ทำความเข้าใจ ภาษี e-Service กับ 5 กลุ่มธุรกิจที่ต้องจ่าย
เริ่มใช้กฎหมาย e-Service โดยกรมสรรพากร เก็บ VAT 7% จากแพลตฟอร์มดิจิทัลต่างชาติ อาจมีบางธุรกิจขึ้นราคาค่าบริการ
นับเป็นครั้งแรกในประเทศไทย กับกฎหมายการจัดเก็บภาษี e-Service ซึ่งเป็นการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ในอัตรา 7% ต่อปี โดยกรมสรรพากร จะจัดเก็บจากผู้ประกอบการแพลตฟอร์มออนไลน์ต่างชาติ ที่ให้บริการทางออนไลน์แก่ผู้ใช้บริการในประเทศไทย และมีรายได้เกินกว่า 1.8 ล้านบาท/ปี
ทำไมประเทศไทยต้องมี ภาษี e-Service
เพื่อสร้างความเป็นธรรมในการแข่งขันระหว่างผู้ประกอบการไทยกับผู้ให้บริการแพลตฟอร์มต่างชาติ และเป็นการเพิ่มรายได้ให้กับประเทศ คาดว่าจะมีรายได้เพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่า 5,000 ล้านบาทในปีงบประมาณ 2565
5 กลุ่มธุรกิจแพลตฟอร์มดิจิทัลจากต่างประเทศ ที่ต้องเสียภาษี e-Service
-กลุ่มธุรกิจให้บริการแพลตฟอร์มสำหรับขายของออนไลน์ (อีคอมเมิร์ซ) เช่น Amazon, Ebay
-กลุ่มธุรกิจให้บริการจองโรงแรมที่พักและการเดินทาง เช่น Agoda, Airbnb, Booking.com
-กลุ่มธุรกิจให้บริการโฆษณาออนไลน์ เช่น Facebook, YouTube, Google
-กลุ่มธุรกิจให้บริการเป็นตัวกลางระหว่างผู้ซื้อผู้ขาย เช่น Grab, Uber
-กลุ่มธุรกิจให้บริการสมาชิกดูหนังฟังเพลงออนไลน์ เกม และแอปพลิเคชันต่างๆ เช่น Netflix, Spotify, Zoom
ผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับผู้บริโภค
ส่วนความกังวลว่า จะกระทบต่อผู้บริโภคคนไทยหรือไม่ ก็ต้องขึ้นอยู่กับการแข่งขัน นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ อธิบดีกรมสรรพากร ระบุว่า ในบางประเทศ แพลตฟอร์มไม่ได้ผลักภาระภาษีไปให้ผู้ใช้บริการ เนื่องจากไม่ได้มีผู้ให้บริการเพียงแพลตฟอร์มเดียว
แต่ในกรณีที่การให้บริการบางประเภทที่มีแพลตฟอร์มที่ให้บริการไม่กี่ราย ก็อาจจะผลักภาระไปให้กับผู้ใช้บริการ
ภาษี e-Service ในต่างประเทศ
ในหลายประเทศ มีการจัดเก็บภาษีลักษณะนี้เช่นกัน อย่างประเทศในยุโรป เก็บในอัตรเฉลี่ย 21% เอเชีย เฉลี่ย 15% ขณะที่สิงคโปร์เก็บในอัตรา 7% เท่ากับไทย
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB