พาณิชย์ แบ่งงานตั้งนโยบายฟื้นเศรษฐกิจ-FTA-ล้างนอมินี เดินหน้า หาข้อสรุปเจรจาภาษีสหรัฐฯ
พาณิชย์ แบ่งงานตั้งนโยบายฟื้นเศรษฐกิจ-FTA-ล้างนอมินี เดินหน้า หาข้อสรุปเจรจาภาษีสหรัฐฯ ย้ำ! ไร้เงื่อนไขความมั่นคง ยัน! มีแนวทางหาตลาดใหม่ ลดผลกระทบ ช่วยผู้ประกอบการแนวชายแดนไทย-กัมพูชา
นายจตุพร บุรุษพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ พร้อมด้วยนายสุชาติ ชมกลิ่น และนายฉันทวิชญ์ ตัณฑสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ มอบนโยบายการดำเนินงานของกระทรวงพาณิชย์ โดยน้นภารกิจสำคัญเร่งด่วน 10 ประการ เพื่อพลิกฟื้นเศรษฐกิจไทย เสริมความเชื่อมั่นทั้งในและต่างประเทศ และสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้กับทุกภาคส่วน ประกอบด้วย
1. ยกระดับการเจรจาการค้ากับสหรัฐอเมริกา กระทรวงพาณิชย์ มีบทบาทสำคัญในการเตรียมข้อมูล วิเคราะห์และเตรียมมาตรการรับมืออย่างใกล้ชิด
2.ขับเคลื่อนการส่งออกและขยายตลาดใหม่ โดยเฉพาะผ่านเครือข่ายทูตพาณิชย์ต่างประเทศ เพื่อชดเชยความเสี่ยงจากตลาดเดิม
3.เร่งรัดเจรจา FTA ใหม่ๆ เช่น ไทย-อียู ไทย-เกาหลีใต้ และปรับปรุงให้ทันสมัยและสอดรับกับประเด็นสำคัญ เช่น สิ่งแวดล้อมและการค้าโลกยุคใหม่
4.ส่งเสริม SMEs ให้ก้าวสู่ยุคดิจิทัล สนับสนุนให้ผู้ประกอบการไทยเข้าถึงเทคโนโลยีและตลาดออนไลน์
5.สร้างเสถียรภาพราคาสินค้าเกษตร โดยนำร่องการทำ Sandbox ในพื้นที่เป้าหมาย และผลักดันการวางแผนการผลิตที่แม่นยำ
6.แก้ปัญหาปากท้องประชาชน ด้วยการดูแลราคาสินค้าอุปโภคบริโภคไม่ให้สูงเกินจริง พร้อมส่งเสริมมาตรการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย
7.ปราบปรามธุรกิจนอมินีผิดกฎหมายอย่างจริงจัง โดยเฉพาะสินค้าสวมสิทธิและการค้าขายไม่เป็นธรรม
8.ส่งเสริมการใช้ทรัพย์สินทางปัญญาเชิงพาณิชย์ เช่น การผลักดัน GI เพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้าไทย
9.ปฏิรูประบบบริการภาครัฐให้ทันสมัย ตรวจสอบกระบวนการให้บริการทุกขั้นตอน เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชน
10. ยกเครื่องกฎหมายด้านพาณิชย์ ให้สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมการค้าสมัยใหม่ โปร่งใส และเอื้อต่อการแข่งขัน
นายจตุพร กล่าวว่า กระทรวงพาณิชย์จะเร่งขับเคลื่อนเป็น “พาณิชย์หนึ่งเดียว” ทำงานแบบบูรณาการและสื่อสารอย่างเป็นเอกภาพ ในส่วนของทูตพาณิชย์และพาณิชย์จังหวัด ได้รับมอบหมายให้เร่งหาตลาดและขับเคลื่อนการค้าภูมิภาคอย่างเป็นระบบ เพื่อแก้ปัญหาต้นทุนการผลิตที่พี่น้องเกษตรกรประสบในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะเรื่องปุ๋ย ยาฆ่าแมลง และต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น ซึ่งต้องเร่งลดต้นทุนอย่างเป็นรูปธรรมก่อนเข้าสู่ฤดูกาลเพาะปลูก ซึ่งเรื่องนี้ได้มอบให้ รมช. สุชาติ ขับเคลื่อนนโยบายสินค้าธงเขียว สำหรับปัจจัยด้านการเกษตรทันที
นอกจากนี้ นายจตุพร ยังกล่าวถึงสถานการณ์ชายแดน ไทย-กัมพูชา ว่า การปิดด่านส่งผลกระทบกับประชาชนทั้งสองฝั่ง โดยกระทรวงฯ ได้ประชุมร่วมกับพาณิชย์ 7 จังหวัดชายแดน หอการค้า และสภาอุตสาหกรรม เพื่อหาแนวทางรองรับ เช่น การจัดกิจกรรมธงฟ้า ลดค่าครองชีพที่จังหวัดสระแก้ว และการส่งเสริมสินค้า OTOP เปิดตลาดใหม่ในพื้นที่อื่นๆ รวมถึงการสำรวจความเสียหายทางเศรษฐกิจ
“ทุกภารกิจของกระทรวงพาณิชย์ต้องเร่งเดินหน้าอย่างเป็นระบบ ครอบคลุมทั้งต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ โดยยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง และทำงานด้วยความรับผิดชอบ เพื่อสร้างเศรษฐกิจที่ยั่งยืนให้กับประเทศ”
ส่วนข้อสั่งการที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) สั่งให้กระทรวงพาณิชย์ เร่งช่วยเหลือผู้ประกอบการตามแนวชายแดน ที่ต้องส่งสินค้าข้ามแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งกระทรวงพาณิชย์มีแนวทาง "หาตลาดใหม่" ทดแทนอย่างไรนั้น นายจตุพร ยอมรับว่า แนวทางการหาตลาดใหม่ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะต้องดูหลายปัจจัยประกอบกัน อย่างเช่น หากต้องการหาตลาดใหม่ต้องดูด้วยว่าสินค้าดังกล่าวที่จะส่งออกไป ประเทศนั้นต้องการหรือไม่ แต่ยืนยันว่า ขณะนี้ กระทรวงพาณิชย์ มีแนวทางในการหาตลาดใหม่อย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยลดผลกระทบให้กับผู้ประกอบการ
“ตลาดใหม่ไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องดูสินค้าที่ไปคืออะไรด้วย เพราะมีหลายอย่าง เราก็ต้องดูเรื่อง product ของเราโอเคไหม ต้องดูหลายอย่าง แต่อย่างไรก็ตาม เราก็ต้องทำอยู่แล้ว ซึ่งตนได้มอบนโยบายในการหาตลาดใหม่ไปแล้ว“
เมื่อถามต่อว่า การหาตลาดใหม่ไม่ใช่เรื่องง่ายนั้น จะส่งผลกระทบต่อเป้าหมายการส่งออกของไทยในปี 68 นี้หรือไม่ นายจตุพร กล่าวว่า การส่งออกต้องอาศัยความพร้อมทั้งด้านตลาดและสินค้า โดยไทยมีสินค้าเฉพาะถิ่นที่มีศักยภาพพัฒนาเป็นสินค้า GI และสินค้าคุณภาพสูงจำนวนมาก เช่น ผลไม้ ซึ่งการปฏิรูปกระบวนการผลิตจะช่วยเสริมศักยภาพการส่งออกในระยะยาว แต่ต้องยอมรับว่า อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด และต้องยอมรับความเป็นจริง
นายจตุพร บุรุษพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ (พณ.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าแนวทางเจรจาภาษีสหรัฐฯ ของทีมไทยแลนด์ ว่า ช่วงเย็นวันนี้ (15 ก.ค.68) กระทรวงการคลังได้เชิญกระทรวงพาณิชย์ไปพูดคุยในรายละเอียดเกี่ยวกับสินค้าที่จะนำเข้าจากสหรัฐฯ เบื้องต้นกันอีกรอบ พร้อมยืนยันว่า การเจรจาการค้ากับสหรัฐฯ ไม่มีการนำเรื่องความมั่นคงมาเป็นเงื่อนไขในการต่อรอง และเชื่อว่า ผลการหารือในวันนี้น่าจะได้ข้อสรุปที่ชัดเจนขึ้น
ด้านนายฉันทวิชญ์ ตัณฑสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า เรื่องการเจรจาภาษีสหรัฐฯ ในส่วนบทบาทของกระทรวงพาณิชย์ มีบทบาทที่สำคัญ 3 ด้าน คือ การสนับสนุนข้อมูล โดยเฉพาะการเปิดตลาดใหม่ / การวิเคราะห์ภาพรวมผลกระทบที่จะเกิดขึ้นต่อผู้ส่งออก ภาคการเกษตร ภาคอุตสาหกรรม และภาคธุรกิจ / และการเตรียมมาตรการเยียวยาให้กับผู้ได้รับผลกระทบจากการเจรจาภาษีสหรัฐฯ
อยากจะเรียนให้ชัดเจนว่า ทางกระทรวงการคลัง ท่านพิชัย ชุณหวชิร รองนายกฯรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเป็นประธานในการเจรจา แต่ในส่วนบทบาทของ พณ. (กระทรวงพาณิชย์) ตนคิดว่ามีบันใด 3 ขั้นที่จะสนับสนุนท่านพิชัย
1. ข้อมูล เช่น เราจะเปิดตลาดมากน้อยแค่ไหน
2. เราช่วยวาดภาพ ฉากทัศน์ต่างๆ ในการกำหนดกลยุทธ์การเจรจา เช่น ดูว่ากระทบต่อผู้ส่งออก ทั้งเกษตร อุตสาหกรรม หรือ ธุรกิจในประเทศ ซึ่งเราช่วยดูและช่วยวิเคราะห์ให้ เพื่อให้สามารถกำหนดการเจรจาได้
3. ไม่ว่าผลการเจรจาจะเป็นอย่างไร เราได้เตรียมมาตรการเยียวยาไว้แล้ว ส่วนจำนวนเงินงบประมาณเยียวยายังบอกไม่ได้ ซึ่งกระทรวงการคลังจะเป็นผู้พิจารณาในส่วนนี้“
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB