เศรษฐกิจไทย พ.ย. 67 ชะลอตัว ธปท. ย้ำ! ค้านเงินหมื่นเพราะทำตามหลักการ
"ธปท." เผย เศรษฐกิจไทย พ.ย. 67 ชะลอตัว จับตาแนวโน้มหลังทรัมป์นั่ง ปธน. สหรัฐฯ ย้ำ ! ค้านเงินหมื่น เพราะทำตามหลักการ
นางปราณี สุทธศรี ผู้อำนวนการอาวุโส ฝ่ายเศรษฐกิจมหภาค ธนาคารแห่งประเทศไทย หรือ ธปท. เปิดเผยภาวะเศรษฐกิจและการเงิน เดือนพฤศจิกายน 2567 ว่า ชะลอลงจากเดือนก่อน โดยการบริโภคภาคเอกชนลดลง หลังจากที่เร่งไปในเดือนก่อนจากมาตรการเงินโอนภาครัฐ สอดคล้องกับกิจกรรมในภาคการค้า ด้านการลงทุน ภาคเอกชนปรับลดลงจากทั้งหมวดเครื่องจักรและอุปกรณ์ และหมวดก่อสร้าง
ส่วนภาคบริการที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยวยังขยายตัวได้ โดยจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติปรับเพิ่มขึ้นในหลายสัญชาติ โดย เฉพาะอินเดีย ญี่ปุ่น และจีน
โดยนักท่องเที่ยวจาก 2.7 ล้านคนในเดือนก่อน เป็น 3.2 ล้านคน ขณะที่รายได้ภาคการท่องเที่ยวลดลง จาก 2.8% เหลือ 2.3 % จาก จำนวนนักท่องเที่ยวรัสเซียที่ค่าใช้จ่ายต่อทริปที่สูงปรับลดลง
ในส่วนของการส่งออกสินค้า ปรับเพิ่มขึ้นจากหมวดยานยนต์และสินค้าเกษตรแปรรูป อย่างไรก็ตาม การส่งออกไปสหรัฐฯ ยังคงมีสินค้าหลายประเภทที่ส่งออกลดลง จึงส่งผลให้ มูลค่าการส่งออกลดลง จากเดือนก่อน ที่ 14.2% เหลือเพียง 9.1 % สำหรับการใช้จ่ายภาครัฐขยายตัวต่อเนื่องจากทั้งรายจ่ายประจำและรายจ่ายลงทุน
ทั้งนี้ การผลิตภาคอุตสาหกรรมยังอยู่ในระดับต่ำและลดลงจากเดือนก่อน เนื่องจากมีปัจจัยกดดันจากสินค้าคงคลังที่อยู่ในระดับสูง ประกอบกับบางภาคอุตสาหกรรมกำลังเผชิญกับปัญหาเชิงโครงสร้างและการแข่งขันที่สูงขึ้น
ขณะที่อัตราเงินเฟ้อทั่วไปเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน จาก 0.83% อยู่ที่ 0.95% ตามหมวดพลังงาน จากผลของฐานต่ำในปีก่อนที่มีมาตรการช่วยเหลือของภาครัฐ และอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 0.77% อยู่ที่ 0.80% ที่เพิ่มขึ้นจากหมวดอาหาร ตามต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นจากผลของภัยแล้งในช่วงก่อนหน้า
แนวโน้มของเศรษฐกิจในระยะต่อไป
ยังต้องติดตามผลกระทบจากความไม่แน่นอนของแนวนโยบายของประเทศเศรษฐกิจหลัก รวมถึงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ ซึ่งหลังจาก โดนัลด์ ทรัมป์เข้ามาเป็นประธานาธิบดีสหรัฐในข่วงเดือน ม.ค. 68 แล้วนั้น จะต้องมีการติดตามแนวโน้มอย่างใกล้ชิดต่อไป
นอกจากนี้ในส่วนของกรณีที่ ธปท. ได้เสนอความคิดเห็น ต่อ ครม. สำหรับการดำเนินงานของรัฐบาล ตาม โครงการกระตุ้นเศรษฐกิจปี 2567 ในระยะต่อไปหรือเฟส 3 ที่ดูเหมือนว่า ธปท. มีความกังวลว่ารัฐ จะนำเงินไปแก้ปัญไม่ตรงจุดหรือไม่นั้น นางสุปราณี กล่าวว่า เป็นเพียงการให้ความเห็นตามหลักการ ที่ ธปท. ได้เปรียบเทียบ และศึกษา เพราะงบประมาณมีต้นทุนค่าเสียโอกาส รวมทั้งช่องว่างทางการคลังที่มีอย่างจำกัด
และหากรัฐ นำเงินไปใช้จ่ายในการลงทุน การอุปโภคบริโภคของภาครัฐเอง อาจจะเป็นประโยชน์ต่อประชาชน และเศรษฐกิจมากกว่า เพราะหากใช้งบประมาณอย่างคุ้มค่าก็จะทำให้ศรษฐกิจขยายตัวได้ดีขึ้น
นอกจากนี้ มาตรการแจกเงินหมื่น ในเฟส 2 ที่จะถึงนี้ โดยเฉพาะเฟส 3 ที่จะแจกในรูปแบบดิจิทัล จะมีผลต่อการบริโภคและการผลิตภาคเอกชนอย่างไร นางปราณี ระบุว่า การแจกเงินทั้ง 3 เฟส ของรัฐบาล ธปท. ได้คำนึงถึงการประมาณการแล้ว ซึ่งผลการกระตุ้นการบริโภคเดือนตุลาคมที่ผ่านมาเพิ่มขึ้นจริง แต่ในระยะข้างหน้ายังคงต้องดูกลุ่มเป้าหมายและพฤติกรรมการใช้จ่าย อย่างเช่นในเฟส 2 ที่จะเป็นผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป ว่าจะส่งผลอย่างไรบ้างต่อการบริโภคและการผลิตในเศรษฐกิจ
ขณะที่การปรับค่าแรงขั้นต่ำในปี 68 เป็นการปรับขึ้นค่าแรง เป็นประจำในทุกปี แลกกับการทำงานที่คุ้มค่าของลูกจ้าง จึงมองว่าไม่ได้เพิ่มต้นทุนให้แก่นายจ้าง ขณะที่ หากต้นทุนของนายจ้างมีการปรับเพิ่มขึ้น ก็อาจปรับเพิ่มขึ้นราคาสินค้าตามไปด้วยเช่นกัน แต่การปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำนั้นจะขึ้นอยู่กับโครงสร้างแต่ละหน่วยงาน แต่มองว่าประเทศไทยมีความยืดหยุ่นจึงอาจไม่กระทบมากนัก
สำหรับของกรณี การแต่งตั้งประธานคณะกรรมการธนาคารแห่งประเทศไทย จะเกิดขึ้นเมื่อไหร่นั้น หลังจากที่มีคำวินิจฉัยกฤษฎีกาฉบับเต็ม ออกมาว่า นายกิตติรัตน์ ขาดคุณสมบัติประธานบอร์ดแบงก์ชาติ นางสุปราณี กล่าวว่า ตนเองไม่ได้อยู่ในกระบวนการ และไม่ได้เกี่ยวข้อง ซึ่งเรื่องนี้ ค่อนข้างเป็นความลับ ไม่สามารถให้คำตอบหรือเปิดเผยต่อสื่อมวลชนได้
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB