ลุ้นภายใน 2 เดือนนี้ ค่าไฟฟ้าลงเหลือหน่วยละ 3.70 บาท
กระทรวงพลังงาน คาด ! ภายใน 2 เดือนนี้ เห็นแนวทางปรับลดค่าไฟฟ้าลง ให้เหลือหน่วยละ 3.70 บาท
นายประเสริฐ สินสุขประเสริฐ ปลัดกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า ผลการดำเนินการในปี 2567 กระทรวงพลังงาน ได้ออกมาตรการต่างๆ เพื่อช่วยเหลือและลดภาระค่าใช้จ่ายให้กับประชาชน ผ่านมาตรการการตรึงราคาค่าไฟฟ้า ราคาน้ำมันดีเซล ก๊าซหุงต้ม และ NGV รวมทั้งการปรับใช้ราคา Pool Gas การใช้กลไกกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง การส่งเสริมการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานในภาคส่วนต่างๆ ทำให้ราคาพลังงานภายในประเทศอยู่ในระดับปานกลางเมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้าน รวมทั้งการบริหารจัดการเพื่อลดภาระหนี้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง
ส่วนในปี 2568 ที่หลายคนจับตาคือมาตรการลดค่าไฟฟ้า ซึ่งแนวทางการปรับลดค่าไฟฟ้าลงให้เหลือหน่วยละ 3.70 บาท นายประเสริฐ กล่าวว่า ภายใน 2 เดือนนี้ จะมีแนวทางออกมา ซึ่งทางคณะทำงานกำลังศึกษาว่าจะใช้แนวทางไหน และจะใช้หลายแนวทางในการพิจารณา หลังจากได้แนวทางที่ชัดเจนแล้วก็จะต้องหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ได้ตัวเลขค่าไฟฟ้าที่เหมาะสมและเป็นไปได้จริง โดยในปี 2568 นี้จะเห็นแนวทางการปรับลดค่าไฟฟ้าลงหรือไม่นั้น ต้องยอมรับว่าการที่จะปรับลดค่าไฟฟ้าลงให้เหลือหน่วยละ 3.70 บาท ต้องได้รับความร่วมมือจากหลายภาคส่วน ทั้งกระทรวงมหาดไทย และ 3 การไฟฟ้า (การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย การไฟฟ้านครหลวง การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค) ปตท. และกระทรวงการคลัง หากทุกภาคส่วนช่วยกัน รวมถึงภาคเอกชน ก็มีทางเป็นไปได้
ตอนนี้ ทางคณะทำงาน กำลังมองว่า จะใช้แนวทางไหนบ้าง น่าจะมีหลากหลายแนวทาง แล้วก็พอได้แนวทาง คงต้องหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ได้ตัวเลขตามที่มีความเป็นไปได้ ผมไม่อยากจะบอกว่า 3.70 หรือ 3.50 หรือจะเท่าไหร่ เพราะต้องดูว่าแต่ละภาคส่วน แต่ละหน่วยงานสามารถที่จะ continue เพื่อที่จะลดค่าไฟได้สักเท่าไหร่นะครับ
ด้านนายพูลพัฒน์ ลีสมบัติไพบูลย์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) เปิดเผยว่า แนวทางการลดค่าไฟ 17 สตางค์ เหลือ 3.98 บาทต่อหน่วย เป็นเรื่องที่ กกพ. ได้เคยเสนอนโยบายลดค่าไฟไปแล้วเมื่อช่วง 3 ปีที่ผ่านมา และมีโอกาสได้หยิบยกขึ้นมาพิจารณาและทบทวนอีกครั้ง ซึ่งขึ้นอยู่กับฝ่ายนโยบาย ว่าจะมีการหารือ หรือ ออกแนวทางที่เหมาะสม
ส่วนงวดต่อไป (พฤษภาคม - สิงหาคม 68) ยังไม่สามารถยืนยันชัดเจนได้ว่า จะสามารถลดค่าไฟได้หรือไม่ โดย กกพ. จำเป็นต้องพิจารณาตัวเลขรวมถึงปัจจัยมาประกอบทั้งหมดก่อน เช่น หลังจากนายโดนัลด์ ทรัมป์กลับมาดำรงตำแหน่งประธาธิบดีสหรัฐฯ อาจมีการเร่งให้มีการผลิตเชื้อเพลิง ต้นทุนของค่าเชื้อเพลิงอาจจะถูกลง รวมถึงอัตราการแลกเปลี่ยนและอัตราการใช้ไฟฟ้าต่างๆมาพิจารณาร่วม
อย่างไรก็ตาม ปี 2568 กุญแจสำคัญในการทำให้แผนการขับเคลื่อนด้านพลังงานมีความชัดเจน ได้วางกรอบ 5 นโยบาย
- การจัดหาแหล่งพลังงานใหม่ในประเทศ โดยจะเร่งสำรวจและผลิตปิโตรเลียมทั้งบนบกและในทะเล
- บริหารจัดการระบบพลังงานให้มีประสิทธิภาพและยืดหยุ่นเพื่อรองรับพลังงานทุกรูปแบบ
- ส่งเสริมการลงทุนด้านพลังงาน กระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศ เพื่อขีดความสามารถในการแข่งขัน เร่งขับเคลื่อนพลังงานสะอาดเพื่อเปิดรับการลงทุนจากบริษัทชั้นนำระดับโลก
- เตรียมเสนอมาตรการด้านพลังงานสีเขียว ส่งเสริมการติดตั้ง Solar Roof ผลักดันมาตรการทางภาษี การลดขั้นตอนการขออนุญาตติดตั้ง การส่งเสริมการผลิตไฟฟ้าจากชีวมวลเพื่อลดการเผาไหม้ในที่โล่งแจ้ง ก็จะเป็นอีกตัวช่วยในการลดฝุ่น PM2.5
- สนับสนุนเทคโนโลยีพลังงานรูปแบบใหม่ ทั้งพลังงานไฮโดรเจน การปรับเปลี่ยนเอทานอลมาใช้ในอุตสาหกรรมน้ำมันเครื่องบินหรือ SAF การพัฒนาการกักเก็บ CO2
ในปี 2568 นี้ กระทรวงฯ จะเพิ่มความเข้มข้นในการดำเนินมาตรการต่างๆ ทั้งการปรับโครงสร้างราคา เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายให้กับประชาชน การสร้างความมั่งคงทางด้านพลังงาน การกระตุ้นเศรษฐกิจทั้งจากในประเทศและต่างประเทศ การพัฒนาและปรับแก้กฎหมายต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต การปรับเปลี่ยนเชื้อเพลิงในรูปแบบต่างๆ เพื่อรองรับการใช้งานในอนาคต การทำให้ประชาชนเข้าถึงการใช้พลังงานสะอาด และจะปฏิบัติตามแผนในปี 2568 เพื่อให้ประเทศไทย มีความมั่งคงด้านพลังงานไปพร้อมกับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและมุ่งสู่เป้าหมายพลังงานสะอาดต่อไป
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB