเป็นนักท่องเที่ยวกลุ่มกระเป๋าหนัก
เนื่องจากต้องยอมรับว่าผลพวงจากโควิด-19 ไม่เพียงจะทำให้วิถีชีวิต ความเป็นอยู่เปลี่ยนไปแต่ยังสร้างผลกระทบต่อสภาพเศรษฐกิจ กระทบต่อรายได้ หลายประเทศมีคนตกงาน อัตราการว่างงานเพิ่มขึ้น ได้รับการเยียวยาจากภาครัฐ เพราะฉะนั้นการที่นักท่องเที่ยวระดับกลางจะเดินทางเที่ยวอาจจะยังไม่ใช่ในระยะใกล้ๆ นี้ รวมถึงความไม่แน่นอนของสถานการณ์การแพร่ระบาดในแต่ละประเทศว่าจะมีระลอก 4 ระลอก 5 จะมาอีกหรือไม่
ประกอบกับ ตัวแปรสำคัญคือ "วัคซีน" ไม่ว่าจะเป็นประสิทธิภาพในการป้องกันโรคที่ยังไม่แน่นอนไปจนถึงอัตราการฉีดให้ประชากรที่ยังมีเพียงไม่กี่ประเทศที่ฉีดวัคซีนได้ตามเป้าหมายคลอบคลุมประชากรของประเทศ รวมถึงไทยเองที่เป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางอันดับโลกของนักเดินทางก็ยังฉีดวัคซีนได้ไม่คืบหน้าเท่าที่ควร
ประเทศที่พร้อม ฉีดครบปลอดภัย นักท่องเที่ยวกลุ่มนั้น อาจจะยังไม่อยากไปประเทศที่ยังไม่ปลอดภัยหรือยังไม่สามารถฉีดวัคซีนได้ตามเป้าหมายคลอบคลุมประชากร ประเทศไทยโชคดีที่มีแหล่งท่องเที่ยว มีความสวยงามทางธรรมชาติติดอันดับโลกในแทบภาคใต้ เพราะฉะนั้นมองว่าในช่วงแรกหากเป็นการท่องเที่ยวไทยภาควใต้จะเริ่มได้ก่อน ส่วนจุดหมายอื่นๆ เช่น กทม. พัทยา จะคาดว่ายังมีจำนวนน้อย เพราะที่ผ่านมาส่วนใหญ่เป็น ชาวจีน ชาวเอเชีย
ยื่นหนังสือฉีดวัคซีน เตรียมความพร้อมเปิดการท่องเที่ยว
ในส่วนของการฉีดวัคซีนในกลุ่มมัคคุเทศก์ ล่าสุด สมาคมฯ ยื่นหนังสือ ถึงนายสาธิต ปิตุเดชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณะสุข ขอให้ จัดสรรวัคซีนสำหรับฉีดให้กับมัคคุเทศก์และผู้ที่ปฎิบัติหน้าที่ทางด้านการท่องเที่ยวที่ต้องทำหน้าที่ใกล้ชิดติดตัวนักท่องเที่ยวเพื่อส่งเสริมแผนการเปิดประเทศเพื่อตอนรับนักท่องเที่ยว โดยมีการลงชื่อเพื่อลงทะเบียนรอรับวัคซีนแล้วประมาณพันกว่าคน ซึ่งจากนี้คงต้องรอว่าจะมีความคืบหน้า นัดหมายวันไปรับวัคซีนเมื่อไหร่ และสถานที่ใด ต่อไป
ที่ผ่านมา "มัคคุเทศก์ช่วยเหลือตัวเอง" วอนตั้งกองทุนช่วยเหลือด้านสินเชื่อต่อลมหายใจ
ไกด์นำเที่ยว ผันตัวค้าขาย หนีพิษโควิด-19
โควิดระลอกใหม่ซ้ำเติมอาชีพมัคคุเทศก์
เมื่อสอบถามถึงความเดือดร้อน และ ผลกระทบ คุณวิโรจน์ยอมรับว่า เมื่ออาชีพมัคคุเทศก์ผูกติดอยู่กับผู้ประกอบการบริษัททัวร์ แน่นอนว่าเมื่อทัวร์หายไป มัคคุเทศก์ ก็ย่อมต้องได้รับผลกระทบโดยตรงประมาณ 35,000 คน หลายคนผันตัวเองไปเป็น พ่อค้า แม่ค้า ทำอาชีพเสริมตามความถนัด ทางสมาคมฯ มีการช่วย เช่น จัดหาพื้นที่ขายของตามสถานที่ต่างๆ เช่น ศูนย์การค้า
โดยในช่วงแรกๆ ของการแพร่ระบาดปี 2563 ก็ยังสามารถมาทดแทนได้ เนื่องจากผลกระทบยังไม่มาถึงพนักงานบริษัท พนักงานประจำ ลูกจ้างในประเทศ แต่เมื่อสถานการณ์ลากยาวข้ามปี การระบาดในประเทศเพิ่มขึ้น การค้าขายไม่ได้เหมือนก่อน เงินทุนก็เริ่มร่อยหรอลง ประกอบกับข้อจำกัดในการเข้าถึงแหล่งเงินกู้ สินเชื่อรายย่อยต่างๆ ทำให้หลายคนเริ่มมีความเดือดร้อน
สมาคมฯ จึงมีข้อเสนอต่างๆ ไปยังภาครัฐ เช่น
1.ตั้งกองทุนการท่องเที่ยวให้กลุ่มผู้ประกอบการและไกด์นำเที่ยวให้สามารถกู้เงินกับรัฐบาลได้โดยตรงโดยไม่ผ่านสถาบันการเงิน
2.ตั้งงบประมาณ จัดอบรมให้ไกด์สอนเรื่องภาษา กับหน่วยงานหรือบุคคลที่สนใจ โดยมีเบี้ยเลี้ยง ค่าอาหารและค่าเดินทางให้
เป็นต้น
มัคคุเทศก์เป็นอาชีพเดียวในสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยในลักษณะของลูกจ้าง ดังนั้น เวลาเดือดร้อนผู้ประกอบการส่วนใหญ่จะเรียกร้องเรื่องของเงินทุน สินเชื่อสำหรับผู้ประกอบการต่างๆ แต่ในส่วนของมัคคุเทศก์จึงไม่สามารถทำได้ เพราะอยู่ในส่วนของอาชีพส่วนบุคคล ไม่ใช่ผู้ประกอบการ
ดังนั้น แนวทางการตั้งกองทุนการท่องเที่ยวให้กลุ่มผู้ประกอบการและไกด์นำเที่ยวให้สามารถกู้เงินกับรัฐบาลได้โดยตรงโดยไม่ผ่านสถาบันการเงิน จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกเพราะจะทำให้มัคคุเทศก์สามารถมีเงินทุนในต่อลมหายใจ ในอีกช่วงก่อนเปิดประเทศ โดยคุณวิโรจน์เสนอว่า อาจจะใช้บัตรมัคคุเทศก์ บัตรผู้นำเที่ยว เป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันได้
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB