จับตา "ดิจิทัลวอลเล็ต" เชื่อผลักดันยาก แนะต้องคุยแบงก์ชาติให้ละเอียด
จับตาโครงการดิจิทัลวอลเล็ต "ธีระชัย" เชื่อ ผลักดันได้ยาก ต้องคุยกับแบงก์ชาติให้ละเอียด "พล.ท.ภราดร" ชี้ ดิจิทัลวอลเล็ตมี 2 ปัญหาหลัก มั่นใจผลตัดสินคดี "เศรษฐา" กระทบโครงการแน่นอน
หลังจากเมื่อ 1 ส.ค. 67 ที่ผ่านมา รัฐบาลได้เปิดให้ประชาชนลงทะเบียนแอปพลิเคชัน "ทางรัฐ" เพื่อเข้าใช้งาน "ดิจิทัลวอลเล็ต" หรือ "เงินดิจิทัล 10,000 บาท" ตามนโยบายของทางพรรคเพื่อไทยที่ถือเป็นก้าวแรกของรัฐที่มีการใช้สินทรัพย์ดิจิทัลอย่างเป็นทางการ
อย่างไรก็ตาม นโยบายดังกล่าวเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ในหลากหลายมุม เช่น จะเป็นการฉุดหรือหนุนคะแนนนิยมให้กับพรรคเพื่อไทยหรือไม่
อีกทั้งการที่ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ที่เป็นเหมือนหัวเรือใหญ่ของโครงการนี้ ต้องฝ่าด่านคดีที่ศาลรัฐธรรมนูญเตรียมตัดสินในวันที่ 14 ส.ค. ก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัย ที่เป็นตัวแปรสำคัญของทิศทางโครงการดิจิทัลวอลเล็ตเช่นกัน
นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และ พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร อดีตเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ได้ให้ความเห็นเกี่ยวกับกรณีดังกล่าวกับ PPTV ไว้อย่างน่าสนใจ ในรายการเข้มข่าวเย็น ช่วงคุยข้ามช็อต Exclusive Talk
Apple UK ลบคลิปแล้ว! ปมโฆษณาดรามาประเทศไทย
"ดิจิทัลวอลเล็ต" ผลักดันยาก เชื่อธนาคารไม่ยอมให้ทำง่าย ๆ
นายธีระชัย มองว่า การผลักดันดิจิทัลวอลเล็ตยังถือว่ายากอยู่ เอาใจช่วยเต็มที่ แต่ยังมีขั้นตอนที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังต้องนำเสนอทั้งหมดต่อคณะรัฐมนตรี เพื่อมีมติอนุมัติให้เป็นโครงการเพื่อเบิกงบประมาณไปใข้
หลังจากผ่านสภามาแล้ว กระบวนการ ขั้นตอน รายละเอียดต่าง ๆ ต้องมีการนำเสนอให้ชัดเจนในประเด็นต่าง ๆ ซึ่งปัญหาในเวลานี้คือ ขั้นตอนการลงทะเบียน ตนมองว่าการลงทะเบียนนั้นเป็นขั้นตอนที่ไม่ยาก แต่มีคนวิพากษ์วิจารณ์ว่า โปรแกรมนี้มีจุดอ่อนอยู่แล้ว ซึ่งโปรแกรมนี้เป็นแบบชนิดที่ดึงมาจากชั้นวางของ ไม่ใช่โปรแกรมเขียนเฉพาะ
นายธีระชัย กล่าวต่อว่า ปัญหาที่ใหญ่กว่านั้นคือ สมมติว่าเดือนหน้ามีการแจกเงินดิจิทัล และมีการโอนเงินระหว่างคนหนึ่งไปยังอีกคนหนึ่ง ซึ่งเป็นระบบที่เรียกว่า Open Loop คือเป็นระบบเปิดให้ประชาชนที่ใช้บัญชีธนาคารไหนก็ใช้บัญชีนั้นไป
ต่อมาลักษณะการโอนเงินอย่างนี้ จะมีปัญหาตรงที่มีการใช้ระบบบล็อกเชน ซึ่งเป็นระบบที่เหมือนกับเป็นแมงมุมมาคีย์ระบบการชำระเงินของแต่ละธนาคาร ตัวอย่างเช่นกรณีของธนาคารกรุงไทย ที่มีการใช้แอปพลิเคชันเป๋าตัง ลงเงินไปเป็นหมื่นล้านบาท หลังจากนั้นมีการทดสอบเพื่อให้รับรองได้ว่าเป็นระบบที่ปลอดภัย อีกทั้งยังมีค่าบำรุงรักษาอีกเป็นรายปี
สมมติว่าเราเป็นธนาคารหนึ่ง แล้วอยู่ดี ๆ มีเอกชนไปเขียนโปรแกรม ซึ่งเขียนแล้วยังไม่มีกระบวนการในการตรวจสอบ ทดสอบ ผ่านร้อนผ่านหนาวเท่าที่ควร มาขอต่อท่อจากใยแมงมุมนั้น และเจาะเข้าไปในระบบของธนาคารเรา และจะต้องทำเช่นนี้กับทุก ๆ ธนาคาร ตนก็มองว่าเหล่าธนาคารคงไม่ยอมให้ทำง่าย ๆ
แนะรัฐบาลต้องคุย "แบงก์ชาติ"
นายธีระชัย ระบุว่า จุดนี้คือข้อท้วงติงที่ทางแบงก์ชาติท้วงติงไปยังคณะกรรมการดิจิทัลที่นายกเศรษฐาเป็นประธาน ที่เน้นย้ำว่าให้ดูเรื่องระบบการจ่ายเงินโดยเฉพาะ เพราะคนที่ดูแลระบบการชำระเงินของประเทศไทยในขณะนี้ คือแบงก์ชาติ เพราะฉะนั้น ทางแบงก์ชาติย่อมรู้ดีว่ามีปัญหา การนำโครงการนี้เสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อให้มีมติให้มีผลทางกฎหมาย จำเป็นต้องดูทุกประเด็นให้ครบรอบครบลูป ซึ่งขณะนี้ก็ยังหาเจ้ามาทำไม่ได้ คิดว่ายาก
นายธีระชัย เสนอว่า ถ้าเดือนกันยายนเป็นต้นไป มีการจ้าง อนุมัติให้มีการประมูลให้มีคนเข้ามาดำเนินการ โดยหลักคิดง่าย ๆ คือ กลุ่มธนาคารก็จะไม่ยอมแล้วไม่ไปคุยกับแบงก์ชาติให้ตกผลึกเสียก่อน เมื่อเดินหน้าไปแล้วทำไม่ได้ สุดท้ายเงินที่ใช้ก็ต้องมาหารกันยาว ตั้งแต่คณะรัฐมนตรีรายตัว จะกลายเป็นการนำเงินของประชาชนไปใช้อย่างประมาทเลินเล่อ ไม่รอบคอบ
ทางแบงก์ชาติก็เตือนแล้วว่าให้ดูให้รอบคอบก่อน มีวิธีแก้ วิธีป้องกันอย่างไรให้มันชัดเจน ก่อนนำเสนอคณะรัฐมนตรี ตนมองว่าทุกคนจะต้องรับผิดชอบหมดเลย
นายธีระชัย กล่าวว่า ทั้งนี้ต้องคุยกับทางแบงก์ชาติก่อน จะมาคิดว่าทุกอย่างจะไปได้อย่างเรียบร้อยและเปิดประมูลโดยไม่ไปคุยหลีกการและแนวคิดกับแบงก์ชาติ ธนาคารต่าง ๆ ก่อน ไม่ได้ แต่ในจุดนี้หากมีการแฮกข้อมูลหรือมีการเกิดลักษณะดูดเงินขึ้น คำถามคือ ใครจะรับผิดชอบ
ปัญหาหลักคือ "วิธีปฏิบัติ" ต้องทำให้รอบคอบ
นายธีระชัย กล่าวว่า เพื่อความเป็นธรรมกับประชาชนที่เร่งขวนขวายลงทะเบียน ต้องรีบนำเสนอโครงการนี้ไปยังคณะรัฐมนตรี และเรียงมาเลยตั้งแต่บันไดขั้นที่ 1 ขั้นที่ 2 ขั้นที่ 3 จะทำอย่างไร และจะไปจบลงอย่างไร ขอให้มีความชัดเจน ถ้าขั้นตอนเหล่านี้ไม่เคลียร์ก็จะลำบาก
นายธีระชัย กล่าวต่อว่า ปัญหาในด้านแหล่งเงินขณะนี้ถือว่าเป็นปัญหารอง ในแง่ของกฎหายและกระบวนการทำงานก็พอไปได้แบบพะโล้พะเล้ อย่าไปเสียเวลาดู เพราะอาจเป็นการเจียดงบประมาณจากโครงการอื่น ๆ มาดำเนินการ ซึ่งปัญหาจริง ๆ คือวิธีปฏิบัติ วิธีการที่ทำให้เกิดขึ้น ซึ่งโครงการนี้กำลังจะทำให้เกิดธุรกรรมที่เชื่อมโยงราว 40 ล้านกว่าคน ซึ่งใหญ่กว่าธนาคารในเมืองไทยแบงก์ใดแบงก์หนึ่งแน่นอน เพราะฉะนั้นต้องทำให้รอบคอบ
นายธีระชัย กล่าวถึงกรณีการลดเงื่อนไขต่าง ๆ ของโครงการนี้ไว้ว่า แม้จะลดเงื่อนไขใด ๆ ก็ตาม แต่ก็ไม่สามารถลดลงมาจนเหลือเหมือนแอปพลิเคชันเป๋าตังได้ ถ้าทำแบบเดียวกันจะตั้งเงื่อนไขไม่ได้ เช่น ต้องใช้ภายในรัศมีนี้ ห้ามนำไปซื้ออย่างโน้นอย่างนี้ จำได้นำเทคโนโลยีบล็อกเชนมาช่วยเหลือครอบอยู่ข้างบน ซึ่งจะทำให้เกิดการรวนได้ง่ายมาก เพราะฉะนั้นต้องมาดูขั้นตอนการทำงานว่าสามารถทำได้ตลอดรอดฝั่ง
มอง "ดิจิทัลวอลเล็ต" มี 2 ปัญหาหลัก ทางการเมืองยังต้องเดินหน้าโครงการต่อ
พล.ท.ภราดร กล่าวว่า ตนมองว่าระบบดิจิทัลวอลเล็ตจะมีปัญหาในเรื่องแรกคือ ความปลอดภัย สองคือเรื่องความเสถียร ยกตัวอย่างแอปพลิเคชันเป๋าตัง กว่าจะตกผลึกออกมาได้ ต้องลงทุนไปไม่รู้เท่าไหร่ ทดสอบไปไม่รู้เท่าไหร่ กว่าจะมั่นใจได้จริง ๆ ว่ามีความเสถียร ไม่โดนเจาะ ซึ่งแอปฯ ทางรัฐ เองก็ยังดูทุลักทุเล
พล.ท.ภราดร กล่าวต่อว่า แม้จะมีคนสมัครเยอะ แต่จากข่าวก็จะเห็นได้ว่าเริ่มมีแอปพลิเคชันปลอมออกมาหลอกลวงประชาชนแล้ว ซึ่งปัญหาจะไม่ใช่แค่การลงทะเบียนแล้ว แต่จะมีปัญหาที่ขั้นตอนการใช้เงินหรือขั้นตอนสุดท้ายแล้ว พอไปซื้อของเข้าจริง ๆ ก็โอนไม่ได้จริง ๆ
พล.ท.ภราดร กล่าวว่า ในแง่ความมั่นคงทางการเมือง จำเป็นต้องเดินหน้าโครงการนี้ต่อไป ซึ่งปัญหาคือสุดท้ายจะไปจบที่ปลายทางได้ไหม อย่างไร ซึ่งสิ่งที่ทำให้ขณะนี้รัฐบาลเสียการทรงตัว คือระหว่างดำเนินการ มีการถูกตั้งคำถามมากมายจากหลายฝ่าย ทั้งฝ่ายวิชาการ แม้กระทั่งพรรคฝ่ายค้าน ที่มีการตั้งคำถามมากมาย แต่รัฐบาลกลับไม่เคยตอบเลย ตรงนี้จึงถือเป็นจุดอ่อน
พล.ท.ภราดร กล่าวว่า อธิบายง่าย ๆ เหมือนขั้นบันไดที่มีขั้น 1, 2, 3, 4, 5 ไปเรื่อย ๆ รัฐบาลนี้เหมือนมาอธิบายถึงขั้น 3 แล้วไปขั้น 5 ซึ่งการอนุมัติโครงการควรเอาให้ชัดก่อน เพราะไปพูดก่อนแล้วว่ามีแอปพลิชัน มีคนสมัคร แต่ยังพูดไม่ชัดเลยว่าการอนุมัติโครงการนี้โอเคหรือไม่ นำเงินมาจากไหน
มั่นใจ คดี "เศรษฐา" กระทบดิจิทัลวอลเล็ต
พล.ท.ภราดร กล่าวถึงผลกระทบต่อโครงการดิจิทัลวอลเล็ต กับกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญเตรียมตัดสินคดีของนายเศรษฐาในวันที่ 14 ส.ค. ว่า กระทบ หากมีการเปลี่ยนนายกรัฐมนตรี และนายกฯ เกิดไม่ใช่พรรคเพื่อไทย เป็นพรรคร่วมหรือพรรคอื่น ๆ ทำให้เกิดคำถามว่านโยบายนี้จะไปอย่างไรต่อ
ก่อนหน้านี้ พรรคเพื่อไทยกล่าวว่า นโยบายโครงการเงินดิจิทัลเป็นโยบายเรือธงของพรรค แต่ไม่ได้ย้อนกลับไปว่าจริง ๆ แล้วชัยชนะที่ตนเคยคาดหวังว่าจะแลนด์สไลด์แต่ไม่แลนด์สไลด์ แสดงให้เห็นว่าไม่ได้เป็นโยบายที่โดนใจประชาชน แต่ที่เป็นรัฐบาลได้เพราะเป็นพื้นฐานมาจากการจับมือกับพรรคก้าวไกล นโยบายที่ไปโดนใจประชาชนกลับเป็นการปฏิรูปราชการ ปฏิรูปกองทัพ รัฐสวัสดิการ และกระบวนการยุติธรรม แล้วค่อยมาเป็นเงินดิจิทัล
พล.ท.ภราดร กล่าวต่อว่า แน่นอนว่านโยบายแจกเงินใคร ๆ ก็ต้องการ แต่หากไปถามประชาชนตรง ๆ ว่า ระหว่างเงินดิจิทัลกับเงินสด ประชาชนต้องการแบบใด ซึ่งขณะนี้แน่นอนว่าเกือบ 100% ประชาชนต้องการเงินสดแน่นอน
เชื่อ "ดิจิทัลวอลเล็ต" ไม่ทำให้ GDP โตในเชิงเศรษฐศาสตร์
นายธีระชัย กล่าวว่า จากที่กระทรวงการคลังคาดหวังว่าเงินดิจิทัลจะช่วยหนุน GDP ให้โต 1.2% - 1.8% สิ่งที่ตนต้องการให้ระมัดระวังคือ รัฐบาลได้มีการนำงบประมาณซึ่งเดิมจะไปทำโครงการอื่น และได้นำมาทำดิจิทัลวอลเล็ตนั้น ในช่วงที่โตบวก 1.2% - 1.8% ของฝั่งดิจิทัลวอลเล็ต ได้มีการหักส่วนบวกที่ควรจะเกิดขึ้น ซึ่งเวลานี้มันไม่เกิด จำเป็นต้องลบออก ซึ่งก็ต้องชี้แจงให้เห็นชัดเจน
นายธีระชัย กล่าวถึงกรณีที่ดิจิทัลวอลเล็ตจะช่วยหนุน GDP ให้โต 1.2% - 1.8% ว่า ถ้าได้ขนาดนี้ในเชิงเศรษฐศาสตร์แทบเป็นไปไม่ได้ เนื่องจากลักษณะการหนุนที่จะได้เข้ามาส่วนใหญ่ก็เป็นภาษีจากการซื้อขาย ขณะเดียวกันก็มีส่วนที่ได้จากการอุปโภคบริโภค และการกินการใช้ก็กระตุ้นให้เกิดการผลิต
เท่าที่ดูการผลิตส่วนใหญ่ในขณะนี้ คือต้องการให้ใช้หมดเร็ว ๆ เผลอ ๆ ก็อาจนำสต๊อกเก่ามาใช้ สิ่งที่ควรจะได้ประโยชน์มากกว่า คือการนำเงินจำนวนเท่ากัน ไปลงทุนในสิ่งที่เป็นโครงสร้างพื้นฐาน เครื่องมือหากินในระยะยาว เครื่องมือที่ทำให้เกษตรกรต้นทุนลดลง คุณภาพสินค้าดีขึ้น เปลี่ยนไปเป็นออร์แกนิกมากขึ้น เพื่อดึงราคาให้มากขึ้นตาม จะทำให้เกิดพายุหมุนหลายรอบ และอาจส่งพายุหมุนจากปีนี้ไปปีหน้า เป็นเหมือนไฟไหม้ฟาง
แต่ถ้านำงบประมาณไปอยู่ในส่วนของการสร้างถนน ในเรื่องของการสร้างดิจิทัล จะทำให้เป็นการลงทุนที่สามารถไปต่อได้ในระยะยาวมากกว่า
นายธีระชัย กล่าวว่า หากโครงการนี้เกิดขาดทุนขึ้นมา การใช้จ่ายของกระทรวงการคลัง ต่อให้เป็นการเพิ่มหนี้สาธารณะ ถ้าไปสร้างกระบวนการทำงานของเราให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น ต้นทุนเราต่ำลง ความสามารถในการทำให้สินค้าเรามีคุณภาพดีขึ้น ราคาขึ้นได้ ก็ถือว่าไม่เป็นไร เพราะเราถือว่ามีการสร้างกำลังซื้อให้กับประชาชนได้เพิ่มขึ้น
ยกตัวอย่างเช่น สมมติบางชุมชนตัดอ้อยแล้วนำไปเผา ต่อไปนี้ไม่ต้องแล้ว เดี๋ยวนำเงินจำนวนนี้ไปซื้อเครื่องจักรตัดอ้อย แล้วให้เป็นเครื่องจักรชุมชน การใช้งานก็แบ่งกันรับภาระคนละครึ่งไป ทำให้ต่อไปนี้ไม่มีการเผาอ้อย ทำให้ชาวบ้านมีสุขภาพดีขึ้น การรักษาพยาบาลก็ลดลง และผลผลิตอาจจะเพิ่มขึ้นได้ด้วย
นายธีระชัย ทิ้งท้ายว่า ในมุมมองของพรรคร่วมก็เอาใจช่วย แต่สิ่งที่พรรคเพื่อไทยต้องทำในเวลานี้คือ ทำทุกอย่างให้ชัดเจน เคลียร์ และออกมาปลอดภัยสำหรับทุกคน ไม่เช่นนั้น คณะรัฐมนตรีอาจไม่ยกมือลงคะแนนให้นโยบายนี้ก็ได้ แนะนำว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังต้องโชว์ฟอร์ม รีบเข้าไปคุยกับทางแบงก์ชาติ เพื่อเคลียร์ในประเด็นต่าง ๆ ต่อไป
อย่างไรก็ตาม นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ครบ 48 ชั่วโมง ของการเปิดรับลงทะเบียนดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท มีผู้ลงทะเบียนทั้งสิ้น 22 ล้านคน (ข้อมูลณ 8.00 น วันเสาร์ที่ 3 ส.ค.67)ทั้งนี้ยอดผู้ลงทะเบียนยังคงมาเรื่อย ๆ แต่ชะลอตัวลง อย่างไรก็ตาม ยังคงเปิดให้ยืนยันสิทธิได้ถึง 15 ก.ย. 67
ผ้าคลุมรถกันความร้อน และ 4 ไอเทมที่ช่วยทำให้รถดูสวยใหม่ตลอดเวลา
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB