น้ำมันดิบพุ่ง 5% ปมสงครามครั้งใหญ่อิสราเอล-ปาเลสไตน์ จับตาตลาดผันผวน
เช้านี้ราคาน้ำมันดิบพุ่งทะยานราว 5% ในช่วงเปิดตลาดซื้อขายของเอเชีย หลังปาเลสไตน์เปิดฉากสงครามครั้งใหญ่กับอิสราเอลในรอบหลายทศวรรษ นักวิเคราะห์คาดจะทำให้ตลาดผันผวนมากขึ้น
เมื่อวันที่ 9 ต.ค. 66 ราคาน้ำมันดิบตลาดโลกปรับตัวพุ่งสูงกว่า 4 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ในช่วงตลาดซื้อขายของเอเชีย เป็นผลมาจากการปะทะของสงครามครั้งใหญ่ในรอบหลาย 10 ปี ระหว่างอิสราเอล และปาเลสไตน์ ที่เริ่มต้นขึ้นเมื่อช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา
โดยน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) ราคาปรับเพิ่มขึ้น 4.18 ดอลลาร์ หรือ 4.94% ที่ระดับ 88.76 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และ น้ำมันดิบเวสต์เท็สซัส (WTI) ราคาปรับเพิ่มขึ้น 4.23 ดอลลาร์ หรือ 5.11% ที่ระดับ 87.02 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ทั้งนี้น้ำมันดิบราคาพลิกฟื้นกลับขึ้นมาจากระดับต่ำสุดในรอบหลายเดือน หลังถูกเทขายมานานหลายสัปดาห์ จากความกังวลเรื่องอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น ซึ่งอาจกระทบความต้องการทั่วโลก
ด้านนักวิเคราะห์ มองว่า ความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสต์ที่เพิ่มขึ้นในตะวันออกกลาง จะช่วยหนุนราคาน้ำมัน และคาดว่าจะมีความผันผวนที่สูงขึ้น
ขณะที่เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา 7 ต.ค. 66 กลุ่มฮามาส (Hamas) ซึ่งเป็นองค์กรการเมืองติดอาวุธของชาวปาเลสไตน์ ได้เริ่มเปิดฉากยิงจรวดจากในฉนวนกาซา โจมตีพื้นที่ของอิสราเอลจำนวนกว่า 5,000 ลูก ส่งผลให้ชาวอิสราเอลเสียชีวิตหลายร้อยคน อีกทั้งยังส่งทหารแทรกซึ้มเข้าพื้นที่ของอิสราเอล จนเกิดสงครามตอบโต้ของทั้ง 2 ฝ่ายในเวลาต่อมา
ด้านกลุ่มประเทศชาติตะวันตก ได้แถลงประณามการสู้รบที่เกิดขึ้นดังกล่าว ยกเว้นอิหร่านที่ออกมาสนับสนุนการโจมตีของชาวปาเลสไตน์ ระบุเป็นการป้องกันตนเองจากการถูกกดขี่ ขณะที่หลายฝ่ายกำลังจับตาว่า กลุ่มฮามาส ได้รับการสนับสนุนการก่อสงครามจากอิหร่านหรือไม่
อย่างไรก็ตามสงครามที่เกิดขึ้นกำลังจะทำลายความพยายามของสหรัฐอเมริกาที่กำลังช่วยฟื้นความสัมพันธ์ระหว่าง ซาอุดีอาระเบียและอิสราเอล โดยมีสหรัฐฯเป็นคนกลางไกล่เกลี่ย ผ่านการทำข้อตกลง และการทำสนธิสัญญาป้องกันระหว่างประเทศระหว่างซาอุดีอาระเบียและสหรัฐฯ
ซึ่งมีรายงานว่าในข้อตกลงนี้ ทางซาอุดีอาระเบีย จะเพิ่มกำลังผลิตน้ำมันดิบให้มากขึ้นในปีหน้า 2567 ตามความต้องการของสหรัฐฯ
บริษัทหลักทรัพย์เอเซียพลัว ระบุว่า ความเสี่ยงเชิงภูมิรัฐศาสตร์กลับมาอีกครั้ง หลังกลุ่มฮามาส (ชาวปาเลสไตน์) โจมตี อิสราเอลแบบไม่ทันตั้งตัวในช่วงวันหยุดที่ผ่านมา ทำใหเกิดการสู้รับกันอย่างรุนแรงในรอบหลายปี ด้วยปมจุดชนวนเรื่องศาสนา ขณะที่ปาเลสไตน์มีผู้สนับสนุนเป็นกลุ่มประเทศตะวันออกลางนำโดยอิหร่าน ส่วนอิสราเอลมีผู้สนับสนุนเป็นกลุ่มประเทศตะวันตกนำโดยสหรัฐฯ
ทั้งนี้สถานการณ์ดังกล่าวยังต้องติดตามอย่าใกล้ชิด เพราะหากมีการลุกลามไปในระดับภูมิภาค อาจเกิดผลกระทบเป็นวงกว้าง โดยเฉพาะราคา น้ำมันที่เสี่ยงขยับตัวสูงขึ้น เนื่องจากประเทศตะวันออกกลางเป็นแหล่งน้ำมันดิบ คิดเป็นสัดส่วนเกือบ 1 ใน 3 ของโลก
สำหรับแนวโน้มราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกยังอยู่ในภาวะผันผวนจากทั้ง Demand และ Supply ที่แท้จริง รวมถึงประเด็นบวกและลบต่อราคาน้ำมันที่เกิดขึ้นระหว่างทาง ซึ่งหากพิจารณาภายใต้ Demand และ Supply ที่แท้จริง และราคาน้ำมันในปัจจุบัน ฝ่ายวิจัยยังคงมุมมองที่คาดทิศทางราคาน้ำมันจะยังทรงตัวได้ในระดับสูงต่อเนื่อง จากเหตุการณ์ความไม่สงบในอิสราเอล และการจำกัดการผลิตของกลุ่มโอเปกพลัส (OPEC+)
ส่วนการปรับตัวขึ้นของราคาน้ำมันจะมีเสถียรภาพมากน้อยเพียงใดยังขึ้นอยู่กับDemand ซึ่งแปรผันตามการเติบโตของเศรษฐกิจโลก ทั้งนี้ฝ่ายวิจัยกำหนดสมมติฐานราคาน้ำมันดิบดูไบปี 2566 อยู่ที่ 90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และระยะยาว ตั้งแต่ปี 2567 เป็นต้นไปอยู่ที่ 80 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
Photo : MAHMUD HAMS / AFP
พร้อมอพยพคนไทยออกจากอิสราเอล! จ่อส่งเครื่องบินรับเมื่อน่านฟ้าเปิด
สภาพอากาศวันนี้ ฝนถล่ม 54 พื้นที่ เหนือ-อีสาน ฝนตกหนักถึงหนักมาก!
เปิดปฏิทินวันหยุดตุลาคม 2566 เช็กวันหยุดราชการ-วันสำคัญ
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB