ส.ชาวนาไทย ยื่น 3 ข้อเสนอรัฐเร่งแก้ราคาข้าวต่ำ
สมาคมชาวนาไทย ยื่น 3 ข้อเสนอเร่งด่วนถึงรัฐบาล หวังแก้ปัญหาราคาข้าวตกต่ำเหลือ 6,000 บาทต่อตัน
นายปราโมทย์ เจริญศิลป์ นายกสมาคมชาวนาและเกษตรกรไทย เปิดเผยก่อนการประชุมคณะอนุกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติด้านการตลาดในวันนี้ (20 ก.พ.68) ว่า สมาคมฯ ได้ยื่นหนังสือถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รวมถึงกระทรวงพาณิชย์ เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลพิจารณามาตรการช่วยเหลือชาวนาใน 3 ประเด็นหลัก ได้แก่
- มาตรการแก้ไขปัญหาราคาข้าวตกต่ำ
- ข้อเสนอเกี่ยวกับฟางข้าว ซึ่งยังรอการพิจารณาจากที่ประชุม
- การช่วยเหลือด้านต้นทุนการผลิต โดยเฉพาะราคาปุ๋ย ยาฆ่าแมลง และน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น
โดยหนึ่งในข้อเสนอหลักคือการให้รัฐบาลชดเชยรายได้ชาวนาในอัตรา 500 บาทต่อไร่ โดยไม่มีการจำกัดจำนวนพื้นที่ เช่น หากเกษตรกรทำนา 100 ไร่ รัฐบาลควรจ่ายชดเชยเต็มจำนวน 50,000 บาท แทนที่จะจำกัดเพียง 20 ไร่
ในส่วนของราคาข้าวปัจจุบัน ข้าวขาว กข79 ความชื้น 25% ยังคงราคาอยู่ที่ 8,000 บาทต่อตัน แต่ในบางพื้นที่ราคาตกเหลือเพียง 6,000 บาทต่อตัน จึงอยากเสนอให้รัฐบาลกำหนดราคาขั้นต่ำ โดยให้ข้าวขาวความชื้น 15% อยู่ที่ 10,000 บาทต่อตัน แทนการแจกเงินช่วยเหลือ 500 บาทต่อไร่
นายปราโมทย์ ระบุว่า สมาคมฯ ต้องการให้รัฐบาลกำหนดราคาประกันข้าวเปลือกแต่ละชนิด ได้แก่ ข้าวหอมมะลิ 13,000 บาทต่อตัน, ข้าวหอมปทุมธานี 12,000 บาทต่อตัน, ข้าวเหนียวและข้าวพื้นนุ่ม 11,000 บาทต่อตัน และข้าวขาวทั่วไป 10,000 บาทต่อตัน หากรัฐบาลรับข้อเสนอนี้ปัญหาของชาวนาจะได้รับการแก้ไข
ตนมั่นใจว่ารัฐบาลจะรับการตอบรับที่สมาคมชาวนาเสนอไป หากไม่รับข้อเสนอดังกล่าว รัฐบาลลำบากแน่ เพราะต้นทุนการผลิตของชาวนาพุ่ง 5,500-6,000 บาทต่อไร่ หากรัฐบาลไม่ตอบรับข้อเสนอ จะทำให้ชาวนาทำนาไม่คุ้มทุนและสร้างความเดือดร้อนให้กับชาวนา ซึ่งตนก็ไม่สามารถจะทราบได้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง.....นายปราโมทย์ กล่าว
นอกจากนี้ส่วนตัวยอมรับได้ที่ชาวนาออกมาเรียกร้อง แต่ไม่อยากให้เกิดการปิดถนน ซึ่งตนเองก็เคยบอกกับรัฐบาลไปว่า ถ้าชาวนาอยู่ได้ รัฐบาลก็อยู่ได้ โดยเฉพาะนายกรัฐมนตรีที่ไม่ให้ความสนใจกับชาวนาเลยว่าจะมีความเป็นอยู่อย่างไร ทุกวันนี้ไม่มีหน่วยงานใดสนใจชาวนา และที่ผ่านมาชาวนาเองก็ไม่เคยออกมาเรียกร้องรวมเป็นเวลากว่า 10 ปี แต่ปีนี้ประสบภาวะวิกฤตหนักที่ราคาข้าวเหลือเพียง 6,000 บาทต่อตัน ชาวนาจึงได้ออกมาเรียกร้องในวันนี้
หากการประชุมไม่ได้ข้อสรุป
ก็จะมีการนำเสนอเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติ หรือ นบข. เพื่อดำเนินการอย่างเร่งด่วน เพราะหากรัฐบาลดำเนินการล่าช้า ปริมาณข้าวที่จะออกสู่ตลาดจะอยู่ที่โรงสีทั้งหมด เนื่องจากราคาเป็นไปตามที่เกษตรกรต้องการ
นโยบายเปิดจุดรับซื้อตลาดนัดข้าวเปลือก 20 แห่งของรัฐบาล
มองว่าเป็นแนวทางที่ดี แต่ยังไม่เพียงพอ เนื่องจากช่วยเพิ่มราคาเพียง 300 บาทต่อตัน ซึ่งใกล้เคียงกับราคาตลาดและไม่สามารถแก้ปัญหาได้อย่างแท้จริง
สมาคมฯ หวังว่า ผลผลิตข้าวจากนาปรังในเดือนเมษายน ซึ่งมีพื้นที่เพาะปลูกกว่า 10 ล้านไร่ และปริมาณข้าวเปลือก 6.5 ล้านตัน จะช่วยกระตุ้นตลาดและผลักดันให้ราคาข้าวปรับตัวดีขึ้น.....นายเกรียงศักดิ์ กล่าว
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB