"สิ่งที่เลวร้ายที่สุดยังมาไม่ถึง" IMF ประเมินสัญญาณเศรษฐกิจถดถอยปีหน้า
กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มอฟ) ปรับลดคาดการณ์เศรษฐกิจโลกอีกครั้งพร้อมคำเตือนว่า“สิ่งที่เลวร้ายที่สุดยังมาไม่ถึง”ซึ่งภาวะถดถอยจะปรากฎในปี 2566
ไอเอ็มเอฟ คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจโลกจะเติบโตลดลงเหลือ 2.7% และมีความเป็นไปได้ ราว 25% ที่จะเติบโตเพียง 2% เมื่อเทียบกับก่อนหน้าที่คาดการณ์ไว้ที่ 3.2%
3 ปัจจัยสำคัญคือ ความรุนแรงของรัสเซีย-ยูเครน อัตราเงินเฟ้อสูง และการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีน
“มากกว่า 1 ใน 3 ของเศรษฐกิจโลกจะหดตัวในปีนี้หรือปีหน้า ในขณะที่ 3 ประเทศเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุด ได้แก่ สหรัฐอเมริกา สหภาพยุโรป และจีน จะยังคงชะลอตัว ” IMF ระบุ
เศรษฐกิจโลกตามที่ IMF ประเมินไว้นั้น “อ่อนแอ” ที่สุดเป็นอันดับ ตั้งแต่ปี 2544
รองจากวิกฤตการเงินในปี 2551 และช่วงที่มีการระบาดใหญ่ของโคโรนาไวรัส ย้อนกลับไปในอดีตการเติบโตของเศรษฐกิจทั่วโลกลดลงต่ำกว่า 2% เพียง 5 ครั้งตั้งแต่ปี 1970
เงินเฟ้อจะพุ่งสูงสุดในช่วงปลายปีนี้
IMF เชื่อว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วโลกจะสูงสุดในช่วงปลายปีนี้ และจะคงระดับสูงนานกว่าที่คาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ แม้ว่าธนาคารทั่วโลกจพยายามควบคุมมันอย่างจริงจัง
อัตราเงินเฟ้อทั่วโลกคาดว่าจะเพิ่มขึ้นจาก 4.7% ในปี 2564 เป็น 8.8% ในปีนี้ จากนั้นคาดการณ์ว่าจะลดลงเหลือ 6.5% ในปี 2566 และ 4.1% ภายในปี 2567
ขณะที่ธนาคารกลางใหญ่ๆ อย่าง เฟด ตั้งเป้าหมายเงินเฟ้อไว้ที่ 2% ทำให้ต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อลดความร้อนแรงของเงินเฟ้อ แต่กลับทำให้ยิ่งเพิ่มความเสี่ยงกับเศรษฐกิจ เพราะการเร่งขึ้นดอกเบี้ยเร็วเกินไป ก็อาจทำให้ภาวะเศรษฐกิจตกต่ำทั่วโลกรุนแรงขึ้น
Batten down the hatches เตรียมรับมือกับวิกฤต
ในการประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการพัฒนาการค้า เตือนว่านโยบายการเงินที่เข้มงวดยิ่งขึ้นอาจสร้างความเสียหายร้ายแรงต่อเศรษฐกิจทั่วโลกมากกว่าวิกฤตการเงินในปี 2551 และวิกฤตโควิด-19 ในปี 2563
IMF มองว่า จะผลต่อตลาดเกิดใหม่ที่มีหนี้ระดับสูง
ในขณะที่เศรษฐกิจโลกกำลังเผชิญพายุ วิกฤตทางการเงินอาจปะทุขึ้น ยิ่งทำให้สหรัฐพยายามหาทางที่ปลอดภัยอย่างการผลักดันดอลลาร์ในแข็งค่าขึ้น
คาดว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ จะเติบโตเพียง 1.6% ในปีนี้ และคาดว่าจะขยายตัวเพียง 1% ในปี 2566
ส่วนเศรษฐกิจจีน ถูกปรับลดลงมาเหลือ 3.2% ในปี 2565 และ 4.4% ในปี 2566 ส่วนหนึ่งเพราะจีนยังคงมาตรการล็อกดาวน์และควบคุมการระบาดของโคโรนาไวรัส ขณะที่ภาคอสังหาริมทรัพย์อ่อนแอลงอย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็น 1 ใน 5 เสาหลักของเศรษฐกิจจีน
“ด้วยขนาดของเศรษฐกิจจีนและความสำคัญของห่วงโซ่อุปทานทั่วโลก สิ่งนี้จะส่งผลอย่างมากต่อการค้าและกิจกรรมเศรษฐกิทั่วโลก”
สัญญาณ "เศรษฐกิจถดถอย" อาจมองเป็นเรื่องไกลตัว แต่ขณะเดียวกันเราก็กำลังเริ่มได้รับผลกระทบทั้งจากอัตราเงินเฟ้อที่ทะลุกรอบเป้าหมาย ส่งผลทำให้ธนาคารแห่งประเทศไทยปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย แต่ "ไทย" ยังมีความหวังจากการท่องเที่ยว ที่จะช่วยพยุงเศรษฐกิจไทยได้บ้าง
แบงก์ชาติ ส่งจดหมายตรงถึง รมว.คลัง ชี้แจงเงินเฟ้อสูงกว่าเป้าหมาย
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB