ผลไม้ไทยยังฮิต 7 เดือนแรกส่งออกผลไม้สดและแปรรูปทะลุ 1.3 แสนล้านบาท
ผลไม้ไทยเป็นสินค้ายอดฮิตในตลาดโลก ทุเรียน มังคุด มะพร้าว มะม่วง และลำไย ยอดส่งออกพุ่งลิ่ว หลายประเทศแห่นำเข้า ทำ 7 เดือนแรกยอดขายพุ่งเกือบร้อยละ 50
ผลไม้ไทยทั้งจากภาคเหนือ ภาคใต้ และภาคตะวันออก ได้รับความนิยมจากผู้บริโภคในประเทศจีน อินเดีย และ อีกหลายประเทศทั้งในทวีปอเมริกา ยุโรป เอเชีย จนไทยสามารถส่งออกผลไม้ไปต่างประเทศในช่วง 7 เดือนแรกของปี 2564 คิดเป็นมูลค่าสูงกว่า 1.31 แสนล้านบาท ถือว่าเติบโตเกือบร้อยละ 50 กระทวงพาณิชย์จึงเดินหน้าเจรจาจับคู่ธุรกิจเพื่อส่งออกผลไม้ทั้งแบบสดและแปรรูป รวมทั้งเดินหน้าเปิดพื้นที่ขายในต่างประเทศเพื่อให้ผู้บริโภครู้จักผลไม้ไทยมากขึ้น
นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า 7 เดือนแรกปีนี้ยอดการส่งออกผลไม้สดและผลไม้แปรรูปมีมูลค่าสูงถึง 131,166 ล้านบาทขยายตัวเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 48.31 และเป้าหมายในปีนี้ทั้งปีตั้งเป้าหมายว่าจะส่งออกผลไม้เพื่อทำรายได้เข้าประเทศให้ได้ไม่ต่ำกว่า 180,000 ล้านบาท ขยายตัวไม่ต่ำกว่าร้อยละ 30โดยงานสำคัญในการส่งเสริมการส่งออกผลไม้เพื่อทำรายได้เข้าประเทศประกอบด้วย 4 งานใหญ่ คือ
1.กิจกรรมจัดคู่เจรจาทางการค้าออนไลน์ OBM หรือ Online Business Matching
2.กิจกรรมการส่งเสริมการขายการบริโภคผลไม้ในห้างสรรพสินค้าและตลาดสำคัญในต่างประเทศ
3.กิจกรรมการจัด Thai Fruits Golden Months หรือเดือนทองของการบริโภคผลไม้ไทยในประเทศต่างๆ
4.กิจกรรมขายผลไม้ผ่านแพลตฟอร์มต่างๆโดยเฉพาะแพลตฟอร์มสำคัญในระดับโลก เช่น bigbasket.com ของอินเดีย และ Tmall ของจีน
“ตัวอย่างของความสำเร็จ เช่น การจัด Thai Fruits Golden Months ในประเทศจีนซึ่งช่วง 7 เดือนที่ผ่านมาได้จัดไปแล้วใน 8 เมือง ประกอบด้วย หนานหนิง ไห่หนาน ฉงชิ่ง ชิงต่าว เซี่ยงไฮ้ เฉิงตู ต้าเหลียน และฝอซาน สามารถทำได้ถึง 15,466 ล้านบาท และยังมีแผนงานที่เหลืออีก 5 เมืองคือ เซี่ยเหมิน หนานชาง คุนหมิง อู่ฮั่น และหนานหนิง ซึ่งคาดว่าจะทำรายได้ไม่ต่ำกว่า 5,000 ล้านบาท รวมแล้วเฉพาะการจัด Thai Fruits Golden Monthsในจีน 13 เมืองทำรายได้เข้าประเทศไม่ต่ำกว่า 20,000 ล้านบาท”
สำหรับงาน OBM หรือ จับคู่เจรจาทางการค้าซื้อขายผลไม้ดำเนินการ 2 ส่วน ส่วนที่หนึ่งการส่งเสริมการจับคู่ซื้อขายผลไม้ของภาคตะวันออกของประเทศไทยมีการจัดกิจกรรมจับคู่ไปแล้วเมื่อวันที่ 24-25 มีนาคมที่ผ่านมา มี สามารถเจรจาซื้อขายได้ถือ 392 คู่ 2,276 ล้านบาท ประเทศนำเข้าสำคัญที่จับคู่นำเข้าผลไม้กับไทยประกอบด้วย จีน ญี่ปุ่น ฟิลิปปินส์ ฮังการี อินเดีย รัสเซียและสหรัฐอเมริกา โดยผลไม้ Top 5 ที่เจรจาจนประสบความสำเร็จประกอบด้วย ทุเรียน มะม่วง มะพร้าว สับปะรดและมังคุด
ส่วนการจับคู่เจรจาซื้อขายผลไม้ในภาคใต้กับภาคเหนือ วันที่ 22-23 กรกฎาคม เจรจาประสบความสำเร็จ 257 คู่ มูลค่า 1,865 ล้านบาท ผู้นำเข้าประกอบด้วยจีน เมียนมา อินเดีย ฮ่องกงและกัมพูชา ผลไม้สำคัญประกอบด้วยมะพร้าว สับปะรด มะม่วง ลำไย
ล่าสุดการเจรจาจับคู่ซื้อขายผลไม้ภาคตะวันออก ภาคใต้และภาคเหนือสามารถทำยอดได้ถึง 4,141 ล้านบาท มีการประกาศการจับคู่ที่กำหนดการส่งมอบที่เป็นรูปธรรมแล้วจำนวน 21 คู่ เป็นเงินซื้อขายจริงที่จะชำระ 2,394 ล้านบาท เป็นผู้ส่งออกของไทย 21 บริษัทผู้นำเข้า 21 บริษัทจาก 16 ประเทศประกอบด้วยอินเดีย ลาว เมียนมา สิงคโปร์ จีน ฮ่องกง ญี่ปุ่น สเปน เกาหลี ไต้หวัน อินโดนีเซีย อาร์เจนตินา กัมพูชา ยูเออีและมาเลเซีย ผลไม้สำคัญประกอบด้วย ทุเรียน มะม่วง ลำไย มังคุดและมะพร้าว
รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรี มอบนโยบายให้พาณิชย์จังหวัด และ ทูตพาณิชย์ ที่ช่วยเจรจาจับคู่เพื่อระบายผลไม้ที่ยังเหลืออยู่ โดยเฉพาะลำไยภาคเหนือและลองกองที่กำลังจะออกตามมา จับคู่กันระหว่างเซลล์แมนจังหวัด และ ขอให้ทีมเซลล์แมนประเทศประจำสำนักงานพาณิชย์ในต่างประเทศทั้งหมดที่เข้าร่วมประชุมให้เร่งหาตลาดระบายพลไม้เพิ่มเติม และให้วางแผนล่วงหน้าเชิงรุก ทางไทยให้เตรียมการผลิตผลไม้คุณภาพและทีมเซลล์แมนในต่างประเทศให้นำออกไปขายให้ทั่วถึง คือนอกจากจังหวัดต่อจังหวัดแล้วยังให้เป็นภารกิจจังหวัดกับโลกต่อไปด้วย
ส.ผู้ค้าปลีกไทย ชง 7 มาตรการ เปิดห้างก.ย.นี้
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB