ธปท. ห่วง! เสถียรภาพการคลังไทย หวั่น ถูกลดเครดิตประเทศ
ผู้ว่าฯ ธปท.ห่วง! เสถียรภาพการคลังไทยไม่แข็งแรง หวั่น ถูกลดเครดิตประเทศ เผย เร่งประสาน ปปง.ตรวจสอบ ส่งออกทองไทยไปกัมพูชาพุ่ง ยอมรับ หารือเก็บภาษีเทรดทอง หวังลดแรงกดดันบาทแข็ง แต่ยังไม่ได้ข้อสรุป
นายเศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย หรือ ธปท. ยอมรับว่า มีแนวคิดเรื่องการหารือและการเก็บภาษีเทรดทองคำออนไลน์ แต่ยังไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจน เนื่องจากมีผลกระทบกับหลายภาคส่วน จึงจำเป็นต้องหารือแนวทางที่เหมาะสม
ส่วนสาเหตุว่าทำไมต้องมีการเก็บภาษีเทรดทองคำ เนื่องจากที่ผ่านมาคนไทยนิยมซื้อทองคำและเทรดทองคำ และไทยมีการส่งออกทองคำเป็นจำนวนมาก โดยซื้อขายเป็นเงินสกุลดอลลาร์แล้วแลกเปลี่ยนเป็นเงินบาท จึงทำให้เงินบาทแข็งค่า
ซึ่งจากการที่ได้พูดคุยกับสมาคมค้าทองคำ จึงได้มีการหารือว่าจะแก้ปัญหานี้ยังไง โดยทางสมาคมค้าทองคำเสนอว่า ให้มีการเทรดทองเป็นเงินดอลลาร์ แม้ปัจจุบันคนไทยใช้ดอลลาร์เทรดทองสูงขึ้น แต่ส่วนใหญ่ยังคงชินกับเทรดทองเป็นเงินบาท ดังนั้น จึงยังไม่มีข้อสรุป คงต้องใช้ระยะเวลาค่อนข้างนาน เพราะมีผลกระทบกับหลายฝ่าย
และสำหรับกรณีที่ กกร. มีความเป็นห่วง คือ ไทยส่งออกทองคำไปกัมพูชาจำนวนมาก ว่าจะมีความเกี่ยวโยงกับเงินสีเทานั้น นายเศรษฐพุฒิ ระบุว่า ไม่สามารถตอบได้ แต่ก็มีความเป็นห่วงในประเด็นดังกล่าว ซึ่งได้มีการประสานไปยัง สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือ ปปง.ให้ร่วมตรวจสอบแล้ว
ส่วนกรณีที่สมาคมค้าทองคำ เสนอให้ ธปท.เพิ่มเคลียริ่งเฮาส์เงินตราต่างประเทศเพิ่มเติมจากที่มีเคลียริ่งเฮ้าส์เงินบาทนั้น ขณะนี้ ยังไม่เห็นข้อเสนอดังกล่าว แต่อย่างไรก็ตาม จะมีการหารือแนวทางเพื่อให้การเทรดทองคำมีผลกระทบต่อค่าเงินบาทน้อยที่สุด
สถานการณ์เงินบาทไทยแข็งค่าขึ้นถึง 7%
ขณะที่ สถานการณ์เงินบาทไทยแข็งค่าขึ้นถึง 7% ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา และยังแข็งค่ามากกว่าสกุลเงินอื่นๆในภูมิภาค นายเศรษฐพุฒิ กล่าวว่า ปัจจัยหลักมาจากเงินดอลล่าร์อ่อนค่า ซึ่ง สวนทางกับพื้นฐาน เพราะโดยปกติแล้ว ประเทศที่ขึ้นภาษี ค่าเงินจะแข็ง แต่กลับกลายเป็นว่าเงินดอลล่าร์อ่อน และยังมาซ้ำเติมด้วยเรื่องทองคำที่มีการซื้อขายกันเป็นจำนวนมาก อีกทั้ง การที่ประเทศไทยมีดุลบัญชีเดินสะพัดที่เกินดุลสูงกว่าที่คาด ก็จะเป็นตัวสนับสนุนไม่ให้เงินบาทอ่อนค่า
นอกจากนี้ นายเศรษฐพุฒิ ได้กล่าวถึงเรื่องการจัดบัญชีม้าด้วยว่า ฝากให้ทุกคนนึกถึงความเดือดร้อนของคนที่ถูกมิจฉาชีพหลอก เพราะเงินออมและเงินที่หามาได้ไม่เหลือเลย ถ้าเทียบความลำบากที่โดนจากมิจฉาชีพ ซึ่ง ธปท. พยายามปรับ ปลด ระงับบัญชีให้เร็วขึ้นภายใน 4 ชั่วโมงถึง 1 วัน
ต้องขออภัยที่การระงับธุรกรรมจากบัญชีม้า ผู้สุจริตไปสร้างความเดือดร้อนลำบากให้กับผู้สุจริตถูกผลกระทบไปด้วย ซึ่งตนเข้าใจ คนทำมาหากินคนเราทำมาค้าขายหาเงินมาก็ไม่ง่าย แต่บัญชีถูกระงับซึ่งก็เดือดร้อนอย่างหนัก" นายเศรษฐพุฒิ กล่าว
แจงคนแห่ถอนเงิน ยืนยัน สภาพคล่องของธนาคารยังคงเป็นปกติ
พร้อมเปรียบมิจฉาชีพเป็นเหมือนมะเร็งร้ายที่ลุกลาม การรักษาด้วยการฉายแสงจึงหนีไม่พ้นที่จะโดนผลกระทบต่อคนสุจริต แต่ถ้าไม่ทำ ผลที่เกิดขึ้นจะรุนแรงกว่านี้ ดังนั้นจึงต้องเดินหน้าไม่หยุด เพราะหลังจากที่มีการเข้มงวดพบว่าบัญชีม้าลดลง และต่างชาติก็จะมองว่าประเทศไทยเป็นประเทศสีเทาเป็นประเทศที่สะดวกต่อมิจฉาชีพ ผลกระทบจะมหาศาล เช่น กรณีที่นักท่องเที่ยวจีนไม่มาท่องเที่ยวไทยเพราะไม่มั่นใจในความปลอดภัย
ส่วนกรณีที่ประชาชนเร่งถอนเงินในช่วงที่ผ่านมา เพราะขาดความเชื่อมั่นต่อ จนกังวลว่าธนาคารจะเกิดปัญหาสภาพคล่อง นายเศรษฐพุฒิ ย้ำว่า ภาพรวมสภาพคล่องของธนาคารยังคงเป็นปกติ การถอนเงินเกิดขึ้นเพียงบางสาขาเท่านั้น และเป็นเฉพาะจุด ไม่ใช่เป็นปัญหาทั้งระบบ
ทั้งนี้ การดำเนินการต่างๆในการคัดกรองบัญชีม้า จะยังคงต้องดำเนินการต่อไป โดยจะต้องมีการติดตามเส้นทางการเงิน ส่วนบัญชีที่ถูกระงับ จะเร่งดำเนินการปลดระงับให้เร็วที่สุด
เปิดใจ 5 ปี นั่งผู้ว่าฯ ธปท. ยืนยันไม่เล่นการเมือง
นอกจากนี้ นายเศรษฐพุฒิ ได้ยืนยันว่า หลังพ้นตำแหน่ง ตนเองจะไม่ลงเล่นการเมือง และหากย้อนเวลากลับไปได้ ก็จะยังเลือกที่จะดำรงตำแหน่ง ผู้ว่า ธปท. ซึ่งตลอดระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา ผ่านวิกฤติมาหลายครั้งและถูกวิพากษ์วิจารณ์มาหลายหน แต่ยืนยันว่าตลอดระยะเวลา 5 ปี การดำเนินนโยบายการเงินเป็นไปในทิศทางที่ถูกต้อง
ส่วนการฝากงานต่อให้กับนายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าฯ ธปท. คนใหม่นั้น ได้มีการพูดคุยและหารือเป็นการส่วนตัว มาเป็นระยะและต่อเนื่องอยู่แล้ว
อย่างไรก็ตาม แม้จะใกล้ครบกำหนดวาระการทำงาน แต่ตนเองยังเป็นห่วงเรื่องการจัดทำงบประมาณของรัฐบาลชุดใหม่ เนื่องจากรัฐบาลมีอายุ 4 เดือน หลังจากนั้นจะเข้าสู่กระบวนการยุบสภาฯ และเลือกตั้งใหม่ ซึ่งจะเป็นช่วงเวลาใกล้กับการจัดทำงบประมาณ ซึ่งหากไม่ทัน จะกระทบการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ
ฝากโจทย์รัฐบาลใหม่
นอกจากนี้ ยังฝากถึงรัฐบาลใหม่ ถึงการจัดทำโครงการคนละครึ่ง หรือมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น ว่า อยากให้คำนึงถึงเสถียรภาพทางการคลังในระยะกลาง เพราะรัฐบาลมีกระสุนจำกัด และต้องชี้แจงที่มาของการหารายได้ให้กับสาธารณะชนและต่างประเทศเข้าใจ เพื่อไม่ให้กระทบต่อเครดิตเรตติ้งของประเทศ เพราะหากต่างชาติไม่เข้าใจ ไทยมีโอกาสที่จะถูกปรับลดเครดิตได้
โดยอยากให้รัฐบาลระวังความเสี่ยง เรื่องประชาชนจะเสพติดกับมาตรการกระตุ้น เหมือนในสมัยวิกฤตเศรษฐกิจปี 2540 ที่เคยมีประสบการณ์มาแล้ว ซึ่งตอนนั้นมีการลดภาษีมูลค่าเพิ่มจาก 10% เหลือ 7% โดยกำหนดจะลดเพียง 2 ปี แต่ผ่านมาจนถึงปัจจุบันภาษีมูลค่าเพิ่มยังคงอยู่ที่ 7% อย่างต่อเนื่อง ถือเป็นตัวอย่างที่เห็นได้ชัด
นอกจากนี้ ยังฝากถึงรัฐบาลใหม่อีกว่า การใช้มาตรการกระตุ้นในระยะสั้นนั้นทำได้ แต่ต้องไม่ลืมการปรับโครงสร้างในระยะยาว ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญ เพราะไม่เช่นนั้น ภาพรวมเศรษฐกิจไทยจะขาดเสถียรภาพ หากรัฐบาลชุดนี้ทำได้ดี ก็มีโอกาสที่จะกลับมาเป็นรัฐบาลอีกครั้ง
พร้อมกับฝากให้ดูแลเรื่องความเหลื่อมล้ำ เพราะประเทศไทยเป็นประเทศที่มีความเหลื่อมล้ำสูงมาก เป็นโรคเรื้อรังที่ต้องเร่งรักษา ซึ่งครัวเรือนที่จนมีทรัพย์สินสุทธิติดลบ มีหนี้สินมากกว่าสินทรัพย์ กลุ่มคนรวยที่สุดมีเพียง 1% คิดเป็นจำนวน 2.4 แสนครัวเรือน มีสินทรัพย์ 13 ล้านครัวเรือนที่จนที่สุดหรือเกือบครึ่งประเทศ 24 ล้านครัวเรือน สะท้อนให้เห็นถึงความเหลื่อมล้ำที่มีสูงมาก
ส่วนกรณีที่มีข้อกังวล ว่า การเมืองจะเข้ามาแทรกแซงการทำงานและอิสระของธนาคารกลาง เหมือนที่เกิดขึ้นในสหรัฐ นั้น นายเศรษฐพุฒิ กล่าวว่า มีตัวอย่างในต่างประเทศให้เห็นแล้วว่าความเป็นอิสระของธนาคารกลางเป็นสิ่งที่สำคัญ ประวัติศาสตร์มีให้เห็นอยู่แล้ว เพราะถ้าไปแทรกแซงอาจเกิดเหตุการณ์คล้ายกับที่ตุรกี และศรีลังกา เราควรนำบทเรียนจากนานาประเทศมาศึกษา
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB