อนุมัติ “Upskill–Reskill” ร้านค้าคนละครึ่งพลัส รับเงิน Top Up สูงสุดรายละ 2,000 บาท
“เอกนิติ” เผย ครม. อนุมัติ “Upskill–Reskill” ร้านค้าคนละครึ่งพลัส รับเงิน Top Up สูงสุดรายละ 2,000 บาท จำกัด 4 แสนสิทธิ์ ยัน! “คนละครึ่งพลัส เฟส 2 มาแน่ คาดชัดเจน ธ.ค.นี้
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า มีการจัดกิจกรรมประชาสัมพันธ์โครงการพัฒนาความรู้ทักษะ (Upskill) หรือ เรียนรู้ทักษะใหม่ (Reskill) สำหรับร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการคนละครึ่งพลัส ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการคนละครึ่งพลัส คือ การเพิ่มทักษะให้กับร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการคนละครึ่งพลัส
โดยจะเพิ่มทักษะให้พ่อค้าแม่ค้าที่เข้าร่วมโครงการ 3 ด้าน ได้แก่
1. ทักษะด้านการขาย ขายยังไงให้ปัง และขายผ่านแพลตฟอร์มต่างๆ เพื่อทำให้ลูกค้าเพิ่มขึ้น
2. ทักษะด้านการเงิน สอนให้ดูทักษะด้านต้นทุนการเงินและการตั้งราคาการขายเพื่อให้ได้กำไรมากขึ้น
3. ทักษะการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการขาย เพื่อช่วยลดต้นทุน
ผลตอบรับร้านค้าเข้าร่วมโครงการคนละครึ่งพลัสดีมาก ล่าสุดมีกว่า 950,000 ร้านค้า ซึ่งอยากให้ผู้ขายพัฒนาทักษะทั้ง 3 ด้านที่กล่าวมา เพื่อให้ขายของให้ปัง ทำยังไงให้ต้นทุนถูกลง และกำไรได้เยอะขึ้น
ขณะเดียวกัน ยังมีเครื่องมือดิจิทัลให้พ่อค้าแม่ค้าใช้ฟรี 6 เดือน ทั้งระบบบัญชีและข้อมูลต่างๆ ซึ่งพ่อค้าแม่ค้าสามารถขอกู้เงินได้ผ่านธนาคารออมสิน โดยต้องไปเรียนรู้การทำบัญชี และสามารถขอกู้เงินผ่านธนาคารออมสินได้ รายละไม่เกิน 50,000 บาท เพื่อจะได้ไม่ไปกู้นอกระบบ
นอกจากนี้ ธนาคารจับมือกับ 4 แพลตฟอร์ม ไม่ว่าจะเป็น Grab food , LINE MAN , Shopee และ Robinhood เพื่อช่วยให้พ่อค้าแม่ค้ากู้เงิน ถือเป็นการส่งเสริมให้เข้าสู่ระบบสินเชื่อได้
ล่าสุด คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้อนุมัติโครงการฯ และให้เงินส่วนหนึ่งเป็นแรงจูงใจให้พ่อค้าแม่ค้าในการเรียนรู้การเพิ่มทักษะคนละไม่เกิน 2,000 บาท สามารถเพิ่ม Top Up ในยอดขายที่รัฐบาลจ่ายให้ ตัวอย่างเช่น มีคนมาซื้อของ 200 บาท รัฐบาลจ่ายให้ 100 และลูกค้าจ่ายให้ 100 บาท รัฐบาลก็จะเพิ่มให้อีก 20% ของ 100 บาท ระยะเวลาตั้งแต่วันที่ 19 พฤศจิกายน -19 ธันวาคม 2568 ย้ำว่า ผู้ที่จะได้รับสิทธิ์จะต้องไปเรียนเพิ่มทักษะทั้ง 3 ด้าน
สำหรับร้านค้าที่จะได้รับสิทธิ์มี 2 ส่วน คือ
ร้านค้าที่อยู่ในระบบคนละครึ่งพลัส เริ่มพรุ่งนี้ (19 พ.ย.68) สามารถไปเริ่มอบรมทักษะได้ทันที ผ่านทั้ง 4 แพลตฟอร์ม
ร้านค้าใหม่ จำเป็นต้องลงทะเบียนก่อนที่เว็บไซต์คนละครึ่ง.com แล้วจะมีการตรวจสอบความมีอยู่จริงของร้านค้าโดยกระทรวงมหาดไทย จากนั้น หากผ่านแล้วธนาคารกรุงไทยจะติดตั้งแอปพลิเคชันถุงเงินให้กับร้านค้าต่อไป ย้ำว่า มีเพียง 400,000 สิทธิ์เท่านั้น ที่จะได้รับเงิน 2,000 บาท
“คนละครึ่งพลัส เฟส 2 มาแน่ คาดชัดเจน ธ.ค.นี้
ในส่วนของความชัดเจน “คนละครึ่ง พลัส“ เฟส 2 นั้น นายเอกนิติ ย้ำว่า นายกรัฐมนตรี มีนโยบายชัดเจนว่าจะทำอย่างแน่นอน อยู่ระหว่างการหารือเกี่ยวกับกรอบวงเงินที่จะใช้ว่าจะเป็นเท่าไหร่ เบื้องต้นจะเป็นการนำ “งบกลาง” มาใช้ในเฟส 2 นี้ อยู่ในขั้นตอนการออกแบบให้ครอบคลุมทั้งฝั่งผู้ซื้อและผู้ขาย คาดว่า ความชัดเจนต่างๆ จะแล้วเสร็จภายในเดือนธันวาคมนี้ แล้วจะเริ่มใช้จ่ายได้ภายในเดือนมกราคม 2569 รวมถึงจะมีการดำเนินการควบคู่กับ “บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ” ที่เตรียมเปิดรอบใหม่ไปพร้อมๆกัน
นอกจากนี้ นายเอกนิติ ยังกล่าวถึงสํานักงานสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือ สศช. เปิดเผย GDP ไตรมาส 3 ปี 68 ขยายตัว 1.2% ชะลอลงจากไตรมาส 2 ที่ 2.8% และคาดว่า ไตรมาสที่ 4 จะเติบโตเพียง 0.6% ว่า ไม่ได้เหนือความคาดหมาย แต่ผลของนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจที่ออกมา ทั้งโครงการคนละครึ่ง พลัส, โครงการเที่ยวดีมีคืน การเติมเงินผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และการเร่งเบิกจ่ายงบประมาณ จึงเชื่อว่า จะเกิดการกระจายตัวทางเศรษฐกิจทั่วประเทศ โดยเฉพาะพ่อค้าแม่ค้ารายย่อยที่มีรายได้เพิ่มขึ้น 15-20% ดังนั้น จึงเชื่อว่าเศรษฐกิจไทยไตรมาส 4 ปี 68 จะเติบโตมากกว่า 0.6%
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB