ก.อุตสาหกรรม เร่งช่วย SME ปราบโรงงานเถื่อน-ดึงนักลงทุน
“ธนกร“ มอบนโยบาย ‘ฝ่า-ฟัน-ดึง-ดัน’ ช่วย SME ปราบโรงงานเถื่อน ขับเคลื่อนพลังงานสะอาด ดึงนักลงทุนต่างชาติ
นายธนกร วังบุญคงชนะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม มอบนโยบายแก่ข้าราชการและผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงอุตสาหกรรม โดยย้ำว่า ภาคอุตสาหกรรม คือ กลไกหลักในการสร้างงาน สร้างรายได้ และเสริมขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศไทย พร้อมกับยำว่าต้องเร่งปรับโครงสร้างเศรษฐกิจไทยให้สอดรับกับโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทั้งด้านเทคโนโลยี นวัตกรรมดิจิทัล และพลังงานสะอาด ท่ามกลางความท้าทายจากสงครามการค้า มาตรการภาษีตอบโต้ และปัญหาสิ่งแวดล้อมที่กระทบต่อสังคมและธุรกิจ
ทั้งนี้ ตนเองได้กำหนดนโยบาย “ฝ่า-ฟัน-ดึง-ดัน” ที่ประกอบด้วย การรับมือปัญหาเร่งด่วนจากสงครามการค้าและมาตรการภาษีตอบโต้ (Reciprocal Tariff) โดยเร่งช่วยเหลือ ผู้ประกอบการหรือ SME ที่ได้รับผลกระทบ
ซึ่งที่ผ่านมา SME ได้รับผลกระทบอย่างมาก กระทรวงอุตสาหกรรมจึงจะให้ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย เข้ามาช่วยเสริมสภาพคล่อง ด้วยเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำรายละ 1 ล้านบาท การปล่อยสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำให้แก่ SME เป็นการเร่งด่วน ซึ่งเรื่องนี้ได้พูดคุยร่วมกันในเบื้องต้นไปแล้ว นอกจากนี้ ตนเองจะเร่งจัดทำศูนย์ Industry Al เพื่อช่วยระบบการทำงานของกระทรวงฯให้มีประสิทภาพมากยิ่งขึ้นอีกด้วย
รวมถึงการสะกัดกั้นสินค้าสวมสิทธิ์ โดยตนเองได้ให้นโยบายไปแล้วว่าจะต้องดำเนินการทันที เนื่องจากเรื่องนี้อาจมีผลกระทบกับผู้ประกอบการและ SME เช่นเดียวกัน ซึ่งการทำงานในส่วนนี้จะต้องทำร่วมกับหน่วยงานอื่นๆด้วย เช่น กรมศุลกากร BOI โดยต้องดึงแพลทฟอร์มดิจิทัลมาใช้ร่วมด้วย
อย่างไรก็ตามสำหรับปัญหาดังกล่าว หากไม่เร่งทำ ประเทศไทยเสี่ยงโดนสหรัฐกีดกันทางการค้าได้ นอกจากนี้ยังต้องเร่งแก้ปัญสินค้าที่ไม่ได้คุณภาพจากต่างประเทศทะลักเข้าไทยอีกด้วย
ปัจจุบันสินค้าจากจีนจากจีนด้อยคุณภาพทะลักเข้ามาเยอะ เพราะฉะนั้นจะต้องมีการดำเนินการจับกุมกวาดล้าง รวมถึงบังคับใข้กฎหมายให้เคร่งคัดที่สุด อันนี้คือสิ่งที่ต้องเร่งทำ
นายธนกร ระบุด้วยว่า นอกจากนโยบายรับมือผลกระทบจากมาตรการภาษีสหรัฐแล้ว กระทรวงอุตสาหกรรมจะเร่งทำนโยบายจัดระเบียบอุตสาหกรรม และการแก้ไขปัญหามลพิษ ด้วยการปราบปรามโรงงานเถื่อนซึ่งเป็นอีกหนึ่งปัญหาที่ต้องเร่งทำ โดยจะเร่งแก้ไขปัญหาโรงงานที่ผิดกฎหมาย ที่สร้างมลพิษให้ประชาชน ชุมชน พร้อมกับย้ำว่าจะยังเดินหน้าทำอย่างต่อเนื่อง แต่จะมีการเปลี่ยนชื่อคณะทำงานจากทีมสุดซอย เป็นคณะเต็มเหนี่ยว และจะเร่งสั่งการให้เริ่มทำงานทันที
เราจะยกระดับขึ้น แต่ต้องเข้าใจก่อนว่าจริงๆหน่วยงานราชการเรื่องนี้เค้าทำกันอย่างต่อเนื่องอยู่แล้วซึ่งเค้าทำหน้าที่ได้ดีอยู่แล้ว แต่ถ้าหากว่ามีฝ่ายการเมืองเข้ามาตนเองคิดว่ามันก็จะต้องมีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น และต้องมีการบังคับใช้กฎหมาย โดยยืนยันว่าทุกอย่างจะทำด้วยความโปร่งใส นอกจากนี้ยังพร้อมให้โอกาสกับโรงงานที่โดนสั่งปิดหากมีการแก้ไขเรื่องที่ทำผิดกฏหมายก็จะอนุญาตให้กลับมาเปิดกิจการอีกครั้ง
ซึ่งการทำงานจะทำงานควบคู่กับการยกระดับมาตรการสิ่งแวดล้อม ให้โรงงานติดตั้งระบบตรวจสอบมลพิษเรียลไทม์ และเดินหน้าดึงเม็ดเงินลงทุนด้วย 2 แนวทางหลัก คือ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียน และพลังงานสะอาด ยกระดับภาคการผลิตไทยสู่มาตรฐานสากล ลดคาร์บอน ลดต้นทุนพลังงาน และเปิดโอกาสทางเศรษฐกิจใหม่ ผ่านมาตรการสำคัญ เช่น ตลาดคาร์บอนอุตสาหกรรม และ วางรากฐานสู่อุตสาหกรรมอนาคต สนับสนุน เอสเอ็มอี เข้าถึงเทคโนโลยีและพัฒนาทักษะแรงงาน ผลักดันอุตสาหกรรมเป้าหมาย ได้แก่ ยานยนต์ไฟฟ้า ,แบตเตอรี่ ,อาหารแห่งอนาคตฯลฯ
นอกจากนี้ในช่วงเวลาการปฏิบัติหน้าที่ 4 เดือนของรัฐบาล เป็นช่วงที่มีมลพิษ PM 2.5 ดังนั้น กระทรวงอุตสาหกรรมจะมีมาตรการควบคุมการเผาทั้งในประเทศและจากประเทศเพื่อนบ้านด้วย ซึ่งปีที่แล้วรัฐบาลชุดก่อนทำได้ดี ส่วนในปีนี้ตรเองมีความตั้งใจว่าจะต้องทำได้ดีกว่า พร้อมกับการจัดเตรียมมาตรการสนับสนุนสำหรับผู้ที่ไม่เผาด้วย
ส่วนกรณีที่บางส่วนมีความกังวลว่ากระทรวงอุตสาหกรรม มีระยะเวลาทำงานเพียงแค่สี่เดือนจะสามารถดึงการลงทุนจากนักลงทุนต่างชาติได้ทันหรือไม่นั้น นายธนกร กล่าวว่า ที่ผ่านมาปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมได้ทำมาโดยตลอดอยู่แล้ว แต่วันนี้ตนเองได้รับการประสานงานจากประเทศญี่ปุ่น และเกาหลี ว่าทางภาคอุตสาหกรรมของแต่ละประเทศอยากมาลงทุนในประเทศไทย ซึ่งตนเองจะมอบหมายให้กับรัฐมนตรีช่วยดูแล พร้อมกับตรวจสอบในบางอุตสาหกรรมที่เปิดอยู่แต่ยังไม่เกิดการลงทุนจากนักลงทุนด้วย
นายธนกร กล่าวว่า วันนี้ความเชื่อมั่นของประเทศไทยกลับมาแล้ว เราได้นายกรัฐมนตรีชื่อนายอนุทิน ชาญวีรกูล ต้องยอมรับว่านายกรัฐมนตรีเป็นคนครบเครื่อง มีความรู้ความสามารถ และไม่มีข้อบกพร่อง ตนเองจึงเชื่อว่านายกรัฐมนตรี จะสามารถทำเรื่องนี้ได้อย่างนี้
นายกฯ เข้าใจในภาคอุตสาหกรรมไทยดี ซึ่งก่อนหน้านี้ ที่ตนเองยังไม่ได้ดำรงตำแหน่ง นายกรัฐมนตรีเคยชวนไปพบกับสภาอุตสาหกรรมมาก่อนแล้ว ซึ่งหลายปัญหาที่ถูกนำมาเป็นนโยบายในวันนี้ ก็เป็นการได้รับคำแนะนำจากประธานสภาอุตสาหกรรมมา และจารการหารือร่วมกับประธานหอการค้า ทำให้ได้ข้อมูลมาประกอบการทำนโยบาย รวมถึงได้รับข้อมูลจากพี่น้องประชาชนมาเพิ่มเติมอีกด้วย ทำให้เราได้เห็นถึงปัญหาในการนำมาจัดทำนโยบายอย่างแท้จริง
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB