ไทยส่งออก "อาหารสุนัข-แมว" ขึ้นแท่นเบอร์ 2 ของโลก ตามเทรนด์
ไทยส่งออกอาหารสุนัขและแมวขึ้นแท่นเบอร์ 2 ของโลก ตามเทรนด์ความต้องการสินค้าอาหารฟังก์ชันและเกรดพรีเมียม
นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า เปิดเผยว่า สถานการณ์การค้าสินค้าอาหารสุนัขและแมว ของโลกและไทย โดยในปี 2567 ไทยเป็นผู้ส่งออกอาหารสุนัขและแมว อันดับที่ 2 ของโลก เนื่องจากมีจุดเด่นคือ มีภาพลักษณ์ที่ดีในด้านคุณภาพและมาตรฐานสินค้าอาหาร ซึ่งรวมถึงอาหารสัตว์เลี้ยงด้วย ทำให้ในปี 2567
โดยไทยเป็นผู้ส่งออกอาหารสุนัขและแมว อันดับที่ 2 ของโลก ด้วยมูลค่า 2,677.03 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัวร้อยละ 29 เทียบกับปีก่อนหน้า
และมีสัดส่วนร้อยละ 10 ของมูลค่าส่งออกอาหารสุนัขและแมวของทั้งโลก รองจากอันดับหนึ่ง คือ เยอรมนี ที่ครองแชมป์มาหลายปี
ขณะที่ การส่งออก ช่วง 7 เดือนแรกของปี 2568 ไทยส่งออกอาหารสุนัขและแมวเป็นมูลค่า 1,685.74 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัวร้อยละ 10.72 เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า โดยมีสหรัฐฯ ยังคงเป็นตลาดส่งออกอันดับหนึ่ง รองลงมา คือ ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย อิตาลี และมาเลเซีย
ทั้งนี้ การส่งออกอาหารสุนัขและแมวจากไทยไป 5 ตลาดอันดับแรกดังกล่าว มีสัดส่วนรวมกันถึงร้อยละ 62.3 ของมูลค่าการส่งออกอาหารสุนัขและแมวจากไทยไปโลก
ความนิยมเลี้ยงสัตว์เลี้ยงที่เพิ่มขึ้นทั่วโลก ดัน อาหารสัตว์เลี้ยงโต
นายพูนพงษ์ กล่าวว่ ปัจจัยสำคัญทำให้ไทยมีโอกาสขยายตลาดได้ในหลากหลายภูมิภาค เนื่องจากความนิยมเลี้ยงสัตว์เลี้ยงที่เพิ่มขึ้นทั่วโลก การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากร ทั้งจำนวนผู้สูงอายุที่เพิ่มขึ้นและสังคมที่มีขนาดครอบครัวเล็กลง ผู้สูงอายุที่อาศัยอยู่ลำพังมักเลี้ยงสัตว์ไว้เป็นเพื่อน และคนรุ่นใหม่ที่มีบุตรช้าหรือไม่แต่งงานก็นิยมเลี้ยงสัตว์มากขึ้น นอกจากนี้ พฤติกรรมผู้บริโภคในหลายประเทศที่หันมาสนใจสินค้าจากต่างประเทศมากขึ้น มาจากเทรนด์การใส่ใจสุขภาพสัตว์เลี้ยง ผู้ซื้อจึงหันมาสนใจสินค้าเกรดพรีเมียมจากต่างประเทศ รวมถึงสินค้าอาหารสัตว์เลี้ยงที่มีคุณค่าทางโภชนาการมากขึ้น ซึ่งความต้องการสินค้ากลุ่มนี้ ผู้ประกอบการไทยที่พัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารที่หลากหลายฟังก์ชัน เช่น อาหารสัตว์เลี้ยงเพื่อสุขภาพ วิตามินสูง สัตว์เลี้ยงเด็ก สัตว์เลี้ยงป่วยหรือชรา โดยมีสูตรที่หลากหลายและใช้วัตถุดิบคุณภาพ จะตอบโจทย์ผู้บริโภคตามเทรนด์นี้ได้เป็นอย่างดี
ภาพรวมตลาดอาหารสุนัขและแมวทั่วโลกคึกคัก
ขณะที่ภาพรวมตลาดอาหารสุนัขและแมวทั่วโลก คึกคักเป็นอย่างมาก โดยในปี 2567 มูลค่าการนำเข้ารวมของโลกสูงถึง 26,466.28 ล้านเหรียญสหรัฐ ประเทศผู้นำเข้าสำคัญ 5 อันดับแรก คือ เยอรมนี มีมูลค่าการนำเข้า 2,435.16 ล้านเหรียญสหรัฐ (สัดส่วนร้อยละ 9.2 ของมูลค่านำเข้ารวมของโลก) รองลงมา คือ สหรัฐฯ (มูลค่าการนำเข้า 2,215.51 ล้านเหรียญสหรัฐ สัดส่วนร้อยละ 8.4) สหราชอาณาจักร (มูลค่าการนำเข้า 1,762.27 ล้านเหรียญสหรัฐ สัดส่วนร้อยละ 6.7) โปแลนด์ (มูลค่าการนำเข้า 1,530.44 ล้านเหรียญสหรัฐ สัดส่วนร้อยละ 5.8) และแคนาดา (มูลค่าการนำเข้า 1,379.63 ล้านเหรียญสหรัฐ สัดส่วนร้อยละ 5.2)
อย่างไรก็ตาม จากเทรนด์ความต้องการสินค้าอาหารฟังก์ชันและเกรดพรีเมียมแล้ว ยังต้องให้ความสำคัญกับผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เช่น การใช้บรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม หากผู้ส่งออกไทยสามารถผลิตสินค้าที่ตอบโจทย์แนวโน้มดังกล่าวได้ จะมีโอกาสขยายการส่งออกทั้งในตลาดหลัก เช่น ยุโรป และสหรัฐฯ รวมถึงโซนเอเชีย เช่น ญี่ปุ่น จีน และตลาดใหม่ในตะวันออกกลาง และยุโรปตะวันออกด้วย
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB