นานาชาติผิดหวัง-เสียใจ หลัง “ทรัมป์” กำหนดภาษีตอบโต้ บ้างประกาศพร้อมตอบโต้
หลังจากประธานาธิบดีทรัมป์สั่งใช้มาตรการภาษีตอบโต้ต่อหลายประเทศทั่วโลก ได้มีความเคลื่อนไหวจากประเทศเหล่านั้น โดยส่วนใหญ่แสดงท่าทีผิดหวังและเสียใจ
เรียกได้ว่าสร้างแรงกระเพื่อมไปทั้งโลกสำหรับการประกาศมาตรการภาษีตอบโต้ (Reciprocal Tariff) ของประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ เมื่อวันที่ 2 เม.ย. โดยมี 125 ประเทศ/ดินแดนที่จะถูกเก็บภาษีศุลกากร 10% แต่มีอีก 60 ประเทศ/ดินแดนที่จะถูกจัดเก็บสูงกว่านั้น รวมถึงประเทศไทยที่โดนไป 36% โดยจะมีผลวันที่ 9 เม.ย. นี้
ความเคลื่อนไหวล่าสุดนี้ทำให้นานาประเทศ ไม่ว่ามิตรหรือศัตรู ต่างออกมาแสดงท่าทีตอบโต้การตัดสินใจของทรัมป์
ผู้นำระดับประเทศคนแรกที่ออกมาเคลื่อนไหวคือ จอร์เจีย เมโลนี นายกรัฐมนตรีอิตาลี ซึ่งเป็นพันธมิตรของทรัมป์ เธอบอกว่า อัตราภาษีนำเข้า 20% ต่อสหภาพยุโรปนั้น “เป็นเรื่องที่ผิด”
เมโลนีกล่าวว่า การเก็บภาษีจากสหภาพยุโรป “จะไม่เป็นผลดีกับฝ่ายใดทั้งสิ้น” ไม่ว่าสหภาพยุโรปและสหรัฐฯ แต่เธอจะทำงานในการบรรลุข้อตกลงกับสหรัฐฯ เพื่อ “ป้องกันไม่ให้เกิดสงครามการค้า”
เปโดร ซานเชซ นายกรัฐมนตรีสเปน กล่าวว่า สเปนจะปกป้องบริษัทและคนงานของตน และยังคงมุ่งมั่นต่อโลกที่เปิดกว้าง ในขณะที่นายกรัฐมนตรีไอร์แลนด์ ไมเคิล มาร์ติน กล่าวว่า การตัดสินใจของทรัมป์นั้น “น่าเสียใจอย่างยิ่ง” และ “ไม่เป็นประโยชน์ต่อใครเลย”
ทางฝั่งจีน ซึ่งเป็นหนึ่งในประเทศที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ระบุว่าเป็น “ผู้กระทำผิดร้ายแรงที่สุดต่อสหรัฐฯ” ได้รับผลกระทบหนักจากการเพิ่มอัตราภาษีนำเข้า เพราะเดิมทีถูกจัดเก็บอยู่แล้ว 20% เมื่อบวกภาษีตอบโต้ล่าสุดไปอีก 34% ทำให้ภาษีสินค้านำเข้าจากจีนทั้งหมดขณะนี้สูงถึง 54%
กระทรวงพาณิชย์จีนเรียกร้องให้สหรัฐฯ “ยกเลิกมาตรการภาษีทันที” โดยเตือนว่า มาตรการดังกล่าว “เป็นอันตรายต่อการพัฒนาเศรษฐกิจโลก” และจะส่งผลกระทบต่อผลประโยชน์ของสหรัฐฯ และห่วงโซ่อุปทานระหว่างประเทศ “จีนเรียกร้องให้สหรัฐฯ ยกเลิกมาตรการภาษีฝ่ายเดียวทันที และแก้ไขความขัดแย้งกับพันธมิตรทางการค้าอย่างเหมาะสมผ่านการเจรจาที่เท่าเทียมกัน ... ไม่มีผู้ชนะในสงครามการค้า”
กระทรวงพาณิชย์จีนยังเสริมว่า “จีนจะใช้มาตรการตอบโต้อย่างเด็ดขาดเพื่อปกป้องสิทธิและผลประโยชน์ของตนเอง”
ขณะที่อิสราเอล ซึ่งยกเลิกภาษีนำเข้าสินค้าจากสหรัฐฯ ทั้งหมดไปก่อนหน้านี้ เพื่อไม่ให้พลอยโดนหางเลขไปด้วยนั้น ปรากฏว่า เจอภาษีนำเข้า 17% ทำให้เจ้าหน้าที่อิสราเอลรายหนึ่งกล่าวว่า พวกเขา “ช็อกอย่างมาก”
เจ้าหน้าที่อิสราเอลบอกว่า “เราแน่ใจว่าการตัดสินใจยกเลิกภาษีนำเข้าสินค้าจากสหรัฐฯ ทั้งหมดจะป้องกันไม่ให้เกิดการเคลื่อนไหวดังกล่าว”
ด้านรักษาการประธานาธิบดีเกาหลีใต้ ฮัน ดักซู กล่าวว่า “สงครามการค้าโลกได้กลายเป็นความจริงแล้ว” และรัฐบาลของเขาจะมองหาวิธีที่จะเอาชนะวิกฤตการค้านี้ให้ได้ หลังจากถูกเรียกเก็บภาษีนำเข้า 25%
โดยเกาหลีใต้จะมีมาตรการช่วยเหลือฉุกเฉินแก่ธุรกิจที่จะได้รับผลกระทบจากการที่สหรัฐฯ เรียกเก็บภาษีนำเข้า รวมถึงรถยนต์
ฮัน ดักซู ยังสั่งให้รัฐมนตรีกระทรวงอุตสาหกรรมวิเคราะห์เนื้อหาของภาษีนำเข้าและเจรจากับสหรัฐฯ อย่างจริงจังเพื่อลดผลกระทบจากภาษีตอบโต้ของสหรัฐฯ ให้เหลือน้อยที่สุด
ส่วนญี่ปุ่นกล่าวว่า การเรียกเก็บภาษี 24% ของทรัมป์นั้น “น่าเสียใจอย่างยิ่ง” และอาจละเมิดข้อตกลงองค์การการค้าโลกและข้อตกลงระหว่างสหรัฐฯ กับญี่ปุ่น ขณะที่ไทยออกแถลงการณ์ว่า จะเจรจาปรับดุลการค้ากับสหรัฐฯ
ทางฝั่งไต้หวัน คณะรัฐมนตรีกล่าวว่า อัตราภาษีศุลกากรของสหรัฐฯ นั้น “ไม่สมเหตุสมผลอย่างยิ่ง” และระบุว่าจะพิจารณาเรื่องนี้กับสหรัฐฯ อีกครั้ง
คณะรัฐมนตรีไต้หวันกล่าวว่า อัตราภาษีศุลกากรที่เสนอมาไม่ได้สะท้อนถึงสถานการณ์การค้าระหว่างไต้หวันและสหรัฐฯ ที่แท้จริง
ขณะเดียวกัน ผู้นำจากประเทศที่โดนเก็บภาษีศุลกากรพื้นฐาน 10% ก็มีปฏิกิริยาต่อมาตรการของทรัมป์เช่นกัน โดย แอนโทนี อัลบาเนซี นายกรัฐมนตรีออสเตรเลียกล่าวว่า ชาวอเมริกันจะต้องจ่ายราคาที่สูงที่สุดสำหรับ “ภาษีศุลกากรที่ไม่ยุติธรรม” นี้
อัลบาเนซีกล่าวว่า รัฐบาลออสเตรเลียจะไม่กำหนดมาตรการตอบโต้ และเสริมว่า “เราจะไม่เข้าร่วมการแข่งขันเพื่อลดราคาสินค้าลง ซึ่งจะนำไปสู่ราคาที่สูงขึ้นและการเติบโตที่ช้าลง”
ด้านสหราชอาณาจักรที่ถูกกำหนดภาษี 10% เช่นกันนั้น โจนาธาน เรย์โนลด์ส รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า “รัฐบาลยังคงมุ่งเน้นอย่างเต็มที่ในการเจรจาข้อตกลงทางเศรษฐกิจกับสหรัฐฯ ที่จะเสริมสร้างความสัมพันธ์ทางการค้าที่ยุติธรรมและสมดุลที่มีอยู่ของเรา”
ในละตินอเมริกา บราซิลได้อนุมัติกฎหมายต่อรัฐสภาเมื่อวันที่ 2 เม.น. ซึ่งก็คือกฎหมายความเท่าเทียมทางเศรษฐกิจ (Economic Reciprocity Law) เพื่อตอบโต้การขึ้นภาษีนำเข้าสินค้า 10% ของทรัมป์
กระทรวงการต่างประเทศบราซิลกล่าวว่า ”เราจะประเมินทุกมาตรการที่เป็นไปได้เพื่อให้แน่ใจว่าการค้าทวิภาคีจะเป็นไปแบบเท่าเทียมกัน รวมถึงการหันไปพึ่งพิงองค์การการค้าโลก”
ทั้งนี้ ไม่นานหลังจากที่ทรัมป์ประกาศมาตรการภาษี รัฐมนตรีกระทรวงการคลังสหรัฐฯ สก็อตต์ เบสเซนต์ ได้เตือนประเทศต่าง ๆ “ไม่ให้ตอบโต้” โดยขอให้ “นิ่งเฉยและยอมรับมัน”
เขากล่าวว่า “เพราะหากคุณตอบโต้ สถานการณ์จะตึงเครียดมากขึ้น”
เรียบเรียงจาก BBC / The Guardian
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB