“ภาษีทรัมป์” กับความขัดแย้งชายแดนไทย–กัมพูชา คำขู่ที่ไม่ได้ผล?
"กำแพงภาษีทรัมป์” กับความขัดแย้งชายแดนไทย–กัมพูชา นำสู่การแก้ปัญหาความขัดแย้งได้จริงหรือ?
บททดสอบยุทธศาสตร์ “ภาษีทรัมป์” กับความขัดแย้งชายแดนไทย–กัมพูชากลับมาปะทุอีกครั้ง ซึ่ง โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ มีความพยายามเข้ามาเป็นคนกลางอีกครั้ง ซึ่งเปิดเผยที่รัฐเพนซิลเวเนีย ว่า “ผมต้องโทรหา ผู้นำทั้งสองประเทศ”
หากย้อนกลับไปช่วงเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา การปะทะกันระหว่างไทยและกัมพูชา ปธน.ทรัมป์ ได้ต่อสายมาหาผู้นำทั้งสองประเทศใช้กำแพงภาษีนำเข้า หรือ “มาตรการภาษีนำเข้า” (Reciprocal Tariff) เป็นเงื่อนไขในการเจรจา
จากนั้น วันที่ 1 สิงหาคม ปธน.ทรัมป์ประกาศเรียกเก็บภาษีนำเข้าจากไทยในอัตรา เท่ากับกัมพูชาคือ 19% และต่อมาในการประชุมสุดยอดอาเซียนและประเทศคู่เจรจา ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ในเดือนตุลาคม ผู้นำไทยและกัมพูชา ได้ลงนามในแถลงการณ์ร่วม 4 ฝ่ายที่มี ปธน.ทรัมป์ และนายอันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซียในฐานะประธานอาเซียนเป็นสักขีพยาน
แต่... ครั้งนี้การเคลื่อนไหวของ ปธน.ทรัมป์ ที่จะติดต่อหาผู้นำทั้ง 2 ประเทศ คือ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีไทย และ ฮุน มาเน็ต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา อาจแตกต่างออกไปเพราะรอบนี้รัฐบาลไทยส่งสัญญาณชัดเจนว่า จะไม่ยอมให้สหรัฐใช้มาตรการภาษีเป็นเครื่องมือบีบให้ยุติความขัดแย้งกับกัมพูชา
ด้านท่าทีของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า ถ้าโดนัลด์ ทรัมป์ ปธน.สหรัฐ โทรศัพท์มาหาประเทศไทย ในฐานะที่ตนเป็นหัวหน้ารัฐบาล ตนก็จะอธิบายและชี้แจงให้ท่านทราบถึงเหตุการณ์และพัฒนาการของสถานการณ์ ซึ่งก็คงต้องได้รับฟังอย่างละเอียดจากตน ถ้าจะติดต่อเข้ามา เชื่อว่า นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ คงมีการชี้แจงข้อมูลในระดับทางการทูตอยู่แล้ว
เราต้องยืนยันว่าเราต้องรักษาอธิปไตย รักษาประชาชน และบูรณภาพแห่งดินแดนของเรา รวมถึงรักษาศักดิ์ศรีของคนไทย
ขณะที่ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ ย้ำว่า การแก้ปัญหาชายแดนควรแยกออกจากประเด็นการค้า และไทยกับสหรัฐเพิ่งตกลงกรอบการค้าร่วมกันเมื่อเดือนตุลาคม โดยยังคงอัตราภาษีที่ 19% ต่อสินค้านำเข้าจากไทย พร้อมเปิดทางลดภาษีสินค้าบางรายการในอนาคต
เงื่อนไขกำแพงภาษี คือ เครื่องมือที่หยาบเกินไป
ด้านศาสตราจารย์ Chong Ja Ian จากมหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ วิเคราะห์ ว่า ยุทธศาสตร์ภาษีของทรัมป์เป็น “เครื่องมือที่หยาบเกินไป” และยากเกินกว่าที่จะนำมาเป็นข้อเจรจาเพื่อสู่การแก้ปัญหาความขัดแย้งที่เรื้อรังมานาน
ความพยายามใช้ภาษีกดดันเพื่อหยุดสงคราม
อย่างไรก็ตาม ปธน.ทรัมป์ พยายามใช้แนวทางเดียวกันกับกรณีอินเดีย-ปากีสถาน ในเดือนพฤษภาคม ซึ่งทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างกรุงวอชิงตัน กับนิวเดลี ตึงเครียดมากขึ้น โดยรัฐบาลอินเดียยืนยันว่า “ภาษีทรัมป์ก็ไม่ได้มีส่วนยุติการสู้รบ”
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB