รัฐฯ ย้ำ! พร้อมเจรจาสหรัฐ ด้านเอกชน แนะ! ควรเร่งคุย หวั่น ปัญหาบานปลาย
รมว.คลัง ย้ำ! รัฐบาลไทย พร้อมเจรจา สหรัฐ ด้านเอกชน แนะ! รัฐ ควรเร่งเจรจาให้เร็วที่สุด หวั่น! ปัญหาบานปลาย กระทบภาคการลงทุน
นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้ร่วมงานในการประชุม Thailand-U.S. Trade and Investment Summit 2025 ที่จัดขึ้นเพื่อ แลกเปลี่ยนข้อมูลการค้า การลงทุน และเศรษฐกิจ และส่งเสริมความร่วมมือด้านการค้าและการลงทุนระหว่างไทยและสหรัฐอเมริกา โดยความร่วมมือระหว่าง ภาครัฐและเอกชนของไทย หอการค้าสหรัฐฯ ในประเทศไทย และหอการค้าสหรัฐฯ
โดยภายในการจัดงานดังกล่าว นายพิชัย ได้กล่าวถึงการเจรจาทางการค้าร่วมกับสหรัฐ ว่า รัฐบาลไทยพร้อมที่จะเจรจาเพื่อลดการขาดดุลการค้าของสหรัฐ และส่งเสริมความร่วมมือด้านการค้าการลงทุนระหว่างสองประเทศ บนพื้นฐาน วิน-วิน ทั้งสองฝ่าย และขอยืนยันว่ารัฐบาลไทยให้ความสำคัญ กับความร่วมมือและพันธมิตรทางยุทธศาสตร์กับสหรัฐอเมริกา โดยรัฐบาลไทยมีความมุ่งมั่นในการสร้างความสัมพันธ์กับสหรัฐฯ ที่ยั่งยืน ยุติธรรม และสมดุลในระยะยาว ซึ่งขณะนี้ ไทยกำลังดำเนินการในกรอบความร่วมมือที่มีเป้าหมายชัดเจน เพื่อลดความไม่สมดุลทางการค้า และเสริมสร้างความร่วมมือที่ก่อให้เกิดประโยชน์ร่วมกันในระยะยาว
จะเห็นได้จากช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ที่รัฐมนตรีต่างประเทศ เจ้าหน้าที่ด้านการคลัง และผู้แทนจากสภาคองเกรสของสหรัฐฯ ที่เคยกล่าวไว้ว่า ไทยยื่นข้อเสนอที่มีรายละเอียดชัดเจน ซึ่งประเมินว่าแผนเจรจากับสหรัฐของใครครั้งนี้ อาจช่วยลดตัวเลขขาดดุลการค้าของสหรัฐฯ ได้ประมาณ 15,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และอยากขอให้มั่นใจว่ารัฐบาลไทย ให้ความสำคัญอย่างมากกับประเด็นนี้ และถือเป็นวาระสำคัญในการดำเนินความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับสหรัฐฯ
ทางด้าน นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า อยากขอให้รัฐบาลรีบเร่งเจรจากับสหรัฐอย่างเร่งด่วน เพราะนักลงทุนยังมีความกังวลในความไม่ชัดเจนเรื่องนโยบายภาษีดังกล่าว ของโดนัลด์ ทรัมป์ และขณะนี้ ก็ใกล้ถึงระยะเวลา 90 วัน ที่สหรัฐเลื่อนการจัดเก็บภาษี หากไทยไม่รีบเจรจาอาจจะแก้ไขปัญหาไม่ทัน
โดยนายพจน์ ระบุว่า สหรัฐเป็นหนึ่งในคู่ค้าสำคัญของประเทศไทย โดยในปี 2567 ที่ผ่านมา มูลค่าการค้ารวมระหว่างทั้งสองประเทศสูงถึง 74,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งสำหรับแผนเจรจาที่นายพิชัยได้เปิดเผยเมื่อสัปดาห์ก่อนนั้น นายพจน์ ระบุว่า ตนเองเห็นด้วยกับ 5 ข้อเสนอของรัฐบาลที่นำไปเจรจาต่อรอง ว่าเป็นสิ่งที่เหมาะสมและเป็นธรรมแล้ว
ผู้สื่อข่าวได้ถามต่อว่า ส่วนมาตรการในการกระตุ้นเศรษฐกิจนั้นมีความจำเป็น อยู่หรือไม่ นายพจน์กล่าวว่า ในสถานการณ์ปัจจุบัน ตนเองมองว่าก็ยังเป็นสิ่งที่จำเป็นอยู่ เพียงแต่ต้องกระตุ้นให้ถูกจุด เท่านั้น
"ข้อเสนอได้รับการตอบรับเชิงบวกจากนักลงทุนสหรัฐ ทั้งนี้ ต้องรอรัฐบาลระหว่างสองประเทศได้พูดคุยกันในรายละเอียด แต่ในเบื้องต้นเชื่อว่าแพ็คเกจที่เราได้เสนอไป เป็นไปในทิศทางที่ดี พร้อมมองว่าเศรษฐกิจไทยในปัจจุบันต้องการการกระตุ้น แต่งบประมาณที่มีจำกัดจึงควรกระตุ้นในเซกเตอร์ที่ได้รับผลกระทบหนัก และได้ประโยชน์ในวงกว้างมากที่สุด"
นายพจน์ กล่าวทิ้งท้ายว่า สถานการณ์ในปัจจุบัน ทุกคนกำลังเผชิญกับโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทั้งในด้านเศรษฐกิจ ภูมิรัฐศาสตร์ สังคม เทคโนโลยี และสิ่งแวดล้อม ดังนั้น การเข้าใจและรักษาสมดุลของความสัมพันธ์ระหว่างประเทศจึงยิ่งมีความสำคัญมากขึ้น ซึ่งงานในวันนี้จึงถือว่าเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมอย่างยิ่งในการทบทวนว่า ไทยอยู่ตรงจุดใดในความร่วมมือ ระหว่างสองประเทศ นี้
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB