สคบ. คุมเข้ม "ฟู้ดเดลิเวอรี" สั่งปิดระบบไม่ให้ขึ้นราคา ช่วงเปิดให้ใช้สิทธิคนละครึ่งพลัส
สคบ. จับมือ 3 แพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรี คุมเข้มราคาอาหาร สั่งปิดระบบไม่ให้ขึ้นราคา-เพิ่มเมนู ช่วงเปิดให้ใช้สิทธิคนละครึ่งพลัส
สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค หรือ สคบ. นำ ผู้ให้บริการ E-commerce จำนวน 5 ราย ได้แก่ บริษัท ช้อปปี้ (ประเทศไทย) จำกัด , บริษัท ลาซาด้า จำกัด , บริษัท ติ๊กต๊อก ช็อป (ประเทศไทย) จำกัด , บริษัท แกร็บแท็กซี่ (ประเทศไทย) จำกัด และบริษัท ไลน์แมน (ประเทศไทย) จำกัด เข้าหารือกับ นายสันติ ปิยะทัต รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เกี่ยวกับมาตรการคุ้มครองผู้บริโภค ภายใต้โครงการ “คนละครึ่งพลัส” และเฝ้าระวังการจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าและสินค้าผิดกฎหมาย
โดย ภายหลังการประชุมเสร็จสิ้น นายสันติ ได้เปิดเผยว่า การหารือร่วมกันดังกล่าว เพื่อให้ภาคเอกชนช่วยกันสนับสนุนรัฐบาลในโครงการ คนละครึ่งพลัส เพื่อให้โครงการนี้สัมฤทธิ์ผลตามที่รัฐบาลได้วางเป้าหมายเอาไว้ ซึ่งหลังจากที่รัฐบาลเปิดให้ประชาชนเริ่มใช้สิทธิเมื่อวานนี้ พบว่า ได้รับการตอบรับจากประชาชนอย่างมาก และผลตอบรับดี ซึ่ง 3 ใน 5 บริษัทแพลตฟอร์มที่เป็นฟู้ดเดลิเวอรีด้วย (ช้อปปี้ , แกร๊บ และไลน์แมน) ก็จะมีส่วนช่วยในการควบคุมเฝ้าระวัง เรื่องของราคาอาหารและบริการ เพื่อไม่ให้ผู้ประกอบการฉวยโอกาสขึ้นราคา โดยทั้ง 3 แพลตฟอร์มได้ให้ความร่วมมือ ในการจัดทำระบบล็อกราคาอาหารเดิม ที่ร้านค้าเคยกำหนดไว้ ด้วยการบังคับไม่ให้ร้านค้าเปลี่ยนแปลงราคาอาหาร และเพิ่มเติมเมนูใหม่ ในช่วงที่เปิดให้ประชาชนใช้สิทธิ คนละครึ่งพลัส
ขณะเดียวกัน สคบ. ยังได้หารือกับ 3 แพลตฟอร์มดังกล่าว เพื่อขอให้ลดค่าธรรมเนียมบริการร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการคนละครึ่งพลัส และจัดโปรโมชันส่วนลดให้กับผู้บริโภค ซึ่งจะทำให้ผู้บริโภคได้ส่วนลด 2 ต่อ คือได้ส่วนลดจากโครงการคนละครึ่งพลัส และส่วนลดเพิ่มเติมจากแพลตฟอร์มออนไลน์ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่มีประชาชนร้องเรียนเข้ามายัง สคบ. ถึงการขึ้นราคาสินค้าและอาหารที่สูงกว่าปกติ หลังเปิดให้ใช้สิทธิคนละครึ่งพลัส แต่ สคบ.ได้เปิดช่องทางร้องทุกข์เพิ่มเติมจากสายด่วน 1166 เพิ่มขึ้นอีก 10 สาย เพื่อผู้บริโภคที่ได้รับความไม่เป็นธรรม จากร้านค้าหรือผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการคนละครึ่งพลัส แจ้งเรื่องร้องเรียนโดยเฉพาะ
เพื่อเป็นการเร่งรัดดำเนินการนำเรื่องร้องเรียนจาก โครงการดังกล่าวให้เข้าสู่กระบวนการไกล่เกลี่ยทันที ไม่ต้องรอตามกระบวนการปกติ โดยจะใช้เวลาดำเนินการทันที ส่วนระยะเวลาในการไกล่เกลี่ย หรือเอาผิดขึ้นอยู่กับความยากง่ายของเคสที่ร้องเรียนเข้ามา
นอกจากนี้ นายสันติ ระบุว่า วันนี้ได้มีการประชุมหารือในเรื่องของการควบคุม และจำกัดการจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าผ่านแพลตฟอร์มต่างๆ ด้วย ซึ่งทั้ง 5 บริษัท ก็ให้ความร่วมมืออย่างดีมาโดยตลอด เนื่องจากบุหรี่ไฟฟ้ากระทบต่อสุขภาพของเยาวชน และประชาชน ทั่วประเทศ
"ขณะนี้ผมทราบแล้ว และเป็นที่น่ายินดีว่าได้มีการสร้างระบบ ai ขึ้นมาทุกบริษัท เพื่อจัดการจับ เฝ้าระวังไม่ให้มีการจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าหรือสินค้าที่ผิดกฎหมายผ่านทั้ง 5 แพลตฟอร์ม"
ซึ่งขณะนี้รัฐบาลได้ให้ความสำคัญกับการดำเนินการในเรื่องนี้ พร้อมกับย้ำว่า รัฐบาลจะทำงานในเชิงป้องกันและปราบปรามในทุกแพลตฟอร์ม โดยภาครัฐหลายหน่วยงาน เช่น สคบ. และเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้มีการเดินหน้าทั้งป้องกันและปราบปรามอย่างจริงจังตามที่ปรากฏเป็นข่าวให้เห็นอยู่ตลอด
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB