“สุวรรณภูมิ” คาดจีนเข้าไทย 1 ล้านคน เร่งแก้ปัญหาแออัด คุมเข้มบริการวีไอพี
ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ คาดการณ์นักท่องเที่ยวจีนเข้าไทยทะลุ 1 ล้านคน ภายใน ส.ค.66 สั่งผู้ให้บริการภาคพื้นเพิ่มบุคลากรรองรับผู้โดยสารแออัดช่วงเวลาชั่วโมงเร่งด่วน และเตรียมติดตั้งเครื่องตรวจพาสปอร์ต พ.ย. นี้ พร้อมคุมเข้มบริการวีไอวี ทุกหน่วยงานอยู่ภายใต้การควบคุมแล้ว
นายกิตติพงศ์ กิตติขจร ผู้อำนวยการ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ทสภ.) เปิดเผยว่า สถิติเที่ยวบินและผู้โดยสารในภาพรวมของ ทสภ. หลังสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 คลี่คลายลง และไทยเปิดรับนักท่องเที่ยวอย่างเต็มรูปแบบ ตั้งแต่ 1 ต.ค. 65 - 15 ก.พ.66 มีจำนวนเที่ยวบิน 107,304 เที่ยวบิน และมีจำนวนผู้โดยสาร 17,350,179 คน
โดยเฉพาะภายหลังสาธารณรัฐประชาชนจีนเปิดประเทศ เมื่อ 8 ม.ค.66 รวมทั้งอนุญาตให้บริษัทนำเที่ยวจัดกรุ๊ปทัวร์นำนักท่องเที่ยวชาวจีนเดินทางออกนอกประเทศเพื่อท่องเที่ยวต่างประเทศ ตั้งแต่วันที่ 6 ก.พ.66
ส่งผลให้ ทสภ. มีจำนวนเที่ยวบินและผู้โดยสารเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะวันที่ 8 ม.ค. - 15 ก.พ. 66 เที่ยวบินที่ทำการบินเข้ามาจากสาธารณรัฐประชาชนจีน (จีน ฮ่องกง มาเก๊า) มีจำนวน 751 เที่ยวบิน เฉลี่ยวันละ 20 เที่ยวบิน และผู้โดยสารขาเข้าจากจีนมีจำนวน 161,502 คน เฉลี่ยวันละ 4,142 คน
ทั้งนี้ ทสภ. คาดการณ์ว่าจำนวนผู้โดยสารเที่ยวบินขาเข้าจากสาธารณรัฐประชาชนจีน จะถึงระดับเกือบ 500,000 คน ภายในประมาณ 1 พ.ค.66 และถึงระดับ 1,000,000 คน ภายในประมาณวันที่ 20 ส.ค. 66
สำหรับกรณีเกิดความแออัดคับคั่งของผู้โดยสารโดยเฉพาะในช่วงเวลาชั่วโมงเร่งด่วน (Peak Hour) นั้น ทสภ.ได้ดำเนินการแก้ไข อาทิ กรณีการขนถ่ายกระเป๋าสัมภาระล่าช้า หลังจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ร่วมกันแก้ไขปัญหาดังกล่าว สถิติเที่ยวบินที่กระเป๋าล่าช้ามากกว่า 30 นาที จากเดิมเมื่อเดือน ธ.ค. 65 มีจำนวนประมาณ 50 เที่ยวบินต่อวัน เดือน ม.ค.66 ประมาณ 30 เที่ยวบินต่อวัน ปัจจุบันเดือน ก.พ. 66 ลดลงเหลือประมาณ 15 - 20 เที่ยวบินต่อวัน คิดเป็น 7% ของเที่ยวบินทั้งหมด
ขณะเดียวกันการแก้ไขปัญหาในระยะสั้นและระยะกลาง บริษัทผู้ให้บริการภาคพื้น ณ ทสภ. ทั้ง บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) และ บริษัท บริการภาคพื้นการบินกรุงเทพเวิลด์ไวด์ไฟลท์เซอร์วิส จำกัด ได้เร่งดำเนินการเพิ่มจำนวนบุคลากรและอุปกรณ์ให้สอดคล้องกับจำนวนเที่ยวบินที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วหลังจากการเปิดประเทศ สำหรับการแก้ไขปัญหาระยะยาวอยู่ระหว่างกระบวนการสรรหาผู้ให้บริการภาคพื้นรายที่ 3 ซึ่ง ทอท. ต้องเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาอนุมัติตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนดต่อไป โดยคาดว่าจะสามารถแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน และเป็นการเพิ่มขีดความสามารถการรองรับปริมาณเที่ยวบิน และจำนวนผู้โดยสารที่จะเดินทางเข้ามายังประเทศไทยให้กับ ทสภ. ต่อไป
ขณะที่การแก้ไขปัญหารถแท็กซี่สาธารณะขาดแคลน ซึ่งปัจจุบันมีจำนวนรถแท็กซี่เพิ่มขึ้นจากเดิม เป็น 3,909 คัน ทสภ. คาดว่าจะสามารถเพิ่มจำนวนรถแท็กซี่เพื่อรองรับการใช้บริการที่เพิ่มมากขึ้นได้ถึงจำนวน 4,500 คัน ในอนาคตอันใกล้นี้
ส่วนกรณีประเด็นที่เคยมีเจ้าหน้าที่พานักท่องเที่ยวผ่านเข้าสนามบินในช่องทางวีไอพีนั้น ขณะนี้สนามบินสุวรรณภูมิได้แก้ปัญหาดังกล่าวแล้ว ทุกหน่วยงานต้องอยู่ภายใต้ระเบียบการควบคุมทั้งหมด ด้วยการทำงานร่วมกันและแจ้งให้สนามบินรับทราบอย่างชัดเจน เพื่อให้การทำงานในสนามบินมีประสิทธิภาพมากที่สุเด
นอกจากนี้ ทอท.อยู่ระหว่างเตรียมการแก้ไขปัญหาความแออัดคับคั่งบริเวณพื้นที่ตรวจหนังสือเดินทางภายในอาคารผู้โดยสาร ทสภ. โดยมีแผนการเพิ่มขีดความสามารถของจุดตรวจหนังสือเดินทาง ณ ทสภ. แบ่งเป็น 2 ระยะ ดังนี้
ระยะที่ 1 ติดตั้งเครื่องตรวจหนังสือเดินทางอัตโนมัติ Auto channel ราว 30 เครื่อง เพื่อรองรับผู้โดยสารขาออกได้ทุกประเทศที่มีการใช้งาน E - Passport ทำให้ผู้โดยสารสามารถใช้บริการผ่าน Auto channel ได้ สะดวก รวดเร็ว ในขณะที่ผู้โดยสารขาเข้านอกจากผู้โดยสารคนไทย ประเทศที่มีบันทึกข้อตกลงในการผ่านเข้าประเทศ สามารถใช้บริการ Auto channel ได้ ซึ่งอยู่ระหว่างการขออนุมัติงบประมาณ และคาดว่าจะสามารถเริ่มกระบวนการจัดหาพัสดุประมาณเดือนมิถุนายน 2566 และเริ่มทยอยทำการติดตั้งเครื่อง Auto channel ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2566 จนครบภายในเดือนสิงหาคม 2567 ทำให้มีขีดความสามารถในการรองรับผู้โดยสารขาออก จาก 6,200 คน/ชั่วโมง เป็น 8,800 คน/ชั่วโมง และสามารถรองรับผู้โดยสารขาเข้า จาก 11,000 คน/ชั่วโมง เป็น 13,300 คน/ชั่วโมง
ระยะที่ 2 ก่อสร้างพื้นที่เพิ่มเติมบริเวณพื้นที่ว่างระหว่างอาคารผู้โดยสารกับอาคาร Concourse D เพื่อเป็นโถงรองรับผู้โดยสารขาเข้าและผู้โดยสาร Visa on Arrival (VOA) ซึ่งอยู่ระหว่างการขออนุมัติงบประมาณ และจัดทำข้อกำหนดรายละเอียด (TOR) โดยจะสามารถเริ่มงานประมาณเดือนพฤศจิกายน 2566 และจะแล้วเสร็จในเดือนพฤษภาคม 2568 โดยเมื่อการดำเนินงานแล้วเสร็จ จะเพิ่มขีดความสามารถการรองรับผู้โดยสารขาเข้าเพิ่มขึ้นประมาณ 2,000 คน/ชั่วโมง และการรองรับผู้โดสาร Visa on Arrival (VOA) เพิ่มขึ้นประมาณ 400 คน/ชั่วโมง
ทั้งนี้ ทอท. ได้ติดตามและเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างใกล้ชิด พร้อมรองรับสถานการณ์การเพิ่มจำนวนของผู้โดยสารที่มีมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การบริการและการอำนวยความสะดวกผู้โดยสาร ผู้ใช้บริการ เป็นไปด้วยความสะดวก รวดเร็ว
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB