อานิสงส์ท่องเที่ยว High Season ดัชนีเชื่อมั่นอุตฯ ฟื้น
ท่องเที่ยวขยายตัวแซงโค้งช่วง High Season หนุนดัชนีความเชื่อมั่น แต่ยังกังวลต้นทุน เศรษฐกิจโลกชะลอ เสนอ 3 ข้อถึงภาครัฐ
นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) และนายพิภพ โชควัฒนา กรรมการสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เผยผลการสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรม ประจำเดือนพฤศจิกายน 2565 อยู่ที่ระดับ 93.5 ปรับตัวเพิ่มเล็กน้อยจากระดับ 93.1 ในเดือนตุลาคม
องค์ประกอบของค่าดัชนีฯ ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น ได้แก่ คำสั่งซื้อโดยรวม ยอดขายโดยรวม และผลประกอบการ ขณะที่ความเชื่อมั่นเกี่ยวกับปริมาณการผลิต และต้นทุนประกอบการปรับตัวลดลง
นอกจากนั้น ยังมีปัจจัยสนับสนุนมาจากการฟื้นตัวของอุปสงค์ในประเทศ คือ
- การขยายตัวนักท่องเที่ยวต่างชาติ
- กิจกรรมทางเศรษฐกิจกลับมาสู่ภาวะปกติ ส่งผลดีต่อการบริโภคและการใช้จ่ายในประเทศ
- ภาคการก่อสร้างมีทิศทางที่ดีขึ้นภายหลังสถานการณ์น้ำท่วมคลี่คลาย
- ความต้องการสินค้าวัสดุก่อสร้างเพื่อซ่อมแซมที่อยู่อาศัยเพิ่มขึ้น
- ปัญหาขาดแคลนชิปมีทิศทางดีขึ้น ส่งผลดีต่อการผลิตสินค้ายานยนต์ และสินค้าอิเล็กทรอนิกส์
- อัตราค่าระวางเรือที่ปรับลดลงส่งผลดีต่อผู้ส่งออก
แต่ยังมี "ความกังวล" เกี่ยวกับต้นทุนที่ปรับตัวสูงขึ้น-เศรษฐกิจโลกชะลอ
ผู้ประกอบการยังมีความกังวลเกี่ยวกับต้นทุนประกอบการที่ปรับตัวสูงขึ้น ทั้งการปรับขึ้นค่าไฟฟ้า ราคาวัตถุดิบ ค่าจ้างแรงงาน รวมถึงการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ ส่งผลให้ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น
ด้านการส่งออกยังมีปัจจัยเสี่ยงจากอุปสงค์จากต่างประเทศลดลงจาก เศรษฐกิจโลกชะลอตัว รวมทั้งจีนยังคงมาตรการ Zero-COVID อย่างต่อเนื่อง ตลอดจนการแข็งค่าของเงินบาท ส่งผลให้ความสามารถในการแข่งขันด้านราคาของผู้ส่งออกลดลง
และจากการสำรวจผู้ประกอบการ 1,315 ราย ครอบคลุม 45 กลุ่มอุตสาหกรรมของสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ในเดือนพฤศจิกายน 2565 พบว่า
ปัจจัยที่ผู้ประกอบการมีความกังวลเพิ่มขึ้น
- เศรษฐกิจโลก ร้อยละ 70.3
- สถานการณ์การเมืองในประเทศ ร้อยละ 43.5
- อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ ร้อยละ 43.3
- อัตราแลกเปลี่ยน (มุมมองผู้ส่งออก) โดยอัตราแลกเปลี่ยนอ้างอิงค่าเงินบาทเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ ร้อยละ 42.9
ปัจจัยที่มีความกังวลลดลง
- ราคาน้ำมัน ร้อยละ 59.2
- เศรษฐกิจในประเทศ ร้อยละ 39.4
สำหรับดัชนีฯ คาดการณ์ 3 เดือนข้างหน้า อยู่ที่ระดับ 97.0 ปรับตัวลดลงจาก 98.8 ในเดือนตุลาคม เนื่องจากผู้ประกอบการมีความกังวลเกี่ยวกับการปรับขึ้นของต้นทุนการผลิต โดยเฉพาะราคาพลังงานที่ยังทรงตัวในระดับสูง รวมถึงปัญหาเงินเฟ้อที่บั่นทอนกำลังซื้อในประเทศ ขณะที่สงครามรัสเซีย-ยูเครนยังคงยืดเยื้อ เศรษฐกิจโลกที่มีความไม่แน่นอน รวมถึงความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน ยังส่งปัจจัยเสี่ยงต่อภาคการส่งออกของไทย
3 ข้อเสนอแนะต่อภาครัฐ
1. มาตรการดูแลต้นทุนการผลิตให้ผู้ประกอบการ เช่น ชะลอการปรับขึ้นค่าไฟฟ้าให้ไม่เกิน 4.72 บาทต่อหน่วย เป็นต้น
2. ส่งเสริมให้ผู้ประกอบการมีการลงทุนใช้พลังงานหมุนเวียนภายในโรงงาน เพื่อลดค่าไฟฟ้าในช่วง On Peak อย่างเป็นรูปธรรม เช่น การอำนวยความสะดวกในการขออนุญาตต่างๆ ที่เกี่ยวข้องการติดตั้งโซล่าเซลล์, ปรับปรุงกฎหมายให้โรงงานสามารถติดตั้งโซล่าเซลล์เพื่อผลิตไฟฟ้าได้มากกว่า 1 MW โดยไม่ต้องขอใบอนุญาต รง.4, มาตรการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ เป็นต้น
3. ออกมาตรการส่งเสริม Soft power เพื่อกระตุ้นให้นักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย มีการใช้สินค้าและบริการของไทย เพื่อช่วยขยายโอกาสสินค้าไทยในตลาดโลกผ่านการท่องเที่ยว โดยคาดว่าช่วง High Season จะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาท่องเที่ยวไม่ต่ำกว่า 1.5 ล้านคนต่อเดือน และในปี 2566 คาดว่าจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติจะเติบโตมาอยู่ในระดับ 21 ล้านคน
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB