ชะลอหนัก! "ตลาดรถมือสอง" ยอดปล่อยสินเชื่อถดถอย ราคาตกต่ำ หวั่นพิษทรัมป์ ส่งผลรุนแรง
"ตลาดรถมือสอง" ชะลอหนัก! ยอดปล่อยสินเชื่อถดถอย ราคาตกต่ำ รถเข้าระบบน้อย ผู้บริโภคขาดความมั่นใจ หวั่น! ภาษีทรัมป์ ส่งผลรุนแรง แนะรัฐร่วมเอกชน หาแนวทางฟื้นอย่างเร่งด่วน
สมาคมผู้ประกอบการรถยนต์ใช้แล้ว ได้จัดงานแถลงข่าว ในหัวข้อ "เจาะลึกธุรกิจรถยนต์ใช้แล้ว รวมพลังสาววิกฤติ เพื่อให้ข้อมูล" เพื่อวิเคราะห์แนวโน้ม และทิศทางของตลาดรถยนต์มือสองในช่วงครึ่งหลังของปี 2568 ท่ามกลางความท้าทายทางเศรษฐกิจ พฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป และการเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ยุคยานยนต์ไฟฟ้า โดยนายวิสุทธิ์ เหมพรรณไพเราะ นายกสมาคมผู้ประกอบการรถยนต์ใช้แล้ว กล่าวว่า ธุรกิจรถยนต์ใช้แล้วกำลังเผชิญจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญ
ขณะที่ยอดปล่อยสินเชื่อของรถยนต์ใช้แล้ว ตลอดสามปี พบว่าลดลงอย่างต่อเนื่องและลดลงอย่างมีนัยยะสำคัญ โดยในปี 2566 ยอดปล่อยสินเชื่ออยู่ที่ 122,000 ล้านบาท ปี 2567 ยอดปล่อยสินเชื่ออยู่ที่ 92,000 ล้านบาท หรือลดลง 25% ส่วนในปีนี้ (2568) มองว่าเป็นปีที่มีความท้าทายมากยิ่งขึ้น เนื่องจากคาดการณ์ว่าจะลดลงเพิ่มเติม 10% ซึ่งใน 5 เดือนแรกที่ผ่านมาพบว่ามีการปล่อยสินเชื่ออยู่ที่ 83,000 ล้านบาท
จากตัวเลขจะเห็นได้ชัดเลยว่าการปล่อยสินเชื่อลดลงต่อเนื่องสามปี ซึ่งเป็นตัวเลขที่เราไม่เคยเห็นมาก่อนในช่วงระยะเวลาหลาย 10 ปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องให้ความใส่ใจไม่ว่าจะเป็นเรื่องมาตรการความเข้มงวดของการปล่อยสินเชื่อรถยนต์ หรือแม้กระทั่ง ตัวเลขของรถยนต์ที่เข้าสู่ตลาดมือสอง
ส่วนยอดการขายรถยนต์มือสอง ลดลงอย่างต่อเนื่องในช่วงระยะเวลาสามปีที่ผ่านมา โดยในปี 2566 ยอดการขายรถยนต์มือสองอยู่ที่ 406,000 คัน ปี 2567 316,000 คัน หรือลดลง 22% ส่วนในปี 2568 ที่มีความท้าทายอย่างมากจึงทำให้สมาคมฯ คาดการณ์ว่าจะสามารถขายรถยนต์มือสองได้เพียง 285,000 คัน หรือลดลงประมาณ 10%
จากแนวโน้มของตลาดรถยนต์มือสองที่ชะลอตัวอย่างต่อเนื่อง จึงทำให้สมาคมต้องจัดทำนโยบายเพื่อมารองรับผลกระทบที่เกิดขึ้นต่ออุตสาหกรรมรถยนต์ใช้แล้ว ทั้ง การกำหนดมาตรฐานคุณภาพของสมาคม เพื่อให้เป็นมาตรฐานกลางของอุตสาหกรรม สร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภค การตรวจสอบคุณภาพของรถยนต์ และจัดเกรดรถยนต์ทุกคันก่อนจำหน่าย เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและยกระดับอุตสาหกรรมรถยนต์ใช้แล้วซึ่งปัจจุบันได้เริ่มดำเนินการร่วมกับพาร์ทเนอร์ไปแล้วบางส่วน รวมถึงการพัฒนาหลักสูตร และจัดอบรมเพื่อสร้างบุคลากรคุณภาพให้กับอุตสาหกรรม เพื่อยกระดับมาตรฐานการให้บริการมากยิ่งขึ้น
นายวิสุทธิ์ กล่าวด้วยว่า ไม่เพียงแต่แนวโน้ม ยอดขายรถยนต์มือสองลดลงอย่างเดียวเท่านั้น แต่แนวโน้มของจำนวนการขายรถยนต์ใหม่ ก็มีสัญญาณที่ชะลอลงด้วย จากตัวเลขยอดขายในปี 2565 พบว่า รถยนต์ใหม่มียอดขายอยู่ที่ 849,388 คัน แต่ในปี 2567 ลดลงเหลือเพียง 572,675 คัน ส่งผลให้ในปีนี้มีการคาดการณ์ว่ารถยนต์ใหม่จะสามารถขายได้เพียง 520,000 คันเท่านั้น จากปัจจัยเสี่ยงและความท้าทายหลายด้าน
โดยเฉพาะปัจจัยจากนโยบายภาษีศุลกากรตอบโต้ของโดนัล ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ที่ขณะนี้ไทยยังไม่สามารถเจรจาได้สำเร็จ และยังไม่ชัดเจนว่าจะได้กรอบอัตราภาษีที่เท่าไร ในขณะที่ประเทศคู่แข่งของไทย อย่างเวียดนาม อินโดนีเซีย ได้กรอบอัตราภาษีที่ชัดเจนแล้ว
อย่างไรก็ตามความท้าทายของอุตสาหกรรมรถยนต์ใช้แล้ว นอกจากนโยบายภาษีของโดนัลด์ ทรัมป์ ยังมีปริมาณรถยนต์ใช้แล้วในตลาดที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมปลายน้ำ ทำให้ผู้ประกอบการต้องปรับตัวและหากลยุทธ์ใหม่
นอกจากนี้ประเทศไทยกำลังเผชิญกับความท้าทายจากสังคมผู้สูงอายุและทิศทางของอุตสาหกรรมที่เปลี่ยนแปลงไป ส่งผลต่อการเป็นศูนย์กลางการผลิตรถยนต์ในภูมิภาค และการเข้ามาของยานยนต์ไฟฟ้าหรือรถยนต์อีวี ได้สร้างความท้าทายให้กับอุตสาหกรรมรถยนต์ใช้แล้ว ทั้งด้านการประเมินมูลค่าการซ่อมบำรุง และการสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภค
"วันนี้ต้องยอมรับว่า เมื่อปีที่แล้วเราได้สูญเสียอันดับสอง ในอาเซียน ให้กับมาเลเซียไปแล้ว ซึ่งอันดับหนึ่งแน่นอนก็คืออินโดนีเซีย ซึ่งปีนี้ก็มีการคาดการณ์ว่าไทยอาจจะแพ้ฟิลิปปินส์ เพราะฉะนั้นวันนี้ เราจะมีคำถามว่าไทยยังเป็นศูนย์กลางในภูมิภาคของอุตสาหกรรมยานยนต์อยู่หรือเปล่า"
นายวิสุทธิ์ กล่าวทิ้งท้ายว่า หากนโยบายทางภาครัฐและเอกชนที่จะขับเคลื่อนร่วมกันไม่ชัดเจน ทำให้สิ่งนี้จึงเป็นสิ่งที่เราต้องร่วมกันพิจารณา และต้องร่วมกันขับเคลื่อนไปด้วยกันทุกภาคส่วน ไม่ใช่แค่ส่วนของสมาคมฯส่วนเดียวเท่านั้น และไม่ใช่เฉพาะรถยนทั่วไป ไม่ใช่เฉพาะรถรถยนต์ไฟฟ้า ไม่ใช่แค่เรื่องของสินเชื่อ แต่ทุกคนต้องร่วมเป็นส่วนเดียวกัน เพื่อช่วยให้อุตสาหกรรมรถยนต์ใช้แล้ว ตลอดจนอุตสาหกรรมยานยนต์ของไทย ฟื้นตัวและสามารถแข่งขันต่อไปได้
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB