ลุ้น !! กบง.ตรึงราคา LPG ต่อ 3 เดือน หรือไม่ 27 มิ.ย.นี้ รู้ผลแน่
ลุ้น !! กบง.ตรึงราคา LPG 423 บาท ต่อ 3 เดือน ด้านปลัดพลังงาน ลั่น 27 มิ.ย.นี้ รู้ผลแน่
นายประเสริฐ สินสุขประเสริฐ ปลัดกระทรวงพลังงาน แถลงผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ครั้งที่ 1/2567 โดยมีนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุม โดยผู้สื่อข่าวได้มีการสอบถามถึงความคืบหน้าถึงมาตรการตรึงราคาขายปลีกก๊าซหุงต้มครัวเรือน หรือ แอลพีจี (LPG) ระดับ 423 บาทต่อถังขนาด 15 กิโลกรัม (กก.) ระยะเวลาดำเนินการ 3 เดือน ที่กำลังจะสิ้นสุดลงวันที่ 30 มิ.ย.67 นั้น
วันที่ 27 มิ.ย. 67 จะมีการประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) เพื่อพิจารณาเรื่องนี้ โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมพิจารณา
ส่วนกระแสว่าจะมีการตรึงราคา LPG ออกไปอีก 3 เดือน ตั้งแต่ ก.ค.-ก.ย. 67 นั้น นายประเสริฐ ระบุว่า ขณะนี้ยังไม่ทราบ แต่ย้ำว่า ขณะนี้ เพดานหนี้บัญชีแอลพีจีอยู่ที่ 50,000 ล้านบาท ซึ่งการพิจารณาว่าจะมีการตรึงราคาก๊าซแอลพีจีออกไปอีกหรือไม่ ต้องดูสถานการณ์ของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเป็นหลัก รวมถึงต้องพิจารณาภาระค่าครองชีพของประชาชนตามสถานการณ์เศรษฐกิจในปัจจุบัน ซึ่งผู้ที่จะได้รับผลกระทบ คือ ประชาชน และร้านอาหาร ที่ยังต้องใช้ LPG อยู่
นอกจากนี้ นายประเสริฐ กล่าวด้วยว่า ในส่วนของมาตรการตรึงราคาแอลพีจี ยังไม่น่ากังวลเท่ากับมาตราการตรึงราคาดีเซล ซึ่งตนไม่แน่ใจว่า งบประมาณกลางจะมีพอหรือไม่ หลังจากนี้อาจมีการหารือกันนอกรอบต่อไป
อย่างไรก็ตาม ข้อมูลล่าสุด ฐานะกองทุนฯ ยังติดลบกว่า 110,000 ล้านบาท แต่ไม่ใช่ตัวเลขติดลบสูงสุด ซึ่งที่ผ่านมาก็เคยติดลบสูงกว่า 130,000 ล้านบาท
เห็นชอบให้ผลักดัน “Direct PPA” หวังดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติ
นอกจากนี้ ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) โดยมีนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี เป็นประธานพิจารณาแนวทางการกระตุ้นเศรษฐกิจและสังคมของประเทศและความต้องการใช้ไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนหรือไฟฟ้าสีเขียว ซึ่งเป็นไฟฟ้าสะอาดที่ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
โดยที่ประชุม เห็นชอบแนวทางการดำเนินการโครงการนำร่องการซื้อขายไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนในรูปแบบการทำสัญญาซื้อขายพลังงานไฟฟ้าได้โดยตรง (Direct Power Purchase Agreement: Direct PPA) เพื่อเป็นแรงจูงใจให้เกิดการลงทุน โดยเฉพาะด้าน Data Center ของไทย ที่มีความต้องการใช้ไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน
โดยกำหนดกรอบการดำเนินการในปริมาณไม่เกิน 2,000 เมกะวัตต์ ซึ่งบริษัทที่สามารถเข้าร่วมโครงการได้ต้องมีลักษณะเป็นการลงทุนขนาดใหญ่ มีการดำเนินการที่เท่าเทียมกันในทุกประเทศที่ไปลงทุน และไม่มีการขายไฟฟ้ากลับเข้าสู่ระบบไฟฟ้าของประเทศ
ซึ่งหลังจากนี้ กระทรวงพลังงาน จะหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) วางมาตรการที่เหมาะสมในโครงการนำร่อง ไดเร็กต์ พีพีเอ เพื่อทดลองตลาดในพื้นที่เป้าหมายที่คาดว่าจะใกล้เคียงกับการพัฒนา Data Center พร้อมกับพิจารณากำหนดอัตราค่าไฟฟ้าที่ซื้อขายระหว่างกัน รวมถึงศึกษาอัตราค่าบริการสายส่งไฟฟ้า เบื้องต้นคาดว่า โครงการนำร่อง Direct PPA จะเริ่มดำเนินการได้ภายในปีหน้า
ที่ประชุม ได้ตระหนักถึงผลกระทบที่จะตามมา คือ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค และการไฟฟ้านครหลวง ที่อาจจะต้องสูญเสียรายได้ นายกรัฐมนตรี จึงสั่งการให้กระทรวงพลังงาน และ กกพ. ศึกษาผลกระทบจากโครงการนำร่อง Direct PPAว่าจะมีผลอย่างไรต่อไป
สำหรับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ขณะนี้ มียอดขายไฟฟ้าที่ผลิตเองได้ในแผน PDP 2018 ลดลงมาก เหลือสัดส่วนแค่ 29% ของกำลังการผลิตทั้งหมดของประเทศ และยิ่งหากมีการใช้แผน PDP 2024 สัดส่วนการผลิตไฟฟ้าก็มีแนวโน้มจะลดลงเหลือไม่ถึง 20% เท่ากับรายได้หลักจากการขายไฟฟ้าก็จะยิ่งลดลง
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB