จับตา! ข้าวไทย 7 เดือนแรกปี 68 วิกฤต ส่งออกลด 25% พาณิชย์ เร่งหาแนวทางฟื้น
จับตา! ข้าวไทย 7 เดือนแรกปี 68 วิกฤต ส่งออกลด 25% พาณิชย์ เร่งหาแนวทางฟื้น ยืนยัน! ภาษี 19% ทำราคาสูง แต่ข้าวไทยสู้ได้ เพราะอัตราภาษีใกล้เคียงคู่แข่ง
นางอารดา เฟื่องทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า ข้าวถือเป็นหนึ่งสินค้าที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด โดย 7 เดือนแรกปีนี้ตั้งแต่เดือนม.ค.–ก.ค. 68 ไทยส่งออกข้าว 4.3 ล้านตัน ลดลง 25% คิดเป็นมูลค่า 86,413 ล้านบาท หรือประมาณ 2,592 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลงถึง 35%
โดยมี 3 สาเหตุหลัก ได้แก่
- ปริมาณผลผลิตข้าวโลกเพิ่มสูง โดยเฉพาะอินเดียที่ผลผลิตเพิ่มกว่า 12 ล้านตันและกลับมาส่งออกได้ตามปกติ
- ความต้องการนำเข้าของอินโดนีเซียและฟิลิปปินส์ลดลง หลังจากที่ประกาศระงับนำเข้า 60 วันจนถึง 31 ต.ค.
- ค่าเงินบาทแข็งค่ากดดันมูลค่าการส่งออก
อย่างไรก็ตามแม้การส่งออกข้าวจะลดลง เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่ไทยก็ยังสามารถส่งออกข้าวไปยังจีน สหรัฐฯ แอฟริกาใต้ ภูมิภาคตะวันออกกลางและยุโรป ได้เพิ่มขึ้น
โดยกรมการค้าต่างประเทศ ยังมีแนวทางในการผลักดันการส่งออกข้าวในช่วง 5 เดือนที่เหลือของปี ด้วยการเจรจาขยายตลาดและ กระชับความสัมพันธ์ทางการค้า พร้อมหารือกับ บริษัทโฮลดิ้ง ด้านการแปรรูปอาหาร ของรัฐบาลจีน หรือ COFCO ที่ยังเหลือสัญญาอีก 280,000 ตัน
รวมถึงจะขยายตลาดข้าวขาว–ข้าวนึ่งไปยังงซาอุดีอาระเบีย และอิรัก พร้อมกับติดตามความคืบหน้าใน ฟิลิปปินส์ หลังครบกำหนดการระงับนำเข้า และรักษาตลาด ญี่ปุ่น ที่นำเข้าข้าวจากไทยกว่า 300,000 ตันต่อปี
พร้อมเข้าร่วมงานแสดงสินค้านานาชาติ เช่น Food Australia, China-ASEAN Expo, Anuga, Foodex Saudi และ CIIE เพื่อสร้างภาพลักษณ์ข้าวไทย ควบคู่เดินหน้าโครงการ PRC สัญจร ร่วมกับกระทรวงเกษตรฯ เพื่อนำข้อมูลตลาดข้าวโลกถ่ายทอดให้เกษตรกร เพื่อผลิตสินค้าให้ตรงกับความต้องการตลาด
นอกจากนี้ นางอารดา ระบุว่า จากการที่สหรัฐฯ จะเริ่มเก็บภาษีศุลกากร ตอบโต้สินค้านำเข้าไทย 19% ส่งผลให้ราคาสินค้าเข้าไทยไปยังสหรัฐฯ เพิ่มสูงขึ้นตามไปด้วย ยืนยันว่า ข้าวหอมไทยยังสามารถแข่งขันได้ เนื่องจากราคาใกล้เคียงกับประเทศเวียดนาม ที่ถูกเก็บภาษี 20%
อย่างไรก็ตามแม้มีการขึ้นภาษี แต่ใน 7 เดือนแรก สหรัฐฯได้มีการนำเข้าข้าวไทยเพิ่ม 4.3% พร้อมคาดว่าจะนำเข้าเพิ่มในไตรมาส4 ทำให้การส่งออกทั้งปีใกล้เคียงกับปีก่อน
ขณะที่ มันสำปะหลัง นางอารดา ระบุว่า ปีนี้ถือว่าประสบความสำเร็จในการส่งออกอย่างมาก ซึ่งไทยส่งออกมันสำปะหลังได้ถึง 5.62 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 35.75% เมื่อเทียบกับปีก่อน แม้ในด้านมูลค่าจะอยู่ที่ 61,856 ล้านบาท หรือราว 1,856 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งหากคิดเป็นเงินบาท จะลดลง 12.5% แต่หากคิดเป็นเงินดอลลาร์สหรัฐ ลดลงเพียง 6% โดยปัจจัยหลักมาจากค่าเงินบาทแข็งค่าที่กดดันตัวเลขรายได้
ส่วนด้านตลาดส่งออกหลักนั้น ยังคงเป็น จีน 52% ญี่ปุ่น 9.37% อินโดนีเซีย 7.38% มาเลเซีย 4.1% และสหรัฐฯ 3.99% ขณะเดียวกันการนำเข้าใน 7 เดือนแรก อยู่ที่ 3.96 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 6.74% โดยมาจากลาวมากที่สุดกว่า 2.56 ล้านตัน ขยายตัวเกือบ 20%
นางอารดา กล่าวว่า กระทรวงพาณิชย์ ยังเร่งเจรจาตลาดใหม่ทั้งในจีนและต่างประเทศ ผ่านการลงนามสัญญาซื้อขายและ MOU รวมกว่า 1.48 ล้านตัน คิดเป็นมูลค่า 10,876 ล้านบาท ร่วมกับการสร้างคำสั่งซื้อล่วงหน้าอีกกว่า 1 ล้านตันตั้งแต่ต้นปี รวมทั้งสิ้นกว่า 2.5 ล้านตัน ภายในปีนี้อีกด้วย
ทั้งนี้ ในช่วง 5 เดือนที่เหลือ จะเดินหน้าผลักดันตลาดต่อเนื่อง โดยเตรียมจัดคณะผู้แทนไปเจรจาในนิวซีแลนด์ ซึ่งมีความต้องการนำเข้ามันสำปะหลังอัดเม็ด และพร้อมขยายการใช้มันสำปะหลังไปสู่อุตสาหกรรมอย่าฝต่อเนื่อง ทั้งอาหารและอาหารสัตว์
ขณะที่ในด้านการควบคุมการนำเข้า รัฐบาลจะยังคงเข้มงวด ด้วยการกำหนดจุดนำเข้าเพียง 25 จุดใน 24 จังหวัด และสุ่มตรวจมาตรฐานมันเส้นที่ด่านชายแดน และหากพบว่าไม่ได้มาตรฐาน จะพักทะเบียนผู้นำเข้า เพื่อปกป้องผลผลิตและรักษาเสถียรภาพราคาภายในประเทศ
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB