หนี้ครัวเรือนยังเพิ่ม "เฝ้าระวัง" สินเชื่อยานยนต์ หนี้เสียยังขยายตัว
เปิดตัวเลขหนี้ครัวเรือนยังขยายตัวแม้เริ่มชะลอลงแล้วก็ตาม สศช.แนะเฝ้าระวังสินเชื่อยานยนต์ ขณะที่ข้อมูลเครดิตบูโร หนี้เสียยังขยายตัวสูง
หนี้สินครัวเรือนในไตรมาสสอง ปี 2565 ขยายตัวร้อยละ 3.5 มูลค่า 14.76 ล้านล้านบาท ลดลงจากร้อยละ 3.7 ของไตรมาสที่ผ่านมา เช่นเดียวกับสัดส่วนหนี้สินครัวเรือนต่อ GDP ที่ปรับลดลงเป็นร้อยละ 88.2 จากไตรมาสก่อน
ส่วนคุณภาพสินเชื่อปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่อง แต่ต้องเฝ้าระวังสินเชื่อยานยนต์และติดตามผลกระทบจากปัญหาค่าครองชีพ ปัญหาอุทกภัย และลูกหนี้เสีย ที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ที่ยังคงมีจำนวนเพิ่มขึ้น
การชะลอตัวลงของ หนี้ครัวเรือน เป็นไปตามการฟื้นตัวของภาวะเศรษฐกิจและการชะลอตัวของการก่อหนี้ของครัวเรือนจากความกังวลเกี่ยวกับปัญหาค่าครองชีพที่ปรับตัวสูงขึ้น ด้านคุณภาพสินเชื่อในภาพรวมปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่อง จากมาตรการส่งเสริมการปรับโครงสร้างหนี้และการบริหารคุณภาพสินเชื่ออย่างต่อเนื่องของสถาบันการเงิน
โดยในไตรมาสสาม ปี 2565 สัดส่วนสินเชื่ออุปโภคบริโภคที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ต่อสินเชื่อรวมอยู่ที่ 2.62%
แนะเฝ้าระวัง "สินเชื่อยานยนต์"
การเฝ้าระวังคุณภาพสินเชื่อยังจำเป็นโดยเฉพาะ "สินเชื่อยานยนต์" เนื่องจากมีสัดส่วนสินเชื่อค้างชำระน้อยกว่า 3 เดือนต่อสินเชื่อรวม เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
จากข้อมูลเครดิตบูโรในไตรมาสสอง ปี 2565 ยังพบว่า หนี้เสียขยายตัวในระดับสูง ในกลุ่มลูกหนี้อายุตั้งแต่ 41 ปีขึ้นไป โดยเฉพาะลูกหนี้กลุ่มสูงอายุและลูกหนี้ NPLs จากผลกระทบของโควิด-19 และในระยะถัดไป
ปัจจัยที่จะส่งผลกระทบต่อหนี้ครัวเรือน คือ
1.ภาระค่าครองชีพปรับตัวสูงขึ้น โดยครัวเรือนรายได้ใกล้เคียงหรือต่ำกว่าค่าใช้จ่าย ซึ่งมีจำนวนกว่า 4.7 ล้านครัวเรือนในปี 2564 (18.2%)
2.ครัวเรือนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยมีแนวโน้มก่อหนี้เพื่อซ่อมแซมบ้านเรือนเพิ่มขึ้น ซึ่งครัวเรือนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย มีแนวโน้มก่อหนี้เพื่อซ่อมแซมบ้านเรือนเพิ่มขึ้น ปัจจุบันมีพื้นที่ประสบปัญหาอุทกภัยในวงกว้างรวม 59 จังหวัด มีประชาชนได้รับผลกระทบกว่า 4.3 แสนครัวเรือน
ประกอบกับปัจจุบันภาครัฐมีมาตรการทางการเงินในการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ เช่น สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำผ่านสถาบันการเงินเฉพาะกิจ (SFIs) ซึ่งจะทำให้ หนี้ครัวเรือนขยายตัวเพิ่มขึ้น
3.อัตราดอกเบี้ยที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ซึ่งจะทำให้ลูกหนี้มีต้นทุนทางการเงินสูงขึ้นกว่าในอดีตและอาจส่งผลต่อความสามารถในการชำระหนี้ของครัวเรือน
และจากสถานการณ์ข้างต้น นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือสภาพัฒน์ ระบุว่า จำเป็นต้องให้ความสำคัญกับการเร่งรัดการปรับโครงสร้างหนี้โดยเฉพาะในกลุ่มสินเชื่อยานยนต์กลุ่มลูกหนี้ที่มีปัญหา และหนี้เสียเนื่องจากโควิด-19
ขณะที่มาตรการสินเชื่อที่มีอัตราดอกเบี้ยผ่อนปรน เพื่อช่วยเหลือครัวเรือนให้มีสภาพคล่องเพิ่มขึ้นจากผลกระทบของการแพร่ระบาดโควิด-19 และปัญหาอุทกภัย รวมถึงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพื่อเพิ่มโอกาสการสร้างรายได้ให้กับประชาชน
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB