ยอดตั้งธุรกิจใหม่ปี 67 คาดทะลุ 9 หมื่นราย รับท่องเที่ยวฟื้นตัว
กรมพัฒนาธุรกิจการค้า เผยธุรกิจจดทะเบียนใหม่สะสม 10 เดือนปี 67 แตะ 7.7 หมื่นราย โต 2.18% คาดทั้งปีทะลุ 9 หมื่นราย
กรมพัฒนาธุรกิจการค้า เผยผลการจดทะเบียนธุรกิจใหม่สะสม 10 เดือนปี 67 (ม.ค. - ต.ค.) แตะ 7.7 หมื่นราย โตขึ้น 2.18% เฉพาะเดือน ต.ค. 67 จดทะเบียน 7,267 ราย โตขึ้น 9% ปัจจัยสนับสนุนมาจากโครงการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานที่จะเริ่มช่วงไตรมาสสุดท้ายปี 67 การจับจ่ายใช้สอยเพื่อการอุปโภคบริโภค การท่องเที่ยว และเงินทุนโรงงานที่เริ่มประกอบกิจการยังขยายตัวในหลายภูมิภาค คาดตลอดทั้งปีจัดตั้งธุรกิจใหม่ทะลุ 9 หมื่นราย
นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยการจดทะเบียนจัดตั้งธุรกิจใหม่เดือน ต.ค. 67 พบว่า มี 7,267 ราย เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เพิ่มขึ้น 9.33% ทุนจดทะเบียน 30,149.01 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.80%
ประเภทธุรกิจที่มีการจัดตั้งใหม่สูงสุด
- ธุรกิจก่อสร้างอาคารทั่วไป
- ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์
- ธุรกิจภัตตาคาร/ร้านอาหาร
เดือน ต.ค. 67 มีนิติบุคคลที่มีทุนจดทะเบียนจัดตั้งเกิน 1,000 ล้านบาท จากการควบรวมกิจการ 1 ราย (ซีพี แอ็กซ์ตร้า) ทุนจดทะเบียน 10,427.66 ล้านบาท ประกอบกิจการค้าส่งและค้าปลีก.....นางอรมน กล่าว
ศาลรัฐธรรมนูญ ไม่รับคำร้อง "ทักษิณ" ล้มล้าง ครอบงำ "เพื่อไทย"
การจัดตั้งธุรกิจใหม่สะสม 10 เดือนปี 67
มีจำนวน 76,953 ราย เพิ่มขึ้น 2.18% ทุนจดทะเบียน 238,630.39 ล้านบาท ลดลง 54.25% เนื่องจากปี 66 มีทุนจดทะเบียนสูงสุดในประวัติการณ์เพราะมี 2 ธุรกิจที่ทุนจดทะเบียนเกิน 100,000 ล้านบาทควบรวมและแปรสภาพ โดยประเภทธุรกิจที่จดทะเบียนจัดตั้งสูงสุดยังคงเป็นก่อสร้าง อสังหาฯ และร้านอาหาร
คาดการณ์ตลอดไตรมาสสุดท้ายปีนี้ยังมีปัจจัยกระตุ้นด้านลงทุน อาทิ โครงการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานปีงบ 68 ที่จะเริ่มไตรมาสสุดท้ายปี 67 การจับจ่ายใช้สอยเพื่อการอุปโภคบริโภค การท่องเที่ยว และเงินทุนโรงงานที่เริ่มประกอบกิจการยังขยายตัวในหลายภูมิภาค
การฟื้นตัวของภาคท่องเที่ยวต่อเนื่อง ทำให้ผู้ประกอบการเชื่อมั่นในการจดทะเบียนจัดตั้งนิติบุคคลเพิ่มขึ้น ช่วยกระตุ้นการใช้จ่ายให้กับภาคเศรษฐกิจไทย คาดว่าตลอดปีจะมีจำนวนการจดทะเบียนจัดตั้งธุรกิจใหม่เกิน 90,000 ราย.....นางอรมน กล่าว
การจดทะเบียนเลิกประกอบกิจการ
เดือน ต.ค. 67 มีจำนวน 2,516 ราย เพิ่มขึ้น 12.32% ทุนจดทะเบียนเลิก 9,899.41 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.56% ประเภทธุรกิจที่เลิกประกอบกิจการสูงสุดคือก่อสร้าง อสังหาฯ และร้านอาหาร โดยมีนิติบุคคลที่มีทุนจดทะเบียนเลิกประกอบกิจการเกิน 1,000 ล้านบาท 1 ราย (บริษัท เอพี เอ็มอี 2 จำกัด) ทุนจดทะเบียนเลิก 2,001.00 ล้านบาท ประกอบกิจการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์การจัดการที่ดินเปล่า หรือจัดสรรที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างหรืออาคารชุด
เมื่อรวมสะสม 10 เดือน มีจำนวน 14,762 ราย ลดลง 3.20% ทุนจดทะเบียนเลิกสะสม 125,904.66 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 39.34% สืบเนื่องจากเดือน พ.ค. 67 มีธุรกิจด้านโทรคมนาคมและการสื่อสาร 1 ราย ทุนจดทะเบียนกว่า 48,209.34 ล้านบาทจดทะเบียนเลิกธุรกิจ เป็นเหตุให้ตัวเลขทุนจดทะเบียนเลิกสะสมสูงกว่าปกติ หากไม่รวมทุนจดทะเบียนเลิกของธุรกิจรายนี้ มูลค่าทุนจดทะเบียนเลิกจะลดลงถึง 14%
ธุรกิจที่ดำเนินกิจการอยู่
ณ 31 ต.ค. 67 มีจำนวนทั้งสิ้น 941,727 ราย ทุนจดทะเบียนรวม 22.34 ล้านล้านบาท แบ่งเป็น
- บริษัทจำกัด 737,658 ราย (78.33%) ทุนรวม 16.15 ล้านล้านบาท (72.30%)
- ห้างหุ้นส่วนจำกัด/ห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล 202,588 ราย (21.51%) ทุนรวม 0.47 ล้านล้านบาท (2.11%)
- บริษัทจำกัดมหาชน 1,481 ราย (0.16%) ทุนรวม 5.72 ล้านล้านบาท (25.59%)
- ธุรกิจขนาดเล็ก (S) 879,414 ราย (93.38%) ทุนรวม 8.18 ล้านล้านบาท (36.60%)
- ธุรกิจขนาดกลาง (M) 46,386 ราย (4.93%) ทุนรวม 2.75 ล้านล้านบาท (12.31%)
- ธุรกิจขนาดใหญ่ (L) 15,927 ราย (1.69%) ทุนรวม 11.41 ล้านล้านบาท) (51.09%)
แยกตามประเภทธุรกิจ พบว่าเป็นธุรกิจบริการมากที่สุด รองลงมาคือ ขายส่ง/ปลีก และผลิต
การลงทุนประกอบธุรกิจของชาวต่างชาติ
10 เดือน มีการอนุญาตให้คนต่างชาติเข้ามาลงทุนประกอบธุรกิจในไทย ภายใต้พระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 จำนวน 786 ราย เงินลงทุนรวมทั้งสิ้น 161,169 ล้านบาท จ้างงานคนไทย 3,037 คน
ชาวต่างชาติที่เข้ามาลงทุน 5 อันดับแรก
- ญี่ปุ่น 211 ราย (27%) ลงทุน 91,700 ล้านบาท
- สิงคโปร์ 110 ราย (14%) ลงทุน 14,779 ล้านบาท
- จีน 103 ราย (13%) ลงทุน 13,806 ล้านบาท
- สหรัฐอเมริกา 103 ราย (13%) ลงทุน 4,552 ล้านบาท
- ฮ่องกง 57 ราย (7%) ลงทุน 14,461 ล้านบาท
ธุรกิจที่มีความโดดเด่นและเป็นปัจจัยสนับสนุนเศรษฐกิจประเทศให้เติบโตคือ “ธุรกิจที่ปรึกษาด้านสิ่งแวดล้อม” มีบทบาทสำคัญต่อภาคธุรกิจ และมีโอกาสเติบโตตามกระแสการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและการออกกฎระเบียบเพื่อควบคุมการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ซึ่งการเตรียมความพร้อมรองรับกฎระเบียบใหม่ ๆ จำเป็นต้องอาศัยความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ทำให้ความต้องการที่ปรึกษาด้านสิ่งแวดล้อมมีมากขึ้น.....นางอรมน กล่าว
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB