เปิดปัจจัยดันเงินเฟ้อไทย ต.ค. 67 สูงขึ้น 0.83%
พาณิชย์ เผยราคา “อาหาร-ผักผลไม้-น้ำมัน” ดันเงินเฟ้อไทย ต.ค. 67 สูงขึ้น 0.83% จับตาเดือนหน้ามีแนวโน้มปรับสูงต่อเนื่อง แต่ยังคงเป้าทั้งปีที่ 0.2-0.8%
นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ ผอ.สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) เปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปเดือน ต.ค. 67 เท่ากับ 108.61 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนซึ่งเท่ากับ 107.72 ทำให้เงินเฟ้อทั่วไปสูงขึ้น 0.83% เมื่อเฉลี่ย 10 เดือน (ม.ค.-ต.ค. 67) เงินเฟ้อทั่วไปสูงขึ้น 0.26%
ปัจจัยสำคัญมาจากราคาสินค้าในกลุ่มอาหาร โดยเฉพาะผักและผลไม้สด รวมถึงราคาน้ำมันดีเซลและค่ากระแสไฟฟ้าปรับสูงขึ้น ขณะที่ราคาแก๊สโซฮอล์ปรับลดลงตามทิศทางราคาพลังงานในตลาดโลก สำหรับราคาสินค้าและบริการอื่น ๆ กระทบเงินเฟ้อไม่มากนัก
5 แหล่งวิตามินปราการผิว ช่วยบำรุงลดรอยด่างดำ เหี่ยวย่นช่วยชะลอวัย
ขณะที่ดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐานเดือน ต.ค.67 เท่ากับ 105.26 หรือขยายตัว 0.77% โดยเฉลี่ย 10 เดือน สูงขึ้น 0.52%
ส่วนดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคโดยรวมเดือน ต.ค. 67 ปรับเพิ่มขึ้นอยู่ที่ระดับ 52.9 จากระดับ 51.6 ในเดือนก่อนหน้า เป็นการปรับเพิ่มมาอยู่ในช่วงเชื่อมั่นติดต่อกันเป็นเดือนที่ 2 โดยดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคในปัจจุบันปรับเพิ่มมาอยู่ที่ระดับ 44.8 จากระดับ 43.1 และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคในอนาคต (3 เดือนข้างหน้า) ปรับเพิ่มมาอยู่ที่ระดับ 58.3 จากระดับ 57.2
การเคลื่อนไหวของราคาสินค้าและบริการที่สำคัญในเดือน ก.ย. 67
หมวดอาหารและเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ สูงขึ้น 1.95% ทั้งกลุ่มอาหารสด ผลไม้สด ไก่สด ไข่ไก่ กุ้งขาว เนื้อสุกร และข้าวสารเจ้า รวมถึงกลุ่มเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ และกลุ่มเครื่องประกอบอาหาร อย่างไรก็ตามยังมีสินค้าอีกหลายรายการที่ราคาลดลง อาทิ ไก่ย่าง มะนาว น้ำมันพืช หัวหอมแดง กระเทียม ปลาทู และอาหารโทรสั่ง (Delivery) เป็นต้น
หมวดอื่น ๆ ที่ไม่ใช่อาหารและเครื่องดื่ม สูงขึ้น 0.04% โดยเฉพาะน้ำมันดีเซล น้ำมันเบนซิน และค่ากระแสไฟฟ้า นอกจากนี้ค่าเช่าบ้าน ค่าโดยสารเครื่องบิน ค่าบริการส่วนบุคคล และค่าถ่ายเอกสารปรับสูงขึ้นเช่นกัน ส่วนสินค้าที่ราคาลดลง อาทิ แก๊สโซฮอล์ ของใช้ส่วนบุคคล สิ่งที่เกี่ยวกับการทำความสะอาด และเสื้อผ้า เป็นต้น
อัตราเงินเฟ้อทั่วไปของไทยเมื่อเทียบกับต่างประเทศ
ข้อมูลล่าสุดเดือน ก.ย. 67 พบว่าเงินเฟ้อทั่วไปของไทยสูงขึ้น 0.61% ยังคงอยู่ในกลุ่มประเทศที่มีอัตราเงินเฟ้อต่ำ โดยอยู่ระดับต่ำอันดับ 20 จาก 140 เขตเศรษฐกิจ และต่ำเป็นอันดับ 2 ในกลุ่มอาเซียนจาก 9 ประเทศ (บรูไน กัมพูชา มาเลเซีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ เวียดนาม สปป.ลาว)
แนวโน้มอัตราเงินเฟ้อทั่วไปเดือน พ.ย. 67
คาดปรับสูงขึ้นจากเดือน ต.ค. 67 โดยปัจจัยสำคัญมาจากราคาน้ำมันดีเซลภายในประเทศที่กำหนดเพดานไม่เกิน 33 บาทต่อลิตร สูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน ค่ากระแสไฟฟ้าภาคครัวเรือนปรับสูงขึ้น เป็นผลจากฐานที่ต่ำในปีก่อนหน้า เนื่องจากมาตรการช่วยเหลือค่ากระแสไฟฟ้าของภาครัฐในปีนี้น้อยกว่าปีที่ผ่านมา รวมถึงสินค้าและบริการที่เกี่ยวเนื่องกับภาคการท่องเที่ยวมีแนวโน้มปรับสูงขึ้น โดยเฉพาะค่าโดยสารเครื่องบิน ซึ่งเป็นการปรับตัวที่สอดคล้องกับฤดูกาลท่องเที่ยว
คาดว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไปในช่วงไตรมาส 4/67 จะขยายตัวสูงสุด 1.12% แต่ทั้งปีกระทรวงพาณิชย์ยังคงคาดการณ์ที่ 0.2-0.8% โดยมีค่ากลาง 0.5%
ปัจจัยสำคัญที่ทำให้อัตราเงินเฟ้อทั่วไปลดลง
- ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกมีแนวโน้มอยู่ในระดับต่ำกว่าปีก่อนหน้า (เดือนพฤศจิกายน 2566 มีค่าเฉลี่ยสูงกว่า 80 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ขณะที่ปัจจุบันเฉลี่ยอยู่ในระดับใกล้เคียงกับ 70 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล) ส่งผลให้ราคาแก๊สโซฮอล์ปรับตัวลดลง
- ราคาผักสดกลับเข้าสู่ระดับปกติ เนื่องจากผลกระทบจากปัจจัยชั่วคราวของอุทกภัยและน้ำท่วมหนักในบางพื้นที่สิ้นสุดลง
- คาดว่าผู้ประกอบการค้าส่ง - ค้าปลีกรายใหญ่ จะมีการจัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาดอย่างต่อเนื่อง
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB