ทีวีดิจิทัล ตบเท้า จี้ กสทช. เคลียร์กติกาให้ใบอนุญาตจบในกลางปี 68
สมาคมโทรทัศน์ระบบดิจิตอล (ประเทศไทย) ค้าน ! กสทช. ประมูลคลื่น 3500 MHz ชี้ ! ผู้ประกอบธุรกิจเสียหายหลักแสนล้าน หวั่น ! จอดำ กว่า 2 ล้านครัวเรือน
จากการที่ กสทช. จัดเวทีรับฟังความคิดเห็นสาธารณะ (public hearing) ต่อร่างประกาศ กสทช. เรื่องหลักเกณฑ์และวิธีอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่สำหรับกิจการโทรคมนาคมเคลื่อนที่สากล เพื่อนำข้อมูลจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งผู้ประกอบการและประชาชนไปประเมินผลกระทบจากการเปิดประมูลนำคลื่น 3500 MHZ ซึ่ง ปัจจุบันใช้รองรับการรับชมทีวีผ่านดาวเทียมระบบ C Band ไปใช้ในกิจการโทรคมนาคม อันจะส่งผลให้เกิดจอดำครั้งใหญ่และอาจเป็นจุดล่มสลายของอุตสาหกรรมดิจิทัลทีวี
นายสุภาพ คลี่ขจาย นายกสมาคมโทรทัศน์ระบบ ดิจิตอล (ประเทศไทย) และคณะ นำทัพผู้บริหารระดับสูงของดิจิทัลทีวีเข้าร่วมแสดงจุดยืนรักษาคลื่น 3500 MHZ พร้อมหน้า ไม่ว่าจะเป็น นายไพบูลย์ ดำรงชัยธรรม (จีเอ็มเอ็มแกรมมี่) นายถกลเกียรติ วีรวรรณ (วันสามสิบเอ็ด) นายวัชร วัชรพล (ไทยรัฐทีวี) นายชาคริต ดิเรกวัฒนชัย (ช่อง 3) นายอดิศักดิ์ ลิมปรุ่งพัฒนกิจ (เนชั่นทีวี) นางสาวนงลักษณ์ งามโรจน์ (ช่อง 8) นายศิริ บุญพิทักษ์เกศ (อมรินทร์ทีวี ) ฯลฯ มาแสดงจุดยืน ดังนี้
1. ความล้มเหลวจากการเปลี่ยนผ่านการรับชมโทรทัศน์สู่ระบบภาคพื้นดิน (DVBT) ของ กสทช. ทำให้ระบบการรับชมทีวีของไทยในปัจจุบันรับชมผ่านระบบจานดาวเทียม (DVBC) ถึง 70% ซึ่งในจำนวนนี้รับชมในระบบ C Band ที่ใช้คลื่นความถี่ย่าน 3500 MHz เป็นส่วนหนึ่งในการรับส่งสัญญานถึง 60% กสทช. จึงควรดูแลรักษาความถี่นี้ เพื่อผู้ชมทีวีส่วนใหญ่ของประเทศ ต่อไปให้นานที่สุด จนสิ้นสุดอายุของดาวเทียมไทยคม หรือ อย่างน้อยจนสิ้นสุดอายุใบอนุญาต เพื่อทดแทนการรับชมทีวีภาคพื้นดินที่ กสทช. ไม่สามารถขยายจำนวนฐานผู้ชมได้ตามคำชี้ชวน
2. คลื่นความถี่สำหรับกิจการโทรคมนาคมยังมีเพียงพอต่อการใช้งาน ไม่มีเหตุจำเป็นต้องเร่งประมูลพร้อมกันในคราวเดียว จากการศึกษาแผนงานร่วมกันของผู้ประกอบการโทรคมนาคม ชี้ชัดว่ากระบวนการการเตรียมความพร้อมในการเปลี่ยนผ่านหากต้องใช้คลื่น 3500MHz ใช้เวลาประมาณ 2 ปี จึงเป็นเหตุผลสมควรที่สามารถเลื่อนแผนการประมูลคลื่น 3500 MHz ออกไปก่อน เพื่อให้ไม่กระทบต่อผู้ชมก่อนสิ้นสุดอายุใบอนุญาตของดิจิทัลทีวีปี 2572
3. กสทช. ควรเร่งวางภูมิทัศน์ของระบบทีวีแห่งชาติ หลังจากสิ้นสุดอายุสัมปทานในปี 2572 รวมถึงการออกหลักเกณฑ์การประมูลครั้งต่อไปให้แล้วเสร็จ ภายในกลางปี 2568 เพื่อเห็นภาพรวมในอนาคตของอุตสาหกรรม ซึ่งมีความสำคัญต่อการคงอยู่ของโทรทัศน์แห่งชาติที่ประชาชนสามารถเข้าถึงอย่างสะดวกโดยไม่มีค่าใช้จ่ายอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม
อนึ่ง ใบอนุญาตของโทรทัศน์ระบบดิจิทัลจะสิ้นสุดอายุลงใน เดือนเมษายน 2572 ท่ามกลางความผันผวนของเทคโนโลยีการรับชม และระหว่างเฝ้ารอความชัดเจนแผนของแม่บทในการดำเนินการโทรทัศน์แห่งชาติ หลังปี 2572 สมาคมฯ และผู้ประกอบการได้เคยยื่นหนังสือถึงประธาน กสทช. เพื่อชี้ให้เห็นความสำคัญของคลื่น 3500 MHZ ที่เป็นหัวใจหลักต่อการรับชมทีวีของคนไทยทั้งประเทศมาแล้ว วันนี้ จึงพร้อมใจกันมาแสดงจุดยืนในการรักษาคลื่นความถี่นี้ไว้อีกครั้ง เพื่อไม่ให้ทีวีไทยถึงคราวล่มสลายก่อนกาล
นายสุภาพ ระบุว่า ความล้มเหลวของการเปลี่ยนผ่านการรับชมโทรทัศน์ของ กสทช. ทำให้ปัจจุบันการรับชมทีวีของคนไทยกว่า 70% ต้องรับชมผ่านระบบ C BAND ที่ใช้คลื่นความถี่ย่าน 3500 MHz การที่ กสทช. มีแนวคิดที่จะนำคลื่นความถี่ย่านดังกล่าวมาประมูล ในขณะที่ยังคงอยู่ในสัญญาสัมปทาน จะสร้างความเสียหายให้กับทั้งอุตสาหกรรมทีวีดิจิทัล รวมถึงผู้รับชมกว่า 2,000,000 ครัวเรือน หรือ ราวประมาณ 10,000,000 คน
ด้านผู้ประกอบการ โดยนายไพบูลย์ ดำรงชัยธรรม ประธานกรรมการ บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า คลื่นความถี่สำหรับกิจการโทรคมนาคมยังมีเพียงพอต่อการใช้งาน ไม่มีเหตุจำเป็นต้องเร่งประมูล ที่สำคัญผู้ประกอบการ ยังต้องการเวลาในการเตรียมความพร้อมอีกมากกว่า 2 ปีในการเปลี่ยนผ่าน ดังนั้น กสทช. ไม่ควรเร่งการประมูลคลื่น 3500 MHz
พร้อมประเมินว่า หากมีการประมูลคลื่น 3500 MHz จะทำให้ภาคอุตสาหกรรมทีวีดิจิทัลเสียหายมากกว่า 100,000 ล้านบาท ซึ่งที่ผ่านมา ทางสมาคมฯ และผู้ประกอบการทีวีดิจิทัล ได้เคยยื่นหนังสือถึงประธาน กสทช. เพื่อชี้ให้เห็นความสำคัญของคลื่น 3500 MHz ต่อการดำเนินธุรกิจและการรับชมทีวีของคนไทยมาแล้ว แต่ขณะนี้ ยังไม่ได้รับคำตอบที่ชัดเจน
ทั้งนี้ หาก กสทช. ยืนยันที่จะนำคลื่น 3500 MHz ออกมาประมูล ทางสมาคมฯ และผู้ประกอบการ ก็พร้อมที่จะเดินหน้าขอความเป็นธรรมตามกฎหมายต่อไป
อย่างไรก็ตาม สำนักงาน กสทช. ได้จัดงานการประชุมรับฟังความคิดเห็นสาธารณะฯ ครั้งที่ 2 เพิ่มเติมอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ได้รับความคิดเห็นที่รอบด้าน ข้อมูลที่ครบถ้วนสมบูรณ์ และเพื่อให้เกิดประโยชน์สุงสุดต่อประชาชน และประเทศไทย โดยการประชุมรับฟังความคิดเห็นสาธารณะต่อ (ร่าง) ประกาศ กสทช.ฯ นี้ ได้จัดขึ้นเพื่อให้เป็นไปตามมาตรา 28 แห่งพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2553 โดยได้เชิญผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และประชาชนทั่วไปเข้าร่วมแสดงความคิดเห็น และข้อเสนอแนะต่อ (ร่าง) ประกาศ กสทช. ข้างต้น ซึ่งสามารถนำส่งแบบแสดงความคิดเห็นได้ตั้งแต่วันที่ 29 มีนาคม 2568 จนถึงวันที่ 4 เมษายน 2568 ในเวลา 16.30 น.
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB