เปิดแนวทาง! กำกับแพลตฟอร์มดิจิทัล ภายใต้กฎหมาย DPS
ETDA เปิดแนวทาง กำกับแพลตฟอร์มดิจิทัล ภายใต้กฎหมาย DPS ล่าสุด มีแพลตฟอร์มแจ้งข้อมูลแล้วกว่า 2,000 แห่ง
นายชัยชนะ มิตรพันธ์ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) เปิดเผยแนวทางการกำกับดูแลแพลตฟอร์มดิจิทัลภายใต้กฎหมาย DPS (พระราชกฤษฎีกาการประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลที่ต้องแจ้งให้ทราบ พ.ศ. 2565) โดยยึดหลักสำคัญ คือ การทำให้แพลตฟอร์มมีความโปร่งใสและเป็นธรรม ควบคู่กับการคุ้มครองผู้ใช้บริการ และการส่งเสริมการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัลบนแพลตฟอร์ม
ซึ่งล่าสุด มีการแจ้งข้อมูลการประกอบธุรกิจผ่านระบบของ ETDA แล้วจำนวน 2,056 แพลตฟอร์ม (ข้อมูล ณ วันที่ 13 มกราคม 2569) โดย ETDA มุ่งกำกับดูแลแพลตฟอร์มดิจิทัลใน 3 มิติหลักๆ ได้แก่ 1.สินค้าหรือบริการที่ต้องปฏิบัติตามกฎหมายเมื่อให้บริการผ่านแพลตฟอร์ม 2.ค่าธรรมเนียมและการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรมบนแพลตฟอร์ม 3.การป้องกันการฉ้อโกงออนไลน์
โดยสินค้าหรือบริการที่ต้องปฏิบัติตามกฎหมายเมื่อให้บริการผ่านแพลตฟอร์ม อาทิ Online Marketplace (แพลตฟอร์มดิจิทัลประเภทตลาดสินค้า) / และ Ride Sharing (บริการแพลตฟอร์มดิจิทัลประเภทรถยนต์/รถจักรยานยนต์รับจ้างโดยสารสาธารณะ) โดยเปิดระบบ Driver Verify ให้ไรเดอร์ ลงทะเบียนขอใบรับรองฯ เพื่อใช้เป็นหลักฐานในการขึ้นทะเบียนกับ ขบ. ล่าสุด ลงเบียนแล้ว 27,952 ราย(ณ วันที่ 13 ม.ค.69) /
ขณะที่ ค่าธรรมเนียมและการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรมบนแพลตฟอร์ม เช่น e-Commerce ETDA ได้เตรียมศึกษาถึงความเหมาะสมในการคิด ‘ค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม e-Commerce’ เพื่อให้เกิดความโปร่งในและความเป็นธรรมในการคิดค่าธรรม ครอบคลุมตั้งแต่ การชี้แจงให้โปร่งใส เป็นค่าอะไรบ้าง จ่ายแล้วผลลัพธ์ที่ผู้ขายบนแพลตฟอร์มจะได้ขั้นต่ำคืออะไร พร้อมประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ส่วน Online Fraud หรือ การฉ้อโกงทางออนไลน์ มี (ร่าง) ประกาศ คธอ. เรื่อง มาตรการเพื่อป้องกันอาชญากรรมทางเทคโนโลยี สำหรับผู้ให้บริการสื่อสังคมออนไลน์ (ภายใต้ พ.ร.ก.บัญชีม้า) กำหนดให้ผู้ให้บริการสื่อสังคมออนไลน์ต้องมีมาตรการเชิงป้องกัน เพื่อช่วยลดปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ (โดยเฉพาะการหลอกลวง/ฉ้อโกง) เช่น การพิสูจน์ตัวตน ผู้ใช้ ผู้ลงโฆษณา ยืนยันช่องทางติดต่อ ตามระดับความเสี่ยง (risk-based) ตรวจสอบและกลั่นกรองเนื้อหาหรือโฆษณา การระงับหรือปิดกั้นเนื้อหาที่เข้าข่ายความผิดโดยเร็ว เมื่อได้รับแจ้งจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งได้มีการรับฟังความคิดเห็นแล้ว อยู่ระหว่างการนำเสนอความเห็นและร่างฯ ต่อ คธอ.
นายชัยชนะ ระบุว่า แนวทางการกำกับดูแลแพลตฟอร์มในปัจจุบันให้ความสำคัญกับเงื่อนไขในการให้บริการ โดยเฉพาะแพลตฟอร์มประเภทอีคอมเมิร์ซและเสิร์ชเอนจิน (Search Engine) รวมถึงกลไกการรับเรื่องร้องเรียน การชดใช้เยียวยา และการแก้ไขปัญหา ซึ่งแพลตฟอร์มที่จดแจ้งจะต้องแจ้งข้อมูลปัญหาการร้องเรียน 5 อันดับแรก เพื่อให้ ETDA สามารถประเมินระดับความเสี่ยง และหากพบว่าปัญหามีขอบเขตกว้าง ก็จะมีการกำหนดมาตรการเสริมเข้าไปดูแลเพิ่มเติม
ทั้งนี้ บทบาทของ ETDA ทำหน้าที่เสมือนตัวกลางในการประสานความร่วมมือ โดยมีกลไกสำคัญคือคณะกรรมการร่วมระหว่างหน่วยงานของรัฐและภาคเอกชน ซึ่งจัดตั้งขึ้นตามพระราชกฤษฎีกากำกับแพลตฟอร์มดิจิทัล เพื่อเปิดช่องทางให้ทั้งสองภาคส่วนสามารถสื่อสาร แลกเปลี่ยนปัญหา ความกังวลจากการใช้บริการแพลตฟอร์ม และร่วมกันพิจารณาว่าประเด็นใดควรอยู่ภายใต้การดูแลของหน่วยงานใด รวมถึงกำหนดกลไกการกำกับดูแลที่เหมาะสม
สำหรับทิศทางการทำงานในปี 2569 ETDA จะดำเนินการควบคู่กัน 2 แนวทาง ได้แก่ แพลตฟอร์มที่มีการกำหนดเกณฑ์หน้าที่ไว้แล้ว จะมีการเฝ้าระวังและติดตามการปฏิบัติตามเกณฑ์อย่างใกล้ชิด หากพบการไม่ปฏิบัติหรือมีอุปสรรค จะเข้าไปสนับสนุนเพื่อให้เกิดการปฏิบัติตามเกณฑ์อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมุ่งเป้าหมายให้ผู้ใช้บริการไม่เกิดปัญหา หรือหากเกิดปัญหาจะได้รับการแก้ไขอย่างรวดเร็ว ขณะที่แพลตฟอร์มที่ยังไม่มีการออกเกณฑ์บังคับ จะส่งเสริมให้ภาคอุตสาหกรรมหรือแพลตฟอร์มในแต่ละกลุ่มมีกลไกกำกับดูแลกันเอง หากสามารถดูแลกันได้อย่างเหมาะสม ภาครัฐก็ไม่จำเป็นต้องเข้าไปกำหนดหน้าที่เพิ่มเติม
ขณะเดียวกัน ภารกิจเร่งด่วนด้านดิจิทัลในปี 2569 คือการเร่งติดตามการบังคับใช้เกณฑ์ที่ออกมาแล้ว โดยเฉพาะเรื่องสินค้าที่ต้องได้มาตรฐาน มอก. และ อย. ซึ่งเริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ต้นเดือนมกราคมที่ผ่านมา โดย ETDA จะทำงานร่วมกับสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) และสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) อย่างใกล้ชิด และหากพบว่ายังไม่เป็นไปตามเกณฑ์ จะต้องเข้าไปดูแลแก้ไขทันที ถือเป็น First Priority เพื่อให้การบังคับใช้กฎหมายเกิดผลอย่างแท้จริง
นอกจากนี้ ยังฝากถึงเจ้าของแพลตฟอร์มและนักการตลาดออนไลน์ ว่า ขอบคุณแพลตฟอร์มที่เข้ามาจดแจ้งและให้ข้อมูลกับ ETDA ซึ่งช่วยให้สามารถกำหนดมาตรการที่สอดคล้องกับระดับความเสี่ยงได้ พร้อมย้ำว่าแพลตฟอร์มที่ยังไม่มีการกำหนดหน้าที่เพิ่มเติม ต้องแจ้งข้อมูลเข้ามาทุกปี เพื่อให้มีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันในการประเมินความเสี่ยง ส่วนแพลตฟอร์มที่มีเกณฑ์กำหนดแล้ว ขอความร่วมมือในการปฏิบัติตามเกณฑ์ และช่วยกันสะท้อนปัญหา อุปสรรค หรือข้อเสนอแนะ เพื่อให้สามารถปรับปรุงเกณฑ์ให้ใช้งานได้จริงและเกิดประโยชน์สูงสุด
สำหรับภาพรวมในอนาคต ETDA มองว่าแพลตฟอร์มดิจิทัลของประเทศไทยควรมีเสรีภาพในการให้บริการ ไม่สร้างอุปสรรคเกินความจำเป็น และควรเติบโตไปพร้อมกันระหว่างผู้ให้บริการไทยและผู้ให้บริการต่างประเทศ ภายใต้ระบบนิเวศ (Ecosystem) ที่ไม่ใช่รูปแบบ Winner take all แต่เป็นระบบนิเวศที่ทุกฝ่ายสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างสมดุล ส่งเสริมให้เศรษฐกิจดิจิทัลบนแพลตฟอร์มเติบโตควบคู่กับความปลอดภัยและความเชื่อมั่นของผู้ใช้บริการ
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB