อดีต รมว.คลัง แนะ "อิ๊งค์" อย่าแบไต๋แผนเจรจานโยบายภาษีสหรัฐฯ
"ธีระชัย" อดีต รมว.คลัง แนะนายกฯ อิ๊งค์ อย่าแบไต๋แผนเจรจานโยบายภาษีสหรัฐฯ ชี้ไทยเก็บภาษีนำเข้าสหรัฐฯ แค่ 11.5% ควรเร่งเคลียร์จุดนี้เป็นประเด็นแรก
ทีมข่าวพีพีทีวี ได้ติดต่อพูดคุย นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เพื่อให้ประเมินสถานการณ์สหรัฐฯ หลัง โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เลื่อนการขึ้นภาษีออกไป 90 วัน
นายธีระชัย กล่าวว่า ตอนนี้เท่ากับไทยยังเสียภาษีพื้นฐานเดิมคือ 10% ยังไม่ได้ได้เปรียบหรือเสียเปรียบอะไร แต่ปัญหาที่ต้องมาพิจารณา คือ หลังจากที่ครบ 90 วันแล้ว สหรัฐฯ จะเลื่อนการเก็บภาษีนี้ออกไปหรือไม่ หรือจะบังคับให้มีการดำเนินการอะไรเพิ่มเติม ซึ่งตรงนี้อยากให้รัฐบาลคอยจับตาดูอย่างใกล้ชิด
หาก ทรัมป์ ไม่ต่ออายุการเลื่อนเก็บภาษีดังกล่าว ซึ่งหมายถึงไทยจะโดนเก็บภาษีที่ 36% ทันที นายธีระชัย ระบุว่า อยากให้มองตามความเป็นจริงด้วยว่า ไทยยังต้องเสียภาษีพื้นฐานอยู่ด้วยที่ 10% และถ้าโดนภาษีตอบโต้อีก 36% จะเท่ากับว่าไทยโดนเก็บภาษี สูงถึง 46% และถ้าหากว่าประเทศอื่นเจรจาสำเร็จ และไม่โดนเก็บภาษีเหมือนเรา ประเทศไทยจะเสียเปรียบ ซึ่งจะส่งผลต่อธุรกิจต่างชาติที่มาลงทุนในไทยโดยตรง
แต่ถ้าเกิดว่าประเทศอื่น ๆ เจรจาไม่สำเร็จ และโดนการจัดเก็บภาษีในอัตราที่ใกล้เคียงกับไทย ก็มองว่าไทยไม่ถึงกับได้เปรียบ และจะได้รับผลกระทบทั้งทางตรง และทางอ้อม
ในส่วนของการประชุมระหว่างกระทรวงพาณิชย์ และรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียน จากประเทศสมาชิกทั้ง 10 ประเทศแบบนัดพิเศษ ผ่านระบบทางไกล เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา นายธีระชัย กล่าวว่า รัฐบาลทำถูกต้องแล้วและเป็นเรื่องที่ดี เพราะว่าที่ผ่านมา ตนเองเห็นว่านายกรัฐมนตรีก็ได้มีการเปิดเผยแผนการเจรจาของไทย ให้กับประเทศคู่เจรจาได้เห็นอย่างชัดเจนมาโดยตลอด
ซึ่งส่วนตัวมองว่าตรงนี้ เป็นเรื่องที่ผิด แต่ถ้าเป็นการไปร่วมมือกันภายใต้กรอบของอาเซียน เพื่อไปเจรจาแบบนี้เป็นการกระทำที่ถูกต้อง
นายธีระชัย อยากแนะนำว่า ขณะนี้ไทยได้เลื่อนการเก็บภาษีไปถึง 90 วัน ก็ไม่อยากให้รัฐบาลรีบร้อน และลักษณะของการเจรจาก็ควรจะไปคุยกันในกรอบของอาเซียน เช่น การที่สหรัฐฯ ชี้แจงมาว่าประเทศไทยคิดอัตราดอกเบี้ย ที่สูงถึง 72% ทั้งที่จริงไทยเก็บภาษีนำเข้าจริง ๆ เพียงแค่ 11.5% เท่านั้น ซึ่งปัญหานี้เกิดขึ้นกับทุกประเทศในอาเซียนเช่นกัน
ก็อยากจะให้เลขาธิการอาเซียน หรือประธานอาเซียน นำประเด็นนี้รีบไปเจรจากับสหรัฐฯ ก่อน เพื่อจะให้ชัดเจนว่าตรงนี้สหรัฐฯ นำตัวเลขมาจากไหน ผิดพลาดหรือเปล่า ซึ่งก็มองว่าจริง ๆ แล้วไทยควรตั้งหลักเริ่มเคลียร์ปัญหาจากตรงนี้ก่อนเป็นอันดับแรก
ส่วนกรณีที่มีสมาชิกผู้แทนราษฎรท่านหนึ่งออกมาแสดงความคิดเห็นว่า การที่ภาครัฐปล่อยสินเชื่อช่วยเหลือให้กับเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบ 5,000 ล้านบาท นั้น ไม่เพียงพอต่อการช่วยเหลือ นายธีระชัย มองว่า จริง ๆ แล้วปัญหาที่เกิดขึ้นกับเกษตรกรตอนนี้ไม่ใช่เกิดจากการขึ้นภาษีของ โดนัลด์ ทรัมป์ แต่เกิดมาจาก สินค้าเกษตรในตลาดโลกต่ำ ทำให้ผู้ผลิตมองว่าไม่คุ้มทุน และอาจขาดทุน
แต่ส่วนตัวมองว่าวิธีการช่วยเหลือที่เป็นการปล่อยสินเชื่อนั้น เป็นการแก้ปัญหาที่ไม่ตรงจุด เพราะเหมือนเป็นการเพิ่มหนี้ให้กับเกษตรกรไม่จบสิ้น ซึ่งจริง ๆ รัฐมีวิธีอื่นอีกหลายวิธีที่สามารถแก้ปัญหาได้เช่นการลดต้นทุนการผลิตให้กับภาคเกษตรกร ซึ่งส่วนตัวมองว่าจะเป็นการแก้ปัญหาที่ตรงจุดในระยะยาวมากกว่า
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB