กกพ.ค้างหนี้ก้อนโต 1.5 แสนล้าน ไม่รับปากตรึงค่าไฟ 4.72 บาท รอฟังความเห็นปชช.
กรณี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ส่งสัญญาณจะไม่ให้ขึ้นราคาค่าไฟฟ้าเกิน 4.72 บาทต่อหน่วย เนื่องจากต้นทุนในการผลิตไฟฟ้าลดลง ล่าสุด กกพ.ไม่ยืนยันจะตรึงไว้ที่ 4.72 บาทต่อหน่วยได้หรือไม่ เผยยังค้างหนี้กฟผ. กว่า 150,000 ล้านบาท เตรียมเปิดรับฟังความเห็นประชาชนอีกครั้ง10-20 มี.ค. 66 ก่อนที่จะสรุปและประกาศอย่างเป็นทางการต่อไป
นายคมกฤช ตันตระวาณิชย์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) กล่าวถึงแนวโน้มค่าไฟฟ้างวดหน้า หรือ งวดเดือน พ.ค.-ส.ค.66 ระบุว่า ขณะนี้ยังไม่เคาะค่าไฟงวดหน้า โดยจะมีการประชุมอีกครั้งในวันที่ 22 มี.ค.66 นี้ หลังจากที่เปิดให้ประชาชนได้เสนอความคิดเห็น
โดยปัจจุบัน กกพ. ยังต้องทยอยคืนหนี้ให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) อีกกว่า 150,000 ล้านบาท และยังต้องดูปัจจัยอื่น ๆ เช่น อัตราแลกเปลี่ยน ราคาก๊าซธรรมชาติ
ส่วนโอกาสที่จะตรึงไว้ที่ 4.72 บาทต่อหน่วย ตามที่นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ระบุไว้นั้น ต้องรอฟังความเห็นจากประชาชนและหารือกันอีกครั้ง
ขณะที่หลังจากนี้จะเปิดรับฟังความคิดเห็นของประชาชนสำหรับการกำหนดค่าเอฟที (Ft) ในรอบเดือนพ.ค.-ส.ค. 2566 ก่อนที่จะมีการสรุปและประกาศอย่างเป็นทางการต่อไป
โดยมีข้อเสนอ 3 ทางเลือกในการทยอยคืนภาระค่าต้นทุนคงค้างให้กับกฟผ. คือ
1. จ่ายหนี้กฟผ.ในครั้งเดียว 1 งวด จำนวน 150,268 ล้านบาท ค่าไฟจะปรับขึ้นเป็น 6.72 บาทต่อหน่วย
2. แบ่งจ่ายหนี้เป็น 5 งวด ค่าไฟจะปรับขึ้นเป็น 4.84 บาทต่อหน่วย
3. แบ่งจ่ายหนี้เป็น 6 งวด ค่าไฟจะปรับขึ้นเป็น 4.77 บาทต่อหน่วย
นายคมกฤช กล่าวต่อว่า ข้อมูลดังกล่าวเป็นตัวเลขเบื้องต้นเท่านั้น หากประชาชนมีความเห็นอื่น สามารถเสนอเข้ามาได้ โดยหลังจากนี้จะรวบรวมข้อเสนอต่าง ๆ จะเข้าประชุมบอร์ดอีกครั้งในวันที่ 22 มี.ค. เชิญชวนผู้ใช้ไฟร่วมแสดงความเห็นพร้อมเหตุผล ได้ผ่านเว็บไซต์สำนักงานกกพ. ตั้งแต่วันที่ 10-20 มี.ค. 66 (https://www.erc.or.th/th/listen-to-opinions/492)
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB