ชำแหละรายได้"ชาวนา"ในวันที่ข้าวราคาตกต่ำ
ปัญหาราคาข้าวตกต่ำ เป้นปัญหาใหญ่ที่เกษตรกรทั่วประเทศกำลังเผชิญ แม้รัฐบาลจะมีนโยบายประกันราคาข้าวออกมาช่วยเหลือ แต่พบว่าการจ่ายเงินในหลายพื้นที่ล่าช้า และแม้ว่าจะจ่ายเงินไปให้ชาวนา ก็พบว่า เงินที่ได้ อาจไม่ได้ช่วยทำให้ชาวนามีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น หลายคนเริ่มคิดว่าอาจจะหยุดปลูกข้าวเพื่อหันไปทำอาชีพอื่นก่อน
สภาพทุ่งนาที่อ.บางน้ำเปรี้ยว จ.ฉะเชิงเทรา ตอนนี้อยู่ระหว่างที่ชาวนากำลังฉีดยาเพื่อคลุมดิน ก่อนที่จะหว่านข้าวในฤดูการเก็บเกี่ยวถัดไปในอีก 2 สัปดาห์ข้างหน้ นายเสรี มัดตอเฮด หนึ่งในชาวนาอ.บางน้ำเปรี้ยว ที่ทำหน้าที่เป็นเลขาสมาคมการค้าเครือข่ายชาวนาไทย พาทีมข่าวเดินดูนาข้าว ซึ่งตอนนี้กำลังจะเริ่มหว่านข้าวรอบใหม่
นายเสรี บอกว่าเมื่อวานชาวนาที่นี่เพิ่งได้รับเงินประกันรายได้จากรัฐบาล แต่เงินที่ได้ ก็อาจไม่ได้ทำให้ชีวิตสบายขึ้น เพราะ เดือนนี้ชาวนาต้องจ่ายหนี้ธกส. และ กำลังต้องลงทุนการปลูกข้าวรอบใหม่
นายเสรี แจกแจงรายได้ให้ฟังว่า ปลูกข้าวรอบนี้ เขาขายข้าวได้ 9.5 ตัน ได้เงินมาประมาณ 63,650 บาท เฉลี่ยขายได้ตันละแค่ 6,700 บาท จากปกติจะขายได้ ตันละไม่ต่ำกว่า 9,000 บาท
ส่วนเงินประกันรายได้ รัฐบาลให้เขา 1,969 บาท ข้าว 9.5 ตัน นายเสรี ได้เงินประกันรายได้ รวม 18,705 บาท รวมปลูกข้าวรอบนี้เขามีรายได้ 82,355 บาท
ส่วนรายจ่าย นายเสรี กู้เงินจากธกส.มาทำนา 100,000 บาท ต้องจ่ายดอกเบี้ยต่อปี 10,000 บาท ค่าปุ๋ย ค่ายาฆ่าแมลง ค่าน้ำมัน ค่าเตรียมแปลงนาค่าแรงหว่ายปุ๋ย ฉีดยาและค่าอื่นๆ รวมการปลูกข้าวรอบนี้ เขามีรายจ่าย 46,500 บาท หักลบกลบหนี้ เหลือเงิน 35,855 บาท ซึ่งระยะเวลาปลูกข้าว 1 รอบ เฉลี่ยอยู่ที่ 120 วัน (4 เดือน) ถ้าเทียบรายได้เป็นเงินเดือน เฉลี่ย 1 เดือน นายเสรี ได้เงิน แค่ 8,963 บาท
จากสถิติปี 2563 อ.บางน้ำเปรี้ยว ถือเป็นอำเภอที่มีการทำนามากที่สุดในประเทศไทย แต่ล่าสุดชาวนาหลายคนพูดคุยกันว่า หากราคาข้าวต่ำแบบนี้ ฤดูการรอบหน้า ชาวนาหลายคน อาจจะไม่ทำนาแล้ว เพราะ แม้ว่ารัฐบาลจะออกมาตรการช่วยเหลือ แต่นายเสรี บอกว่า ชาวนาส่วนใหญ่มองว่า มาตรการไม่ได้เอื้อประโยชน์ให้ แต่เป็นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเท่านั้น
สถานการณ์ที่ชาวนาเผชิญ กลับมาตรการที่รัฐบาลออกมารองรับ ไม่ได้เอื้อให้ชาวนาสามารถพัฒนาสายพันธุ์ข่าวได้ พันธุ์ข้าวที่ชาวนาปลูกมีหลายสายพันธุ์ แต่ข้าวเปลือกเจ้าที่ได้ราคาดี มักจะมีอายุการปลูกยาวนานถึง 130 วัน ทำให้เพื่อนชาวนาบางคนแอบเอาสายพันธุ์ข้าวจากประเทศเพื่อนบ้านมาปลูก ซึ่งใช้ระยะเวลาสั้นกว่า 1 เดือน
ด้าน รศ.สมพร อิศวิลานนท์ นักวิชาการอาวุโส สถาบันคลังสมองของชาติ ให้ความเห็นว่า นโยบายประกันรายได้เกษตรกรที่เพาะปลูกข้าว ถูกใช้หาเสียง และเป็นนโยบายที่ทั้งนักการเมืองและชาวนาชื่นชอบ เพราะ เป็นนโยบายตรงไปตรงมา จ่าย-จบแต่ส่วนตัวอ.สมพร มองว่า เป็นนโยบายที่ไม่ยั่งยืน เปรียบเสมือนแช่แข็งเกษตรไม่ให้ต่อยอดต่อจากอาชีพ
รศ.สมพร ย้ำว่าสิ่งสำคัญตอนนี้ประเทศไทยยังไม่มีตลาดกลางข้าว ทำให้ต้องอิงจากราคาที่รัฐบาลประกาศ หากเกษตรกรขายข้าวได้ราคาต่ำมาก เพดานส่วนต่างระหว่างราคาขายกับราคาอ้างอิงที่รัฐประกาศจะสูงขึ้น ทำให้รัฐต้องจ่ายส่วนต่างให้เกษตรกรเยอะขึ้น คาดการณ์ว่าเป็นแบบนี้ต่อไปไม่ถึง 10 ปี นโยบายต้องล้มลง
ส่วนสาเหตุหลักของราคาข้าวตกต่ำครั้งนี้ มาจากเหตุการณ์น้ำท่วม ตัวความชื้นที่เพิ่มขึ้น 1% ทำให้ราคาตกลง 5,000-6,000 บาท
สำหรับภาพรวมการส่งออกข้าวของประเทศไทยปีนี้ รศ.สมพรให้ข้อมูลว่าในเวลา 9 เดือน ส่งออกไปแล้วจำนวน 3.82 ล้านตัน หากเวลาที่เหลืออีก 3 เดือน ได้ 5 แสนล้านตัน จะรวมเป็น 5.3 ล้านตัน แสดงให้เห็นว่าลดลงทั้งจำนวนและมูลค่า แสดงให้เห็นว่าไทยสู่ภาวะถดถอยของวงการข้าว
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB