ตรวจสอบราคาชุดดำ ย่านโบ๊เบ๊-สำเพ็ง-พาหุรัด-ประตูน้ำ
กรมการค้าภายใน ตรวจสอบราคาชุดดำ ย่านโบ๊เบ๊-สำเพ็ง-พาหุรัด-ประตูน้ำ ยัน! สินค้าเพียงพอ ราคาทรงตัว ไม่มีการฉวยโอกาสขึ้นราคา
นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์การจำหน่ายเสื้อผ้าชุดดำและโทนสีไว้ทุกข์ ที่ตลาดท่าน้ำนนทบุรี จ.นนทบุรี โดยเปิดเผยว่า กรมการค้าภายในได้ลงพื้นที่ตรวจสอบและติดตามการจำหน่ายเสื้อผ้าชุดดำ
รวมถึงโรงงานผลิต ร้านค้าปลีกค้าส่ง มาตลอด 4 วัน จากการพูดคุยกับโรงงานผลิตรายใหญ่ ตอบรับมาว่ามีความพร้อมผลิตผ้าต่างๆ ส่วนห้างโมเดิร์นเทรด ยืนยันว่า มีสินค้าในสต็อกเพียงพอ
ขณะที่ เจ้าหน้าที่กรมการค้าภายใน ได้ลงพื้นที่สำรวจย่านค้าส่งค้าปลีกสำคัญ ได้แก่ โบ๊เบ๊ สำเพ็ง พาหุรัด และประตูน้ำ พบว่า ในช่วงวันที่ 25-26 ต.ค. มีการปรับขึ้นราคาผ้าม้วนเล็กน้อย 5-10 บาท
ล่าสุด จากการตรวจสอบ พบว่า ราคาจำหน่ายเป็นราคาตามปกติแล้ว โดยสถานการณ์การจำหน่ายชุดดำและผ้าสีดำ พบว่ามีการแข่งขันด้านราคาสูง สินค้ามีเพียงพอ ราคาโดยรวมยังอยู่ในระดับปกติ และผู้ประกอบการให้ความร่วมมือดีในการปิดป้ายแสดงราคาอย่างชัดเจน
ขณะนี้มีเรื่องร้องเรียนจากประชาชนจำนวน 2 เรื่อง โดยกรณีแรกเกี่ยวกับราคาส่ง-ราคาปลีกที่แตกต่างตามจำนวนที่ซื้อ ซึ่งได้ตรวจสอบแล้วว่าเป็นไปตามปกติของระบบการค้า อีกกรณีเป็นเรื่องราคาของผ้าที่ซื้อจำนวนมากกับซื้อจำนวนน้อย ซึ่งราคาจะต่างกันตามคุณภาพและต้นทุน ทั้งนี้ ได้กำชับให้ผู้ประกอบการต้องแสดงราคาจำหน่ายทุกประเภทให้โปร่งใสเพื่อให้ประชาชนตัดสินใจได้อย่างเป็นธรรม
นอกจากนี้ ในช่องทางออนไลน์ กรมฯ ได้จัดชุดติดตามพิเศษ เนื่องจากมีการจำหน่ายสินค้าทั้งจากในประเทศและนำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งราคามีความหลากหลายขึ้นอยู่กับคุณภาพสินค้า
โดยกรมฯ จะกำกับดูแลไม่ให้มีการใช้คำโฆษณาหรือบอกราคาที่หลอกลวงผู้บริโภคทุกฝ่ายที่ให้ความร่วมมือในช่วงเวลาที่ประชาชนมีความต้องการสินค้าเพื่อถวายความอาลัย โดยกรมการค้าภายในใช้หลักกฎหมายอย่างเคร่งครัดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ. 2542
หากผู้ประกอบการไม่ปิดป้ายแสดงราคาตามมาตรา 28 มีโทษปรับไม่เกิน 10,000 บาท และหากฉวยโอกาสปรับขึ้นราคาสูงเกินสมควรเข้าข่ายความผิดตามมาตรา 29 มีโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี หรือปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
หากประชาชนซื้อสินค้าแล้วไม่ได้คุณภาพ ไม่ตรงปก หรือพบเห็นการเอาเปรียบด้านราคา สามารถแจ้งสายด่วน 1569 ของกรมการค้าภายในได้ทันที กรมฯ พร้อมส่งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบและดำเนินคดีอย่างเด็ดขาด เพื่อคุ้มครองสิทธิประโยชน์ของประชาชน
ในส่วนของมาตรการลดค่าครองชีพ นายวิทยากร เปิดเผยว่า กรมการค้าภายในได้ เตรียมความพร้อมรองรับโครงการ “คนละครึ่ง พลัส” ซึ่งจะเริ่มวันพรุ่งนี้ (29 ต.ค. 68) โดยที่กรมการค้าภายในได้เก็บข้อมูลราคาจำหน่ายสินค้า และขอความร่วมมือร้านจำหน่ายชุดดำทุกราย ให้งดปรับขึ้นราคาหลังเริ่มโครงการคนละครึ่ง และให้จำหน่ายในราคาที่เหมาะสมต่อเนื่อง และล่าสุด มีร้านธงฟ้าเข้าร่วมโครงการคนละครึ่งพลัสแล้วกว่า 100,468 ร้านค้า จาก 150,000 ร้านค้า
นอกจากนี้ ยังได้มีแผนประสานร้านอาหารธงฟ้ากว่า 1,500 แห่งในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล ให้มีเมนูอาหารราคาประหยัดจำหน่ายแก่ประชาชน โดยกรมฯ จะจัดหาวัตถุดิบสำคัญ เช่น ข้าวสาร น้ำมันพืช เนื้อสัตว์ ไข่ไก่ และผักสด ไปสนับสนุนเพื่อช่วยลดต้นทุนผู้ประกอบการและให้สามารถจำหน่ายอาหารคุณภาพดีในราคาพิเศษ
ด้านนายสันติ อภิชิตวงศ์ เจ้าของร้านบี ยูนิฟอร์ม เปิดเผยว่า ช่วงนี้จอดจำหน่ายชุดดำเพิ่มขึ้น 100% มีลูกค้ามาเลือกซื้อสินค้าจำนวนมาก ทำให้ปกติรายได้ต่อวันอยู่ที่ 10,000 บาท เพิ่มเป็น 20,000 บาท โดยช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา ขายเสื้อได้ประมาณ 1,000 กว่าตัว
สำหรับราคาขาย ยืนยันว่า ไม่ได้ปรับขึ้นราคาสินค้าชุดดำ โดยเสื้อยืดขายดีที่สุด ราคาเริ่มต้นตัวละ 100 -200 บาท เสื้อเชิ้ตเริ่มต้นตัวละ 250-270 บาท เสื้อลูกไม้เริ่มต้นตัวละ 390 บาท และเสื้อสูท 1,300-1,700 บาท
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB