ถอดบทเรียน “สงครามพิซซ่า” แบรนด์พร้อมแค่ไหน ก่อนออกอาวุธการตลาด
บทเรียนจาก "สงครามพิซซ่า" เมื่อแบรนด์งัดอาวุธหั่นราคาแข่งกัน
เกิดสงครามการตลาดเมื่อสองยักษ์ใหญ่วงการพิซซ่างัดโปรโมชันเด็ดมาแข่งกัน เริ่มจาก "เดอะ พิซซ่า คอมปะนี" กับโปรโมชัน "วันเดย์ วันดีล" เมื่อวันที่ 21 พ.ค. ที่ผ่านมา ลดราคาพิซซ่าถาดกลางเหลือ 99 บาท จากปกติ 299 บาท ทุกสาขาทั่วประเทศไทย
เมื่อเริ่มเป็นกระแส ทำเอาบรรดาร้านต่าง ๆ มาร่วมวงแจมด้วย ทั้ง SizzlerThai, 7-Eleven Thailand, Burger King Thailand, Bar B Q Plaza Swensen's, KFC และเนื้อแท้
อย่างไรก็ตาม กลยุทธ์การตลาดครั้งนี้เป็นเหมือนดาบสองคม เพราะหลังจากที่พิซซ่าทั้งสองอัดโปรเด็ด ก็มีเสียงสะท้อนจากลูกค้าบางรายที่ให้ความเห็นเรื่องรอคิวนานบ้าง สินค้ามีไม่พอบ้าง จึงเกิดการตั้งคำถามถึงความพร้อมของแบรนด์ก่อนออกอาวุธการตลาด ซึ่งทั้งสองพิซซ่าไม่รอช้า ร่อนจดหมายน้อมรับทุกความเห็นเพื่อนำไปปรับปรุง
เรื่องนี้มีความเห็นจาก ผศ.เสริมยศ ธรรมรักษ์ อาจารย์ประจำภาควิชาการสื่อสารและสื่อใหม่ คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ วิเคราะห์กลยุทธ์การทำ sales promotion ด้วยการหั่นราคา ว่าเป็นอาวุธหนึ่งที่ช่วยเร่งพฤติกรรมการซื้อ และสร้าง awareness ได้ แต่การใช้อาวุธนี้ต้องระวัง
สิ่งที่ต้องระวังในมุมของผู้บริโภคที่พบกับประสบการณ์ไม่ดีกับกระแสในครั้งนี้ คือ ระวังลูกค้าจะผิดหวังกับแบรนด์ จากที่เคยชอบอาจจะกลายเป็นไม่ชอบไปเลย
กลยุทธ์การหั่นราคาถือเป็นสีสันทางการตลาด เป็นการคืนกำไรให้แก่ผู้บริโภค เพื่อเร่งพฤติกรรมการซื้อของลูกค้า ใช้ราคาทำให้การตัดสินใจซื้อเร็วขึ้น อย่างไรก็ตาม มีสิ่งที่ต้องระวังคือการเตรียมความพร้อมของระบบหลังบ้าน เพราะเมื่อใดก็ตามที่เราเล่นกลยุทธ์ราคาจะต้องมีการแห่แหนของลูกค้าที่อยากเข้าไปร่วมโปรโมชัน ทำให้เกิด overfull demand การเตรียมความพร้อมจึงเป็นสิ่งสำคัญเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดประสบการณ์ที่ไม่ดีของลูกค้า
ผศ.เสริมยศ ยังบอกว่า การจัดโปรโมชันครั้งนี้ ความสำเร็จที่แบรนด์ได้แน่ ๆ คือการสร้าง awareness ส่วนประสบการณ์ที่ลูกค้าได้รับหลังเข้าร่วมโปรโมชันมีทั้งกลุ่มคนที่สมหวังและไม่สมหวังจากการสั่งครั้งนี้ ดังนั้น กระแสที่เกิดขึ้นย่อมมีทั้งทางบวกและทางลบ
ฟีดแบ็กจากการงัดอาวุธเด็ดด้วยโปรโมชันหั่นราคาครั้งนี้จะคุ้มค่ากับสิ่งที่ลงทุนไปหรือไม่แบรนด์รู้ที่สุด
จากปรากฏการณ์นี้ ผศ.เสริมยศ ทิ้งท้ายว่าในเชิงการสร้างแบรนด์ไม่ควรใช้กลยุทธ์ลดราคาบ่อย ๆ เพราะจะทำให้แบรนด์เกิดภาพจำ ลูกค้าจะรอซื้อในช่วงโปรโมชัน ดังนั้นกลยุทธ์การลดราคา ทำได้ เป็นสีสันการตลาดช่วงสั้น ๆ แต่อย่าใช้บ่อย ที่สำคัญคือต้องเตรียมตั้งรับให้ดี มี scenario พร้อมทุกสถานการณ์ และต้องรู้กำลังการผลิตของตัวเอง
หากประเมินความพร้อมของตัวเองแล้วรู้ดีว่ารับ demand ที่จะเกิดขึ้นทั้งหมดไม่ไหว จะยอมแลกหรือไม่เพื่อสร้าง awareness อันนี้ก็ขึ้นอยู่กับกลยุทธ์ของแต่ละแบรนด์
คืนนี้! “น้ำประปาไม่ไหล” 13 พื้นที่ หยุดจ่ายน้ำนาน 6-7 ชั่วโมง
พยากรณ์ฝนล่วงหน้า ฝนตกหนักยาวถึงสิ้นเดือน จับตาดีเปรสชัน!
แฉเบื้องลึก เกมดัน “อุ๊งอิ๊งค์”เป็นตัวประกัน บีบ “ทักษิณ” อยู่ในกรอบ
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB