น้ำมันโลกขาลง ปัจจัยลบเพียบ โควิดระบาดจีน-กลุ่ม G7 หั่นราคากดดันรัสเซีย
คาดน้ำมันโลก ยังอยู่ในแนวโน้มขาลงต่อเนื่อง ท่ามกลางปัจจัยกดดันรุมล้อม ทั้งโควิด-19 ที่ระบาดหนักในจีน กระทบความต้องการใช้เชื้อเพลิง และกลุ่ม G7 หั่นราคาน้ำมันดิบรัสเซีย เพื่อตัดช่องทางหารายได้นำไปทำสงครามกับยูเครน
สถานการณ์น้ำมันโลกเช้าวันนี้ 25 พ.ย.65 ราคาฟื้นเล็กน้อย หลังตลอดทั้งสัปดาห์ร่วงแตะระดับต่ำสุดรอบ 2 เดือน ท่ามกลางปัจจัยกดดันจากการแพร่ระบาดโควิด-19 ในจีน ที่ยังพบผู้ติดเชื้อรายใหม่จำนวนมากทุกวัน รวมถึงกลุ่ม G7 ได้กำหนดเพดาราคาน้ำมันดิบที่ต่ำกว่าปัจจุบัน เพื่อเป็นการคว่ำบาตรรัสเซีย ที่ทำสงครามในยูเครน
ราคาซื้อขายล่วงหน้าน้ำมันดิบทั่วโลก
• สัญญาซื้อขายล่วงหน้าน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) ปรับเพิ่มขึ้น 25 เซนต์ หรือ +0.29% ล่าสุดอยู่ในระดับ 85.59 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
• สัญญาซื้อขายล่วงหน้าน้ำมันดิบเวสต์เท็สซัส (WTI) ปรับเพิ่มขึ้น 45 เซนต์ หรือ +0.58% ล่าสุดอยู่ในระดับ 78.39 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ด้านฝ่ายวิจัยบริษัทหลักทรัพย์ เอเซียพลัส (ASPS) รายงานผ่านบทวิเคราะห์ระบุว่า แนวโน้มราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกยังอยู่ในภาวะผันผวนจากทั้งความต้องการ (Demand) และปริมาณของสินค้า (Supply) ที่แท้จริง รวมถึงประเด็นบวกและลบต่อราคาน้ำมันที่เกิดขึ้นระหว่างทาง
ฝ่ายวิจัย ยังคงมุมมองที่คาดทิศทางราคาน้ำมันจะมีขาลง มากกว่าขาขึ้น เพราะถูกกดดันจากความต้องการเชื้อเพลิง ที่ชะลอตัวตามเศรษฐกิจ โดยกำหนดสมมติฐานราคาน้ำมันในปี 2566 คาดจะอ่อนตัวลงจากปี 2565 จากสถานการณ์สงครามที่จะทยอยกลับสู่ภาวะปกติ ความกังกวลด้าน Supply ที่ผ่อนคลาย รวมถึงกลุ่มผู้ส่งออกน้ำมัน หรือ โอเปก (OPEC) คาดกลับมาทยอยผลิตเพิ่มขึ้นสู่ระดับก่อนเกิดโควิด ทั้งนี้ยังมีเรื่องเศรษฐกิจโลกเข้าสู่ภาวะถดถอย เป็นอีกแรงกดดันความต้องการใช้เชื้อเพลิงที่สำคัญ
แต่อย่างไรก็ตามในช่วงสั้น ๆ จะเกิดประเด็นต่าง ๆ ที่เข้ามากระทบ Demand และ Supply ไม่ว่าจะเป็นเรื่องจีนที่ยังที่ต้องการควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด ส่งผลให้ทางการใช้มาตรการล็อกดาวน์เพิ่มอีกครั้ง หลังจากที่ได้มีการผ่อนคลายการควบคุมในช่วงก่อนหน้า ซึ่งถือเป็นประเด็นสำคัญที่กดดันความต้องการใช้น้ำมันในภูมิภาค
นอกจากนี้กลุ่มประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำทั้ง 7 หรือ G7 (ได้แก่ประเทศฝรั่งเศส, อเมริกา, สหราชอาณาจักร, เยอรมนี, ญี่ปุ่น, อิตาลี และแคนนาดา) เตรียมกำหนดเพดานราคาน้ำมันรัสเซียในกรอบราคา 65-70 เหรียญฯต่อบาร์เรล ซึ่งทางเอกอัตรราชฑูตจาก 27 ประเทศของสหภาพยุโรป (EU) กำลังหารือข้อเสนอดังกล่าว เพื่อให้มีการบรรลุฉันทามติต่อไปโดย G7 รวมทั้ง EU และออสเตรเลียจะกำหนดบังคับใช้เพดานราคาน้ำมันรัสเซียในวันที่ 5 ธ.ค. 2565 ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ต่อน้ำมันรัสเซียที่มีการขนส่งผ่านทางเรือบรรทุกน้ำมัน
แต่ไม่รวมน้ำมันที่มีการขนส่งผ่านท่อน้ำมัน เพราะสัดส่วนน้ำมันรัสเซียราว 70-85% จะเป็นการส่งออกผ่านเรือบรรทุกน้ำมัน โดยจะทำให้บริษัทเดินเรือ, บริษัทประกันวินาศภัย และบริษัทประกันภัยต่อ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นบริษัทที่อยู่ในประเทศกลุ่ม G7 ไม่สามารถให้บริการใด ๆ เกี่ยวข้องกับการขนส่งคาร์โกน้ำมันรัสเซียที่มีราคาสูงกว่าเพดานที่ G7 และพัธมิตรกำหนดไว้ ซึ่งถือเป็นการลงโทษรัสเซียที่ส่งกำลังทหารบุกโจมตียูเครน
โดยประเด็นดังกล่าวถือเป็นอีกประเด็นที่สำคัญกดดันราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกให้ปรับตัวลดลง แต่ในความเป็นจริงจะสามารถกระทำได้จริงมากน้อยเพียงใดถือเป็นประเด็นที่ต้องติดตามต่อไป ซึ่งทางรัสเซียก็ได้ออกมาตอบโต้มาตรการดังกล่าว โดยกล่าวว่าจะไม่จัดส่งน้ำมันให้แก่กลุ่มประเทศที่เข้าร่วมกำหนดราคาน้ำมันรัสเซีย และมองว่าผู้ผลิตน้ำมันหลายประเทศก็ได้คัดค้านมาตรการดังกล่าว เนื่องจากหากชาติตะวันตกใช้มาตรการดังกล่าวต่อรัสเซียในวันนี้ ก็จะมีการใช้มาตรการดังกล่าวกับประเทศอื่นในวันข้างหน้าได้เช่นกัน
ฝ่ายวิจัย ASPS สรุปว่า ภายใต้สถาการณ์ปัจจุบัน จากทั้งพื้นฐานด้าน Demand และ Supply ที่แท้จริง รวมถึงประเด็นที่เข้ามากระทบช่วงสั้นต่าง ๆ ล้วนเป็นปัจจัยกดดันราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกให้อยู่ในช่วงขาลงมากกว่าขาขึ้น ซึ่งถือเป็นแนวโน้มเชิงลบต่อกลุ่มน้ำมัน หากต้องการลงทุน แนะนำทยอยสะสม PTT PTTEP TOP ในช่วงราคาหุ้นลงมาลึก หวังผลกำไรระยะกลาง-ยาว
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB