ทบทวนกรอบหนี้สาธารณะ เพิ่มเป็นร้อยละ 70 ต่อจีดีพี เพื่อลดอุปสรรครัฐกู้เงินเพิ่ม
นายกฯ นั่งหัวโต๊ะ มีมติทบทวนกรอบสัดส่วนหนี้สาธารณะต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศให้เป็นไม่เกินร้อยละ 70 เพิ่มขึ้นจากเดิมร้อยละ 10 ขณะที่ปัจจุบันหนี้สาธารณะต่อจีดีพีอยู่ที่ร้อยละ 55.59
วันนี้ (20 กันยายน 2564) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินการคลังของรัฐ โดยมี นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เข้าร่วมประชุม ต่อมาที่ประชุมมีมติ
เห็นชอบให้มีการทบทวนกรอบสัดส่วนหนี้สาธารณะต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) จากเดิมที่กำหนดไว้ ต้องไม่เกินร้อยละ 60 เป็น ต้องไม่เกินร้อยละ 70
เพื่อเป็นการเพิ่มพื้นที่ทางการคลังให้กับรัฐบาล และไม่เป็นอุปสรรคหากรัฐบาลมีความจำเป็นต้องกู้เงินเพื่อดำเนินนโยบายการคลังในระยะปานกลาง โดยยังคงมีความสามารถในการชำระหนี้อยู่ในเกณฑ์ดี
ซึ่งการทบทวนกรอบสัดส่วนการบริหารหนี้สาธารณะในครั้งนี้เป็นไปตามความในมาตรา 50 แห่ง พระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 2561 ที่กำหนดให้มีการทบทวนสัดส่วนต่างๆ อย่างน้อยทุก 3 ปี
อย่างไรก็ตาม เมื่อตรวจสอบเว็บไซต์สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ พบว่า ตามการรายงานหนี้สาธารณะของประเทศ ณ สิ้นเดือน ก.ค. 2564 มียอดหนี้จำนวน 8,909,063.78 ล้านบาท หรือร้อยละ 55.59 ของจีดีพี
ซึ่งถ้าไปดูในรายละเอียด พบว่า สำหรับหนี้สาธารณะเดือน ก.ค. 2564 เกือบร้อยละ 90 เป็นการกู้โดยตรงของรัฐบาลอยู่ที่ 7,836,723.70 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดือน มิ.ย. 2564 ที่ 7,760,488.76 ล้านบาท
ในส่วนนี้เป็นหนี้ที่รัฐบาลกู้โดยตรง จำนวน 7,071,423.29 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้า และเป็นการกู้เงินภายใต้ พ.ร.ก. โควิด-19 จำนวน 817,726.05 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้า อยู่ที่ 752,726.05 ล้านบาท รวมถึงเป็นการกู้เงินเพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณ
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB