ปรับอัตราเงินสะสมกองทุนการออมแห่งชาติ รัฐสมทบสูงสุด 1,800 บาท
แพร่กฎกระทรวงปรับอัตราการจ่ายเงินสะสมเข้ากองทุนการออมแห่งชาติ สูงสุดไม่เกิน 30,000 บาท รัฐจ่ายสมทบสูงสุด 1,800 บาท ต่อปี มีผลตั้งแต่ 1 ม.ค.66
เมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2566 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา แพร่กฎกระทรวงกำหนดอัตราการจ่ายเงินสะสมและเงินสมทบ พ.ศ.2566 เพื่อปรับปรุงจำนวนเงินสะสมสูงสุดของสมาชิกที่จ่ายเข้ากองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) และจำนวนเงินสมทบสูงสุดที่รัฐบาลต้องจ่ายสมทบ สำหรับปีปฏิทินนั้น เพื่อให้สอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจ เพิ่มแรงจูงใจในการออม สร้างความมั่นคงในการดำรงชีพยามชราภาพ และเป็นการรองรับสังคมสูงวัย
โดยกำหนดให้สมาชิกจ่ายเงินสะสมเข้ากองทุนไม่น้อยกว่าเดือนละ 50 บาท แต่เมื่อรวมกันจะต้องไม่เกิน 30,000 บาท สำหรับปีปฏิทินนั้น
ทั้งนี้ให้รัฐบาลจ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนสำหรับสมาชิกในอัตรา ดังต่อไปนี้
1.กรณีสมาชิกอายุไม่เกิน 30 ปี ให้จ่ายเงินสมบทบในอัตรา 50% ของเงินสะสมของสมาชิกที่จ่ายเงินเข้ากองทุน เมื่อรวมกันแล้วต้องไม่เกิน 1,800 บาท สำหรับปีปฏิทินนั้น (จากเดิมจ่ายเงินสมทบ 50% เมื่อรวมกันแล้วต้องไม่เกิน 600 บาท)
2.กรณีสมาชิกอายุเกิน 30 – 50 ปี ให้จ่ายเงินสมบทบในอัตรา 80% ของเงินสะสมของสมาชิกที่จ่ายเงินเข้ากองทุน เมื่อรวมกันแล้วต้องไม่เกิน 1,800 บาท สำหรับปีปฏิทินนั้น (จากเดิมจ่ายเงินสมทบ 80% เมื่อรวมกันแล้วต้องไม่เกิน 960 บาท)
3.กรณีสมาชิกอายุเกิน 50 ปี ให้จ่ายเงินสมบทบในอัตรา 100% ของเงินสะสมของสมาชิกที่จ่ายเงินเข้ากองทุน เมื่อรวมกันแล้วต้องไม่เกิน 1,800 บาท สำหรับปีปฏิทินนั้น (จากเดิมจ่ายเงินสมทบ 100% เมื่อรวมกันแล้วต้องไม่เกิน 1,200 บาท)
ให้มีผลตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2566 เป็นต้นไป
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB