สิบล้อไม่พอใจรัฐบาล เตรียมเคลื่อนไหวอีก
ตอนนี้ทุกคนกำลังจับตา และรอผลการประชุมคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง( กบน.) ซึ่งมีการหารือกันวันนี้ เรื่องการลดราคาขายปลีกน้ำมันดีเซล ว่าจะลด 1-2 บาท หลังจากมติคณะรัฐมนตรี ให้ลดภาษีสรรพสามิต ลง 3 บาทต่อลิตร เป็นเวลา 3 เดือน
คณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ที่มีนายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เป็นประธาน ประชุมร่วมกันตลอดทั้งวัน จนกระทั่งถึงช่วงเย็นยังไม่มีมติออกมา ขณะที่หลายฝ่ายกำลังติดตามว่าจะมีการประกาศลดภาษีดีเซลลงในราชกิจจานุเบกษาเมื่อไหร่ ซึ่งหลังจากประกาศในราชกิจจาฯ แล้ว ราคาน้ำมันดีเซลก็จะปรับลดลง คาดกันว่าจะประกาศในเร็วๆ นี้
สำหรับการประชุมกบน.วันนี้ 17 ก.พ. 2565 ที่ประชุมพิจารณาหลายปัจจัย โดยเฉพาะสถานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่ติดลบต่อเนื่อง 18,000 ล้านบาท ทำให้กระทรวงพลังงานไม่สามารถลดราคาขายปลีกดีเซลได้ 3 บาท โดยคาดว่าจะลดราคาน้ำมันประมาณ 2 บาทต่อลิตร และอีก 1 บาท จะไปช่วยพยุงกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่ปัจจุบันติดลบประมาณ 18,000 ล้านบาท เพราะรัฐบาลยังต้องใช้เงินกองทุนน้ำมันดูแลทั้งก๊าซหุงต้ม (แอลพีจี) ที่ตรึงราคาไว้ถังละ 318 บาทต่อถัง และอุดหนุนราคาดีเซล ไม่ให้เกิน 30 บาทต่อลิตร
นายอภิชาติ ไพรรุ่งเรือง ประธานสหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า การลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลครั้งนี้ ยังไม่ตรงตามเป้าหมายตามข้อเรียกร้องของทางสหพันธ์ เพราะตอนแรกเข้าใจว่าการลดภาษี จะทำให้ราคาน้ำมันดีเซลขายปลีกลดลงตามด้วย แต่รัฐบาลยังคงเพดานตรึงราคาน้ำมันดีเซลอยู่ที่ 30 บาทต่อลิตรเหมือนเดิม และการที่รัฐบาลลดภาษีน้ำมันดีเซล แค่ 3 เดือน คือ ถึงเดือนพฤษภาคม 2565 ถือเป็นระยะเวลาที่น้อยเกินไป ต้องลด 6 เดือนถึง 1 ปี
ดังนั้นทางสหพันธ์การขนส่งทางบกฯ ยังคงเดินหน้าเรียกร้องเรื่องราคาน้ำมันต่อไป ซึ่งทางสหพันธ์จะมีการแถลงข่าวข้อเรียกร้องใหม่ในวันที่ 19 หรือ 20 กุมภาพันธ์นี้ พร้อมกันนี้อยากให้รัฐบาลดูแลเรื่องราคาขายปลีกน้ำมันกลุ่มเบนซินและแก๊สโซฮอล์ด้วย เนื่องจากราคาขายปลีกปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งกระทบต่อประชาชนด้วยเช่นกัน โดยตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา ราคาเบนซินและแก๊สโซฮอล์ ปรับขึ้นมาแล้ว 4 บาท 40 สตางค์ต่อลิตร
ขณะที่ นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ขอวอนกลุ่มผู้ขับรถบรรทุกและกลุ่มผู้ใช้เบนซิน ขอให้เข้าใจว่ารัฐบาลจะต้องพิจารณามาตรการต่าง ๆ อย่างรอบคอบ เพื่อใช้งบประมาณที่มีอยู่อย่างจำกัดให้เกิดประโยชน์ให้มากที่สุด และขอยืนยันรัฐบาลพร้อมดูแลให้ความช่วยเหลือทุกฝ่ายอย่างเท่าเทียม โดยยึดประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนเป็นหลัก
โดย ขอให้กลุ่มผู้ขับรถบรรทุกและกลุ่มผู้ใช้เบนซินเข้าใจถึงสภาวการณ์ของราคาน้ำมันในตลาดโลกด้วย ซึ่งเป็นไปตามกลไกตลาด ขอให้ทุกฝ่ายทุกคนมีความสามัคคีร่วมกันก้าวผ่านสถานการณ์นี้ไปด้วยกัน หากทุกคนไม่สามัคคีกัน ยังไม่หยุดเรียกร้องเพื่อประโยชน์ของตัวเอง จะทำให้เกิดความเสียหาย กระทบต่อเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศไทย
ขณะที่นายลวรณ แสงสนิท อธิบดีกรมสรรพสามิต เชื่อว่าการปรับลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซล 3 เดือนน่าจะเพียงพอ ไม่ต้องขยายเวลาเพิ่ม ระหว่างนี้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงไปเร่งแก้ปัญหาเรื่องบัญชี ซึ่งจะทำให้สามารถกู้เงินเพื่อเสริมสภาพคล่อง จำนวน 3 หมื่นล้านบาท ได้ในเดือนมีนาคม นี้ จะทำให้มีเงินมาอุดหนุนราคาเชื้อเพลิงได้เพียงพอ
ส่วนเป้าหมายการสนับสนุนการใช้รถไฟฟ้า หรือ รถอีวี นั้น ตั้งเป้าไว้ว่าในปี 2573 รถที่ผลิตในประเทศไทย จะต้องเป็นรถยนต์ไฟฟ้า 30% ซึ่งหากในอนาคตมี รถไฟฟ้าประเภทบรรทุกเชิงพาณิชย์ รถโดยสาร หรือรถขนาดใหญ่ เข้ามาในตลาดยานยนต์กรมฯก็พร้อมออกโครงสร้างภาษีมารองรับให้
สำหรับมาตรการสนับสนุนรถอีวี จะมีโครงสร้างภาษีออกมาสร้างแรงจูงใจ 2 ส่วน คือ 1. เงินอุดหนุนโดยตรงที่ให้ 70,000-150,000 บาทต่อคันขึ้นอยู่กับขนาดแบตเตอรี่ โดยปีแรกคาดว่าวงเงินรวม 3,000 ล้านบาท จ่ายให้กับผู้ประกอบการตรง และ ส่วนที่ 2 คือ เรื่องของการลดภาษี โดยเบื้องต้นคาดว่ากรมฯ น่าจะเริ่มทำสัญญากับผู้ประกอบการได้ในเดือน มีนาคม 2565
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB