องค์กรต้านโกง จับตาการตั้ง บ.ลูก “อีอีซี” หวั่นเอื้อประโยชน์เอกชน
กรณีคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) ประกาศจัดตั้ง บริษัท อีอีซี พัฒนาสินทรัพย์สนามบิน จำกัด โดย อีอีซี จะถือหุ้น 99.99 % ทำให้หลายฝ่ายออกมาตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับการจัดตั้งบริษัทครั้งนี้ เนื่องจากสกพอ.ได้ลงนามสัญญาโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก กับบริษัทอู่ตะเภา อินเตอร์เนชั่นแนล เอวิเอชั่น จํากัด (UTA) ไปแล้ว
นายมานะ นิมิตรมงคล เลขาธิการองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) กล่าวว่า ต้องดูรายละเอียด และ วัตถุประสงค์ของการจัดตั้งบริษัท อีอีซี พัฒนาสินทรัพย์สนามบิน จำกัด ว่าจัดตั้งขึ้นมาด้วยเหตุใด เพราะอาจจะไปทับซ้อนกับการบริหารจัดการของเอกชนได้
ทั้งนี้แม้ว่าอีอีซีจะมีสิทธิจัดตั้งบริษัทลูกขึ้นมา แต่ก็ต้องกำหนดวัตถุประสงค์ของการจัดตั้งให้ชัดเจน เช่น จะไม่ทำให้เกิดการแข่งขันที่ไม่เท่าเทียมกัน หรือกรณีโครงการใหญ่มูลค่าหลายพันล้านบาทต้องเปิดเวทีสาธารณะในการรับฟังความคิดเห็น เพื่อไม่ให้เกิดข้อครหา
และต้องพิสูจน์ได้ว่าบริษัทลูกที่ตั้งขึ้นมาจะไม่กระทำการเอื้อประโยชน์ให้กับเอกชนรายใดรายหนึ่ง
โดยรวมถึงผู้ที่ได้รับสัมปทานในเมืองการบินได้รับผลกระทบจากการเข้ามาบริหารของบริษัทลูก โดยเบื้องต้นก็อยากให้เขียนกรอบขึ้นมาเลย เพราะในอดีตจัดตั้งไปแล้ว ต่อมามีการตีความการทำหน้าที่ของบริษัทลูกที่ตั้งขึ้นมา จนทำให้เกิดปัญหาอยู่บ่อยครั้ง
“ในการจัดตั้งบริษัทลูก อาจจะเอาเอกชนเข้ามาร่วมทุนด้วย เพราะฉะนั้นความเป็นหน่วยงานของรัฐหรือว่าความเป็นรัฐวิสาหกิจมันก็จะหมดไป ทำให้ที่ผ่านมาเราเจอว่า บ่อยครั้งที่บริษัทลูกพวกนี้ หลีกเลี่ยงการปฏิบัติตาม พรบ.จัดซื้อจัดจ้าง พรบ.ร่วมทุน การดำเนินงานจึงลัดขั้นตอนของหน่วยงานราชการตามปกติ ซึ่งนำมาสู่คอรัปชั่นบ่อยครั้งมาก เพราะฉะนั้นตรงนี้ต้องหาทางป้องกันให้ได้ครับ” เลขาธิการองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน กล่าว
นายมานะ กล่าวต่อว่า ในอดีตประเทศไทยมักมีปัญหากรณีที่รัฐวิสากิจจัดตั้งบริษัทลูกขึ้นมา กลายเป็นการสร้างปัญหาไม่โปร่งใส ให้คนตั้งคำถามของการใช้สิทธิไปเอื้อประโยชน์ให้กับเอกชน เช่นกรณีของการจัดตั้งบริษัทกรุงเทพธนาคม จำกัด ที่มีการเอื้อประโยชน์โครงการท่อร้อยสารโทรคมนาคม ให้กับเอกชนรายหนึ่งระยะยาว จนเกิดปัญหาร้องเรียนขึ้นมา
ขณะที่นายคณิศ แสงสุพรรณ เลขาธิการอีอีซี ชี้แจงว่า การจัดตั้งบริษัทอีอีซี พัฒนาสินทรัพย์ จะมาดำเนินการบริหารเฉพาะพื้นที่ Aviation Technical ประมาณ 474 ไร่ เพื่อนำมาทำศูนย์ซ่อมอากาศยาน (MRO) เท่านั้น ไม่เกี่ยวกับพื้นที่ของ บริษัทอู่ตะเภา อินเตอร์เนชั่นแนล เอวิเอชั่น จํากัด เป็นคนละส่วนกัน โดยในอนาคตบริษัทลูกอีอีซี ยินดีร่วมมือกับเอกชนทุกส่วน และในส่วนสัญญาร่วมลงทุน สกพอ. ยังคงเป็นคู่สัญญากับเอกชนเช่นเดิม
นอกจากนี้ เลขาธิการ สกพอ.อีอีซี กล่าวต่อว่า นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน มีความกังวลเกี่ยวกับเรื่องนี้ พร้อมกำชับห้ามนำเอาคนนอกมาบริหาร ต้องทำตามนโยบาย อีอีซี และเน้นย้ำเรื่องหลักธรรมภิบาลถือเป็นเรื่องสำคัญมาก
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB