4 ปัจจัยสนับสนุน ความน่าเชื่อถือของประเทศไทยยังคงอยู่ในระดับ BBB+
S&P คงอันดับความน่าเชื่อถือของประเทศไทยที่ BBB+ และคงมุมมองความน่าเชื่อถือที่ระดับมีเสถียรภาพ (Stable Outlook)
นางแพตริเซีย มงคลวนิช ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ เปิดเผยว่า บริษัท S&P Global Ratings (S&P) ได้คงอันดับความน่าเชื่อถือของประเทศไทย (Sovereign Credit Rating) ที่ BBB+
และคงมุมมองความน่าเชื่อถือของประเทศไทย (Outlook) ที่ระดับมีเสถียรภาพ (Stable Outlook) ด้วย 4 เหตุผลคือ
1.โควิด-19 คลี่คลาย ผ่อนคลายการเดินทาง-ประชาชนได้วัคซีนโควิด-19
ด้วยสถานการณ์การคลี่คลายของสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ตลอดจนการผ่อนคลายมาตรการควบคุมการระบาดของโควิด-19
และอนุญาตให้มีการเดินทางเข้าราชอาณาจักรไทย รวมถึงประชาชนได้รับวัคซีนป้องกันโควิด-19 อย่างทั่วถึง เป็นปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวและการเติบโตของเศรษฐกิจไทย
S&P คาดว่า จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เข้ามาในประเทศไทยจะเพิ่มขึ้นจาก 428,000 คนในปี 2564 เป็นประมาณ 10 ล้านคนในปี 2565 ซึ่งสูงกว่าที่คาดการณ์ และเศรษฐกิจไทย (Real GDP) จะเติบโตอย่างต่อเนื่องจากร้อยละ 2.9 ในปี 2565 เป็นเติบโตเฉลี่ยร้อยละ 3.2 ในช่วงปี 2565 – 2568
นอกจากนี้ การสนับสนุนการลงทุนอย่างต่อเนื่องตามแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติและแผนการปฏิรูปประเทศ เช่น โครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor) และโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน จะช่วยเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของเศรษฐกิจไทยในระยะต่อไป
2.ลดการใช้จ่ายภาคการคลังคลี่คลาย ทำให้ภาคการคลังมีเสถียรภาพ
ในช่วงที่มีการแพร่ระบาดของโควิด-19 มีการลดการใช้จ่ายภาคการคลังตามสถานการณ์การระบาดที่คลี่คลาย ทำให้ ภาคการคลังมีเสถียรภาพ รวมทั้งการจัดเก็บรายได้ของรัฐบาลมีประสิทธิภาพ หนี้ภาครัฐบาลสุทธิและต้นทุนการกู้เงินมีเสถียรภาพ ทำให้เศรษฐกิจแข็งแกร่งขึ้น ขาดดุลงบประมาณลดลง และหนี้ภาครัฐบาลจะทยอยลดลงในระยะ 3 ปีข้างหน้า
3.เศรษฐกิจเริ่มกลับมาปกติ การท่องเที่ยวฟื้นตัว
แม้ประเทศไทยจะขาดดุลบัญชีเดินสะพัดตลอด 2 ปีที่ผ่านมา แต่สถานการณ์การระบาดที่คลี่คลายส่งผลให้การดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจเริ่มกลับมาเป็นปกติ ภาคการท่องเที่ยวของประเทศฟื้นตัว อีกทั้งทุนสำรองระหว่างประเทศและสภาพคล่องของไทยยังอยู่ในระดับสูงและแข็งแกร่ง
S&P คาดว่า ดุลบัญชีเดินสะพัดจะกลับมาเกินดุลเฉลี่ย 2.1% ของ GDP ในปี 2566 – 2568
และ 4.ปัจจัยสำคัญที่ S&P จะติดตามอย่างใกล้ชิด คือ การเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศท่ามกลางสถานการณ์การเงินโลกและเสถียรภาพทางการเมือง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพการดำเนินนโยบายทางเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB