กลุ่มโรงไฟฟ้า ได้อานิสงส์ ขึ้นค่าไฟภาคธุรกิจ ม.ค. - เม.ย. 66
กรณี กกพ.ขึ้นค่า Ft ภาคธุรกิจ งวดตั้งแต่ ม.ค. - เม.ย. 66 ส่งผลให้ค่าไฟเพิ่มมาอยู่ที่ 5.69 บาทต่อหน่วย โบรกฯคาดจะช่วยหนุนกำไรให้กับกลุ่มโรงไฟฟ้าที่ขายไฟให้กับอุตสาหกรรม
จากกรณีคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ประกาศที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.)มีมติเห็นชอบแนวทางบริหารจัดการก๊าซธรรมชาติเพื่อลดภาระค่าไฟฟ้าในช่วงวิกฤตราคาพลังงาน ม.ค. - เม.ย. 66 โดย กกพ. ต้องประกาศค่าไฟฟ้าเป็น 2 กลุ่มคือ
1. คงค่า Ft ที่อัตรา 93.43 สตางค์ต่อหน่วย สำหรับผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัย ทำให้ค่าไฟฟ้าเฉลี่ยในระดับเท่าเดิมที่อัตรา 4.72 บาทต่อหน่วย
2. ปรับขึ้นค่า Ft อีก 97.01 สตางค์ต่อหน่วย มาอยู่ที่ 190.44สตางค์/หน่วย สำหรับผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทอื่น ซึ่งเมื่อรวมกับค่าไฟฟ้าฐาน 3.79 บาทต่อหน่วย จะส่งผลให้อัตราค่าไฟฟ้างวดใหม่อยู่ที่ 5.69 บาทต่อหน่วย
ทั้งนี้ การปรับขึ้นค่า Ft ดังกล่าว เป็นการปรับขึ้นที่สอดคล้องกับคาดการณ์ของ กกพ. ในช่วงก่อนหน้าที่คาดจะปรับขึ้นอีกราว 64.88-131.55 สตางค์ต่อหน่วย มาอยู่ที่ 158.31-224.98 สตางค์/หน่วย และเป็นไปตามมติเห็นชอบของ กพช.
สำหรับแนวทางบริหารจัดการต้นทุนก๊าซธรรมชาติ เพื่อลดค่าไฟฟ้าในช่วงวิกฤติพลังงานช่วง ม.ค.-เม.ย. 2566 โดยให้มีการจัดสรรก๊าซธรรมชาติจากอ่าวไทยหลังโรงแยกก๊าซฯ เพื่อใช้ผลิตไฟฟ้าให้แก่ประเภทบ้านอยู่อาศัยเป็นอันดับแรก และให้ ปตท. คิดราคาก๊าซฯสำหรับโรงไฟฟ้า IPP และ SPP คิดราคาก๊าซฯในระดับราคาเดียวกับที่ใช้ประมาณการค่า Ft และนำส่วนต่างของราคาก๊าซฯที่เกิดขึ้นจริงกับราคาก๊าซฯที่เรียกเก็บดังกล่าวไปทยอยเรียกเก็บคืนในการคำนวนค่า Ft ในรอบถัดไป
ด้านบริษัทหลักทรัพย์ เอเซียพลัส (ASPS) มองว่า ประเด็นดังกล่าว ถือเป็นความรู้สึกเชิงบวก (Sentiment) ต่อภาพรวมของกลุ่มโรงไฟฟ้าทั้งกลุ่มฯ โดยเฉพาะผู้ประกอบการในโรงไฟฟ้า SPP ที่มีสัดส่วนขายไฟฟ้าให้แก่กลุ่มลูกค้าอุตสาหกรรม อย่าง GPSC, BGRIM, GULF ซึ่งคาดจะเป็นส่วนช่วยให้อัตรากำไรขึ้นต้นในงวดไตรมาส 1 ปี 66 ให้ปรับตัวดีขึ้นจากไตรมาส 4 ปี 65 ได้
โดยวิเคราะห์ความอ่อนไหว (Sensitivity analysts) ในเบื้องต้นสำหรับการเปลี่ยนแปลงของค่า Ft และราคาก๊าซฯ ของ GPSC, BGRIM, และ GULF มีดังภาพด้านล่าง
อย่างไรก็ตาม ฝ่ายวิจัยคงคำแนะนำทยอยสะสมลงทุนสำหรับ GULF และ GPSC
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB