BA เผย 9 เดือนปี 67 ผู้โดยสารทะลุ 3 ล้านคน รับไฮซีซั่น
"บางกอกแอร์เวย์ส" เผยยอดผู้โดยสาร 9 เดือนปี 67 รวม 3.3 ล้านคน +10% รายได้ 14,000 ล้านบาท +26% สะท้อนแนวโน้มอุตสาหกรรมการบินโตต่อเนื่อง
บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือสายการบินบางกอกแอร์เวย์ส เผยการเดินทางระหว่างประเทศของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกมีอัตราการเติบโตสูงสุดเฉลี่ย 19.7% ซึ่งส่งผลดีต่อภาคการท่องเที่ยวและการเดินทางของไทย พร้อมดำเนินแผนการเพิ่มเที่ยวบินและเครื่องบินสำหรับเส้นทางที่มีศักยภาพ การท่องเที่ยวระยะใกล้ (Short Haul) เพื่อรองรับอุปสงค์การเดินทางช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวส่งท้ายปีตลอดถึงไตรมาสแรกของปี 2568
นายพุฒิพงศ์ ปราสาททองโอสถ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ภาพรวมของภาคอุตสาหกรรมการบินทุกภูมิภาคทั่วโลกในปี 2567 นี้ ยังคงมีอัตราการเติบโตของปริมาณการขนส่งผู้โดยสารของทุกภูมิภาคทั่วโลก จากข้อมูลของสมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ (IATA) พบว่าการเดินทางระหว่างประเทศของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกมีอัตราการเติบโตสูงสุดที่ 19.7% และการเดินทางระหว่างประเทศจากยุโรปสู่ทวีปเอเชียมีอัตราการเติบโตสูงสุด 23.1%
คาดว่าอุตสาหกรรมการบินจะเติบโตในอีก 3 - 5 ปีข้างหน้า โดยการเดินทางระหว่างประเทศของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องและสูงกว่าภูมิภาคอื่น ๆ คาดโตที่ 17.2% ในปี 2568 ซึ่งส่งผลดีต่อภาคการท่องเที่ยวของไทย.....นายพุฒิพงศ์ กล่าว
“สามารถ” โดนอีกคดี ตร.จ่อแจ้งข้อหากรรโชกทรัพย์ พบเส้นเงินรีดทรัพย์ผู้ประกอบการ 5 แสน
ภาพรวมการดำเนินงานของบางกอกแอร์เวย์สช่วง 9 เดือนปี 2567
มีจำนวนผู้โดยสาร 3.31 ล้านคน เพิ่มขึ้น 10 % เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน คิดเป็นสัดส่วน 75% ของช่วงก่อนโควิด-19 อัตราส่วนการขนส่งผู้โดยสาร 82% เพิ่มขึ้น 2 จุด สูงกว่าช่วงก่อนโควิด-19 ซึ่งมีอัตราขนส่งผู้โดยสารที่ 68% และรายได้ผู้โดยสาร 14,006 ล้านบาท เติบโตขึ้น 26% หรือคิดเป็นสัดส่วน 96% ของช่วงก่อนโควิด-19 สะท้อนศักยภาพของบางกอกแอร์เวย์สที่จะบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้เมื่อช่วงต้นปี 2567 นี้ได้
เพื่อตอบรับอุปสงค์การเดินทางที่มีแนวโน้มเติบโตขึ้นในช่วงที่อุตสาหกรรมการบินกำลังพลิกฟื้นใกล้เคียงระดับช่วงก่อนโควิด-19 บริษัทฯ จึงดำเนินกลยุทธ์เส้นทางบินโดยเน้นเส้นทางที่มีศักยภาพ ในการสร้างรายได้ ทำกำไร และเพิ่มความถี่เที่ยวบินอย่างค่อยเป็นค่อยไป เพื่อรักษาระดับอัตราบรรทุกผู้โดยสารให้อยู่ในเกณฑ์ดี.....นายพุฒิพงศ์ กล่าว
นายพุฒิพงศ์ กล่าวด้วยว่า บริษัทฯ ได้กลับมาเปิดให้บริการเส้นทางสู่กระบี่เมื่อปลายเดือนตุลาคม 2567 ที่ผ่านมา สำหรับเส้นทางบินตรง “เชียงใหม่-กระบี่” (เที่ยวเดียว) จำนวน 3 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ และเพิ่มความถี่เที่ยวบินที่มีความต้องการในการเดินทางที่สูงขึ้นในช่วงไฮซีซั่น ซึ่งได้รับผลการตอบรับที่น่าพึงพอใจ โดยมีอัตราบรรทุกผู้โดยสารในเส้นทางกว่า 80% อีกทั้งยังมองแนวโน้มทิศทางการท่องเที่ยวเป็นบวก จากยอดการสำรองที่นั่งบัตรโดยสารล่วงหน้าที่สะท้อนภาพรวมการท่องเที่ยวช่วงโค้งสุดท้ายของปี 2567 นี้ ต่อเนื่องจนถึงช่วง 6 เดือนแรกของปี 2568 ที่มีอัตราการจองเติบโต 12% โดยมีอัตราการจองในเส้นทางสมุยเติบโตสูงสุด 25%
แผนการเปิดเส้นทางอื่น ๆ ในอนาคต
บริษัทฯ ได้ศึกษาเส้นทางศักยภาพและทยอยกลับมาเปิดให้บริการเส้นทางที่เคยปฏิบัติการบินในช่วงก่อนโควิด-19 คาดว่าจะเปิดให้บริการเส้นทางบิน “สมุย-กัวลาลัมเปอร์” ในไตรมาส 4 ปี 2568 ที่จะให้บริการทุกวัน จำนวนวันละ 1 เที่ยวบิน เพื่อรองรับความต้องการในการเดินทางและเป็นจุดเชื่อมต่อผู้โดยสารจากยุโรปเดินทางเข้าเกาะสมุย
ทั้งนี้ เส้นทางการบินในปัจจุบัน มี 25 เส้นทาง แบ่งเป็น 17 เส้นทางในประเทศ และต่างประเทศ 8 เส้นทาง ส่วนการแข่งขันในภาพรวมอุตสาหกรรมการบินของปี 2568 มองว่า การแข่งขันจะไม่รุนแรงเหมือนที่ผ่านมา ซึ่งขณะนี้ แต่ละสายการบินยังมีข้อจำกัดในเรื่องของจำนวนเครื่องบินที่อาจมีไม่พอให้บริการกับจำนวนความต้องการใช้บริการที่เพิ่มขึ้น รวมถึงเรื่องการซ่อมเครื่องยนต์ ก็ถือเป็นปัญหาในการบริหารจัดการที่มีความล่าช้าในการจัดส่งอะไหล่
เป็นเจ้าภาพจัดงานประชุม “69th AAPA Assembly of President 2025”
หนึ่งในแผนงานสำคัญปี 2568 สายการบินฯ ได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพในการจัดงานประชุมใหญ่ของสมาคมสายการบินแห่งภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ประจำปี 2568 “69th AAPA Assembly of President 2025” ภายใต้วัตถุประสงค์ในการร่วมส่งเสริมการสร้างเครือข่ายความร่วมมือทางกลุ่มอุตสาหกรรมการบินอย่างมีศักยภาพ มุ่งเน้นการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีและนวัตกรรมต่าง ๆ ที่ทันสมัยและเอื้อต่อการปรับใช้กับภาคอุตสาหรรมการบินได้อย่างเหมาะสม
โดยบางกอกแอร์เวย์สมีบทบาทสำคัญในการกำหนดการอภิปรายเกี่ยวกับความท้าทายในอุตสาหกรรมการบินรวมถึงการผลักดันโอกาสการเติบโตทางธุรกิจให้มีประสิทธิภาพภายใต้ความยั่งยืนตามวิสัยทัศน์ของภาคอุตสาหกรรมการบินโลก รวมถึงเป็นโอกาสของประเทศไทยที่จะได้สร้างประสบการณ์ความประทับใจแก่ผู้นำสายการบินที่มาเยือนในครั้งนี้ เพื่อช่วยผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางการบินของภูมิภาคต่อไปในอนาคต
นายพุฒิพงศ์ ยังกล่าวถึงความคืบหน้าของ แผนพัฒนาสนามบินสมุยในพื้นที่ที่ดูแลผู้โดยสาร โดยเฉพาะห้องรับรองผู้โดยสาร เพื่อขยายศักยภาพการรองรับนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศที่จะเพิ่มขึ้น รวมถึงมีแผนการเพิ่มเที่ยวบิน เข้า – ออก สนามบินสมุยจาก 50 เที่ยวบินเพิ่มเป็นเป็น 73 เที่ยวบินต่อวัน คาดว่า จะใช้งบประมาณการลงทุนประมาณ 1,500-2,000 ล้านบาท / ส่วนแผนที่จะเสริมศักยภาพสนามบินตราด มีแผนการขยายรันเวย์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการรองรับเครื่องบินขนาดใหญ่ คาดว่า งบการลงทุนจะอยู่ที่ประมาณ 700-800 ล้านบาท
สำหรับโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก ยืนยันว่า จะเดินหน้าต่อ เพราะเป็นโครงการที่มีประโยชน์ ซึ่งจะเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจพื้นที่ EEC จากการที่มีผู้ลงทุนเข้ามาลงทุนในพื้นที่หลักแสนล้านบาทในหลายโครงการ และปัจจุบันโครงการฯดังกล่าว ยังอยู่ในขั้นตอนดำเนินการ ส่วนโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา) ขณะนี้ยังรอความชัดเจนจากคู่สัญญา
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB