คลังของบกลางปี 67 วงเงิน 1.22 แสนล้านบาท ลุยดิจิทัลวอลเล็ต
“พิชัย” เตรียมเสนอครม. 28 พ.ค. ของบกลางปี 67 วงเงิน 1.22 แสนล้านบาท ทำดิจิทัลวอลเล็ต หลังจีดีพีไตรมาส1/67 โตต่ำ เร่งหาทางกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น
นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรีวันนี้ ได้มีการพิจารณาตามที่สำนักงบประมาณ และ กระทรวงการคลังหารือกัน คือการเพิ่มงบประมาณทำนโยบายดิจิทัลวอลเล็ต โดยสำนักงบประมาณเสนอให้ใช้งบกลาง เป็นการของบเพิ่มเติมจากงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2567 เนื่องจากผลของการเร่งการใช้งบประมาณสู่เศรษฐกิจได้ดีกว่าเป้าหมาย
ส่วนอัตราการเติบโตของจีดีพีในไตรมาสแรก 1.7 แม้จะต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของปีที่แล้ว แต่ไม่ได้ติดลบ เมื่อเทียบกับไตรมาสที่ผ่านมา ถือว่าเศรษฐกิจไทยเติบโตไม่ได้อยู่ในภาวะถดถอย แต่ยังน้อยกว่าประเทศเพื่อนบ้านที่มีการเติบโตสูงกว่าไทย จึงต้องหาการกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะสั้น ซึ่งรัฐบาลเข้าใจว่าปัญหาเศรษฐกิจเป็นปัญหาเชิงโครงสร้าง
นายพิชัย กล่าวว่า ต้องตรวจสอบหลักเกณฑ์ตาม พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2567 พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลังของรัฐ และพ.ร.บ.หนี้สาธารณะ เพื่อไม่ให้หนี้ไม่เกินกรอบ 70% และทั้งหมดจะนำมาเสนอคณะกรรมการนโยบายการเงินการคลังของรัฐ มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานในเร็วๆนี้ เพื่อพิจารณาในรายละเอียด ก่อนที่จะยื่นเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรีวันที่ 28 พฤษภาคม 2567 และยื่นสภาผู้แทนราษฎรต่อไป อย่างไรก็ตามยังไม่ได้ระบุวงเงินที่จะขอเพิ่มได้ชัดเจน แต่ตัวเลข 122,000 ล้านบาท เป็นวงเงินที่สูงสุดที่จะเป็นไปได้ตามกฎหมายตอนนี้
การใช้งบประมาณจะแต่จะต้องดูตามข้อเท็จจริงว่าจะต้องใช้เท่าไหร่ โดยในงบประมาณปี 68 ได้มีการกำหนดงบประมาณไว้แล้ว ยืนยันว่า ทุกอย่างยังต้องอยู่ในกรอบ พ.ร.บ. งบประมาณ ไม่ผิดวินัยการเงินการคลังไม่ขัดหลักเกณฑ์ พ.ร.บ.หนี้สาธารณะ หากพอก็สามารถเดินหน้าได้ทันทีแต่หากไม่พอจะต้องหาวิธีอื่นต่อไป นายพิชัย กล่าว
ด้านนายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ย้ำว่า งบประมาณที่ใช้ในการทำโครงการดิจิทัลวอลเล็ต มาจาก 3 ส่วน ทั้งงบประมาณปี 67 งบประมาณปี 68 และตามมาตรา 28 ของ พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลัง ซึ่งในส่วนประมาณ ปี 67 มีทางเลือก 3 ทาง ที่เคยนำเสนอ ทั้งการใช้งบกลาง การโอนงบประมาณ และการจัดทำงบประมาณเพิ่มเติม ซึ่งในวันนี้ ได้มีการตัดทางเลือกที่ 2 คือการโอนงบประมาณ ออกไป เนื่องจากจะทำให้เกิดการชะลอของการใช้จ่ายงบประมาณ นาน 2 เดือน ซึ่งไม่เหมาะกับภาวะเศรษฐกิจที่ต้องการเม็ดเงินลงไปกระตุ้น ทำให้เหลือทางเลือก2ทาง คือ การใช้งบกลาง และทำกรอบงบประมาณรายจ่ายประจำปี 67 เพิ่มเติม ซึ่งทั้งสองส่วนรวมกันต้องได้งบประมาณรวมประมาณ 175,000ล้านบาท แต่ยังไม่ได้กำหนดสัดส่วน โดยเงินทั้ง 2 ก้อนจะต้องรอการประชุมของคณะกรรมการนโยบายการเงินการคลัง
ส่วนที่มาของเงินในการทำกรอบงบประมาณรายจ่ายประจำปีเพิ่มเติม นายเผ่าภูมิ ย้ำว่า มีกรอบในการจัดทำงบประมาณขาดดุล ตามกฎหมายที่สามารถขยายวงเงินได้ และไม่กระทบตัวเลขหนี้สาธารณะ ซึ่งยังอยู่ในกรอบวินัยการเงินการคลัง
ขณะที่นายเฉลิมพล เพ็ญสูตร ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ เปิดเผยว่า ตามปกติหากรัฐบาลจะทำกรอบงบประมาณเพิ่มเติมจะต้องมีรายได้เข้ามาเพิ่มอีกส่วน โดยตั้งแต่ปี 2552 มีการทำกรอบงบประมาณเพิ่มเติมประมาณ 6 ครั้ง แต่ต้องไปดูว่าการทำกรอบงบประมาณเพิ่มเติมจะต้องเป็นไปตามกฎหมาย การจะทำโครงการดิจิทัลวอลเล็ตตามมติของคณะรัฐมนตรี ต้องดูทุกวิธี ซึ่งสิ่งที่ควรทำเป็นอันดับแรกคือ การทำ พ.ร.บ. งบประมาณเพิ่มเติม
ส่วนการตัดแนวทางโอนงบประมาณนั้น เพราะจะเกิดปัญหาจะทำให้ งบประมาณปี 67 ที่มีผลบังคับใช้ตั้งแต่เดือนเมษายน มีระยะเวลาการใช้จ่ายเพียง 5-6 เดือนเท่านั้น หากเลือกใช้วิธีนี้ จะทำให้ทุกหน่วยงานต้องหยุดการเบิกจ่ายงบประมาณ จะเกิดปัญหาเม็ดเงินที่จะลงสู่ระบบเศรษฐกิจดังนั้นการเลือกวิธีนี้ในช่วงเวลานี้จึงไม่เหมาะสม
เมื่อถามว่าการทำกรอบงบประมาณเพิ่มเติม จะต้องทำงบประมาณขาดทุนเพิ่มหรือไม่ นายเฉลิมพล กล่าวว่า ขึ้นอยู่ที่คณะกรรมการนโยบายการเงินการคลังจะต้องจัดทำงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม ให้ถูกต้องและครบถ้วน ซึ่งจะมีการประชุมในเร็วๆนี้
ไขคำตอบ! ทำไมบางครั้งไอโฟนชาร์จสุดหยุดอยู่ที่ 80%
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB