แบงก์ชาติเดินสายคุยลีสซิ่งรถยนต์ ก่อนกฎหมายกำกับดูแลมีผลเร็วๆ นี้
หลังจากปัญหาหนี้เสียรถยนต์เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง หลังจากหมดมาตรการพักชำระหนี้ที่ทยอยครบตั้งแต่ไตรมาสที่ 2 ที่ผ่านมา ทำให้ลูกหนี้บางส่วนผ่อนชำระหนี้ไม่ไหว และ แนวโน้มรถยึดมีทิศทางเพิ่มขึ้น โดย 5 เดือนแรกของปีนี้ มีการยึดรถแล้วนำมาประมูล 80,000-90,000 คัน เพิ่มขึ้น 3-5% เมื่อเทียบกับปีก่อน
ธนาคารแห่งประเทศไทย จะเข้ามากำกับดูแลฑุรกิจลีสซิ่งในอนาคต โดยได้หารือกับผู้ประกอบธุรกิจลิสซิ่ง ก่อนที่ร่างกฎหมายกำกับดูแลธุรกิจการให้เช่าซื้อและการให้เช่าแบบลีสซิ่งรถยนต์และรถจักรยานยนต์ จะมีผลบังคับใช้ประมาณเดือนพฤจิกายนนี้
ซึ่งนายเมธี สุภาพงษ์ รองผู้ว่าการด้านเสถียรภาพการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า ร่างกฎหมายดังกล่าว ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฏีกา ซึ่ง ธปท. อยู่ระหว่างเตรียมการรองรับการดำเนินการตามกฎหมายดังกล่าว เช่น
เช่น การทยอยหารือกับผู้ประกอบธุรกิจและผู้บริโภค เพื่อให้มั่นใจว่า เมื่อกฎหมายมีผลบังคับใช้ ธปท. จะสามารถเข้ากำกับดูแลฯ เพื่อคุ้มครองผู้บริโภคและดูแลเสถียรภาพด้านการเงินได้อย่างเหมาะสม
ส่วนการรับมือกับปัญหาหนี้ครัวเรือนและหนี้เสียที่เร่งตัวขึ้น ว่า ธปท. ไม่ได้นิ่งนอนใจ และได้หารือกับสถาบันการเงิน เพื่อขอความร่วมมือดำเนินมาตรการช่วยเหลือลดต้นทุนการเงิน และภาระหนี้ครัวเรือนของประชาชน เนื่องจากเกรงว่ากระทบต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ คาดว่าจะได้ข้อสรุปเร็วๆ นี้
เครดิต บูโร เตือนหนี้เสียรถยนต์พุ่ง เสี่ยงถูกยึดรถ 1 ล้านคัน
ด้านนายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ เปิดเผยว่า ปัญหาหนี้เสียรถยนต์มีสัญญาณชัดเจนมากขึ้น เพราะ ลูกหนี้ไม่สามารถชำระหนี้ได้ ทำให้สถาบันการเงินทยอยยึดรถ ดังนั้นหากลูกหนี้มีปัญหาขาดส่งเงินงวด ควรเข้าไปเจรจากับสถาบันการเงิน หรือ ลีสซิ่ง ก่อนที่จะเกิดเป็นหนี้เสีย
โดยสัญญาณหนี้เสีย หรือ เอ็นพีแอล ที่เกิดขึ้นนี้สอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจไทย ที่ยังฟื้นตัวไม่เต็มที่ หลังจากเกิดการระบาดของโควิด-19 มานานเกินกว่า 2 ปี และมีความเสี่ยงที่สถานการณ์ หนี้เสียในปีหน้าจะแย่ลง หลังจากที่ธนาคารแห่งประเทศไทยจะยกเลิกมาตรการผ่อนคลายเรื่องเอ็นพีแอล
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB