ภาพรวมอสังหาริมทรัพย์ไทยในครึ่งปีแรก โครงการใหม่ลดลง แต่ราคาสูงขึ้น
ภาพรวมอสังหาริมทรัพย์ไทยในครึ่งปีแรก โครงการใหม่ลดลง แต่ราคาสูงขึ้น เฉลี่ย 6 ล้านบาทต่อหลัง
ดร.โสภณ พรโชคชัย ประธานศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บจก.เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอ สเตท แอฟแฟร์ส (www.area.co.th) เปิดเผยถึงทิศทางตลาดที่อยู่อาศัย กลางปี 2567 และแนวโน้มปี 2567 ระบุว่า ในภาพรวมอสังหาริมทรัพย์ไทยในครึ่งปีแรก 2567 การเปิดตัวโครงการใหม่ มีการเปิดตัวจำนวนโครงการลดลง มูลค่าโครงการลดลง ราคาขายเฉลี่ยต่อหน่วยเพิ่มขึ้น แต่จำนวนหน่วยขายลดลง
โดยการพัฒนาแยกเป็น 2 กลุ่มหลักที่สำคัญ คือ
1. กลุ่มระดับกลางถึงค่อนข้างสูงที่มีระดับราคาขายไม่เกิน 5 ล้านบาท
2. กลุ่มที่มีระดับราคาตั้งแต่ 5 ล้านบาทขึ้นไป
ครึ่งปีแรกเปิดขาย 33,461 หน่วย มูลค่า 211,516 ล้านบาท
ซึ่งตั้งแต่ มกราคม-มิถุนายน 2567 มีจำนวนโครงการอสังหาริมทรัพย์ทั้งหมด 191 โครงการ โดยเป็นโครงการประเภทที่อยู่อาศัยจำนวน 189 โครงการ และโครงการอสังหาริมทรัพย์ประเภทอื่นๆ จำนวน 2 โครงการ มีจำนวนหน่วยขายทั้งหมดที่ขายในตลาดรวมกันถึง 33,461 หน่วย มีมูลค่าการพัฒนารวมจำนวน 211,516 ล้านบาท
ในเดือนมีนาคมเป็นเดือนที่มีจำนวนโครงการมากที่สุด 55 โครงการ เป็นเดือนที่มีจำนวนหน่วยขายและมูลค่าเปิดขายมากสุดคือด้วยจำนวน 8,998 หน่วย (27.0%) มีมูลค่าโครงการรวม 58,481 ล้านบาท (28.0%) เนื่องจากในเดือนนี้มีการเปิดขายแนวราบและอาคารชุดราคาปานกลางไปถึงราคาสูงเป็นจำนวนมาก จึงทำให้ภาพรวมของเดือนนี้มีจำนวนหน่วยขายสูงกว่าเดือนอื่นๆ
ราคาขายเฉลี่ย 6.321 ล้านบาท
ส่วนราคาขายเฉลี่ยต่อหน่วยของอสังหาริมทรัพย์ในปี 2567 มีราคาขายเฉลี่ยที่ 6.321 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2566 ที่ราคาเฉลี่ย 5.531 ล้านบาท (14.3%) โดยหากพิจารณาเฉพาะราคาเฉลี่ยของกลุ่มที่อยู่อาศัยจะมีราคาเฉลี่ยที่ 6.317 ล้านบาท และถ้าเป็นกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ประเภทอื่นๆ จะมีราคาเฉลี่ยที่ 14.713 ล้านบาท
เต็นท์รถชะลอรับซื้อ EV มือสอง หลังราคาลงแรงขายออกยาก
ดร.โสภณ มีข้อสังเกตว่า
1. การเปิดตัวใหม่ของที่อยู่อาศัยกลางปี 2567 นี้มีจำนวนหน่วยขายลดลง ลดลง ประมาณ -30.2% เมื่อเปรียบเทียบกับกลางปี 2566 เนื่องจากหลังจากสถานการณ์เศรษฐกิจชะลอตัว ดีมานด์ไม่มีกำลังซื้อ อีกทั้งส่วนหนึ่งมีปัญหาหนี้ครัวเรือนสูง เลยทำให้ผู้ประกอบการเปิดโครงการใหม่จำนวนเฉลี่ยต่อโครงการเล็กลง จำนวนหน่วยขายในครึ่งปีแรกจึงลดลง
2. มูลค่าของโครงการที่เปิดใหม่กลางปี 2567 มีมูลค่าโครงการรวมมีมูลค่าลดลงจากกลางปี 2566 ประมาณ -1.3% และราคาขายเฉลี่ยต่อหน่วยเพิ่มขึ้น 14.6% โดย ณ กลางปี 2566 มีราคาขายเฉลี่ยต่อหน่วย 4.470 ล้านบาท และกลางปี 2567 ราคาเฉลี่ยต่อหน่วยอยู่ที่ 6.317 ล้านบาท การปรับเพิ่มขึ้นของราคาขายเฉลี่ยมากถึง 41.3%
เนื่องจากบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ได้หันมาพัฒนาสินค้าประเภทบ้านเดี่ยวราคาแพงมากขึ้น เพื่อรองรับดีมานด์ที่มีกำลังจ่ายสูงที่ไม่ได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจและกลุ่มลูกค้าต่างชาติที่หันมาสนใจซื้อบ้านแพงในประเทศไทยเพิ่มมากขึ้น
3. จำนวนหน่วยที่เปิดขายมีจำนวนลดลง 30.2% แต่สัดส่วนมูลค่าการลงทุนลดลงเพียง 1.3% ราคาขายเฉลี่ยต่อหน่วยเพิ่มขึ้น 41.3% ส่วนยอดขายก็ลดจากกลางปี 2566 ประมาณ 31.3% เนื่องจากเศรษฐกิจชะลอตัว กำลังซื้อหดตัว ทำให้คนซื้อบ้านชะลอการตัดสินใจซื้อ
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB