พลังงานเร่งนโยบาย “รื้อ ลด ปลด สร้าง” หลังกองทุนน้ำมันเลิกหนุน!
“พีระพันธุ์” แจงคืบหน้านโยบาย “รื้อ ลด ปลด สร้าง” เตรียมเสนอ กม.จัดตั้ง SPR ต่อสภาต้นปี 68 พร้อมเร่งส่งเสริมปาล์มหลังกองทุนน้ำมันฯ เลิกหนุน
นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกฯ และ รมว.พลังงาน เผยความคืบหน้านโยบาย “รื้อ ลด ปลด สร้าง” ทั้งในส่วนของการเตรียมเสนอร่างกฎหมายจัดตั้งระบบสำรองน้ำมันและก๊าซเชิงยุทธศาสตร์ (SPR) เพื่อประชาชนหลุดพ้นกับดักราคาที่ต้องขึ้นลงตามตลาดโลก พร้อมเตรียมร่างกฎหมายปาล์มน้ำมันและอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์มให้มีทางออก สร้างมูลค่าเพิ่ม โดยยกโมเดลกฎหมายอ้อยและน้ำตาลเป็นต้นแบบ ช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกปาล์มน้ำมันที่จะได้รับผลกระทบในอีก 2 ปีข้างหน้า ภายหลังกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเลิกชดเชย
นายพีระพันธุ์ กล่าวว่า ในส่วนของก๊าซได้แก้ไขการกำหนดราคาใน Gas Pool ไปเมื่อต้นปีนี้ ทำให้ควบคุมค่าไฟฟ้าได้ระดับหนึ่ง ส่วนน้ำมันปัญหาหลักคือราคาเนื้อน้ำมันที่ขึ้นลงตามตลาดโลกอยู่นอกเหนือการควบคุม เช่นเดียวกับราคาก๊าซที่นำมาผลิตไฟฟ้า ขณะที่การจัดเก็บภาษี ส่วนแรกอยู่ในความรับผิดชอบของกระทรวงพลังงานที่กำลังหาทางแก้ไข ส่วนที่สองอยู่ในอำนาจของกระทรวงการคลัง ซึ่งกระทรวงพลังงานขอความร่วมมือมาตลอด เพื่อลดราคาพลังงานให้ประชาชน ซึ่งยังเป็นปัญหาที่ต้องแก้ไข
ประเด็นหลักด้านพลังงานที่เกี่ยวข้องกับประชาชนคือเรื่อง ไฟฟ้า น้ำมัน และก๊าซ ที่ผ่านมาบางเรื่องอยู่นอกเหนือการควบคุมของกระทรวงพลังงาน บางเรื่องก็อยู่ในอำนาจที่จะบริหารจัดการได้ จึงพยายามแก้ปัญหาให้รัฐบาลมีอำนาจเข้ามาดูแลช่วยเหลือประชาชนให้มากที่สุด.....นายพีระพันธุ์ กล่าว
“บิ๊กเต่า” เตรียมมอบ “กุญแจมือ”เป็นของขวัญปีใหม่ให้อินฟลูฯ-นักร้อง-คนดัง เอี่ยวคดีดิไอคอน
อย่างไรก็ตามรัฐบาลอยู่ระหว่างเตรียมนำร่างกฎหมายเข้าสภาเพื่อให้กระทรวงพลังงานมีอำนาจในการบริหารจัดการราคาพลังงานในหลาย ๆ มิติ ที่ผ่านมาดำเนินการได้สำเร็จแล้วคือการให้ผู้ค้าน้ำมันต้องเปิดเผยต้นทุนราคาน้ำมันนำเข้าที่แท้จริง ส่วนร่างกฎหมายน้ำมัน SPR หรือ Strategic Petroleum Reserve ระบบสำรองน้ำมันและก๊าซเชิงยุทธศาสตร์ อยู่ระหว่างเตรียมนำเข้ารัฐสภาในต้นปี 2568 หากดำเนินการสำเร็จจะทำให้กระทรวงบริหารจัดการด้านน้ำมันได้มากขึ้น
ทั้งนี้ระบบ SPR เป็นแนวทางการรักษาเสถียรภาพราคาน้ำมันแบบที่สากลใช้กันในกลุ่ม IEA หรือองค์การพลังงานระหว่างประเทศ ใช้การบริหารกลไกราคาน้ำมันโดยใช้ปริมาณน้ำมันในสต็อก ไม่ได้ใช้เงินในการอุดหนุนเหมือนกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงของเราที่ทำอยู่ในปัจจุบัน ทำให้ไทยมีระบบสำรองน้ำมันเป็นของประเทศไม่ได้ขึ้นอยู่กับภาคเอกชนอย่างเดียว
การแก้ปัญหาราคาน้ำมันไบโอดีเซล หรือ B100 ที่ปรับสูงขึ้น
กระทรวงพลังงานเตรียมแก้ปัญหาหลังสิ้นสุดการอุดหนุนจากกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงในปี 2569 พร้อมหาแนวทางช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกปาล์มน้ำมันที่จะได้รับผลกระทบ โดยนำรูปแบบการแก้ปัญหาเรื่องอ้อยกับน้ำตาลทราย ตาม พ.ร.บ.อ้อยและน้ำตาลทรายปี 2527 มาปรับใช้ คาดว่าภายใน 5-6 เดือนหลังจากนี้จะเริ่มเห็นรูปร่างของโครงการชัดเจนมากขึ้น
ในอดีตน้ำมันปาล์มดิบถูกนํามาใช้ช่วงที่ดีเซลราคาแพง โดยผสมกับดีเซลให้มีปริมาณน้ำมันเพิ่มขึ้นและราคาถูกลง เรียกว่าน้ำมันไบโอดีเซล หรือ B100 แต่ปัจจุบันราคาน้ำมันปาล์มดิบอยู่ที่ 41-42 บาท/ลิตร ซึ่งแพงกว่าเนื้อน้ำมันดีเซลที่นํามาผสมเกือบเท่าตัว ทําให้ราคาน้ำมันในประเทศแพงขึ้น ต้องใช้เงินจากกองทุนน้ำมันมาชดเชยเพื่อให้ดีเซลไม่เกิน 33 บาท/ลิตร ซึ่งเหลือเวลาให้ชดเชยอีก 2 ปีเท่านั้น
ขณะเดียวกันด้านเกษตรกรผู้ผลิตปาล์มน้ำมันก็เริ่มมีปัญหาส่วนแบ่งราคากับโรงสกัด และผลประโยชน์จากราคาน้ำมันปาล์มที่ปรับเพิ่มขึ้นไปไม่ถึงเกษตรกรอย่างที่ควรจะได้รับ ทั้งนี้จากผลผลิตน้ำมันปาล์มทั้งหมดในประเทศ 1 ใน 3 นำมาผสมกับน้ำมันดีเซลเพื่อใช้ภายในประเทศ ส่วนอีก 2 ใน 3 นำไปผลิตน้ำมันพืชและผลิตภัณฑ์อื่น ๆ โดยมีการส่งออกในส่วนนี้ประมาณ 20%
หวังว่าร่างกฎหมายส่งเสริมปาล์มน้ำมันฉบับนี้ จะสร้างความเป็นธรรม มีการจัดสรรแบ่งปันผลประโยชน์ระหว่างผู้ที่นำผลปาล์มน้ำมันไปผลิตเป็นน้ำมัน และดูแลเกษตรกรผู้ผลิตปาล์มน้ำมันให้ได้ค่าตอบแทนที่เป็นธรรมและถูกต้อง เมื่อกองทุนน้ำมันต้องหยุดชดเชยการผสมน้ำมันปาล์มในเนื้อน้ำมัน รวมทั้งสายการผลิตที่จะนำผลปาล์มน้ำมันไปต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ให้มีการแบ่งปันผลประโยชน์ที่ดีกว่าในปัจจุบัน.....นายพีระพันธุ์ กล่าว
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB