ดาวอส วันแรก "เอกนิติ" นำทีมไทยแลนด์ พบธนาคารโลก–ผู้บริหารเทคฯ ยักษ์ใหญ่ของโลก
ดาวอส วันแรก "เอกนิติ" นำทีมไทยแลนด์ พบธนาคารโลก–ผู้บริหารเทคฯ ยักษ์ใหญ่ของโลก ต่อยอด ความร่วมมือดิจิทัล–คลาวด์–AI การค้าผ่านแพลตฟอร์ม
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นำคณะผู้บริหารเอกชนไทย พบประธานธนาคารโลก (World Bank) และเอ็มดี WEF แลกเปลี่ยนมุมมองเศรษฐกิจโลก ความร่วมมือพัฒนาเศรษฐกิจไทย การเตรียมความพร้อมไทยเป็นเจ้าภาพ การประชุม IMF-World Bank ในช่วงเดือนตุลาคม 2569 พร้อมหารือบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยี AWS, Microsoft, TikTok และ HCL ต่อยอดความร่วมมือด้านดิจิทัล–คลาวด์–AI และการพัฒนาทักษะบุคลากรไทย การค้าผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล
โดยนายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) กล่าวว่า เมื่อวันที่ 19 มกราคม 2569 ณ เมืองดาวอส สมาพันธรัฐสวิส รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้เริ่มภารกิจวันแรกในการเข้าร่วมการประชุม World Economic Forum Annual Meeting 2026 โดยนำคณะทีมไทยแลนด์และผู้บริหารภาคเอกชนไทย เข้าพบหารือกับธนาคารโลกและผู้บริหารบริษัทเทคฯ ชั้นนำระดับโลก เพื่อชูบทบาทประเทศไทยในเวทีโลก ขยายความร่วมมือด้านเศรษฐกิจและการลงทุน ตอกย้ำความพร้อมของประเทศไทยในการเป็นฐานการลงทุนสำคัญของภูมิภาค และรองรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต
โดยพบหารือกับ Mr. Ajay Banga ประธานธนาคารโลก (World Bank) ได้แลกเปลี่ยนมุมมองต่อสถานการณ์เศรษฐกิจโลกและแนวทางความร่วมมือเพื่อสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจไทย การสร้างสังคมคาร์บอนต่ำ และการสร้างงานที่มีคุณค่าในประเทศ รวมถึงการเตรียมความพร้อมของประเทศไทยในการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมประจำปีของไอเอ็มเอฟและธนาคารโลกในเดือนตุลาคม 2569 นอกจากนี้ ยังได้พบหารือกับ Mr. Mirek Dusek กรรมการผู้จัดการ World Economic Forum (WEF) และ Mr. John Dutton หัวหน้าโครงการ Uplink ของ WEF เพื่อแลกเปลี่ยนแนวทางการเชื่อมโยงเครือข่ายนวัตกรรมโดยเฉพาะกลุ่มสตาร์ตอัป และการสนับสนุนผู้ประกอบการรุ่นใหม่เข้าสู่โอกาสการลงทุนในระดับโลก รวมถึงแนวทางความร่วมมือด้านความยั่งยืนและ ESG ซึ่งเป็นประเด็นที่ภาคเอกชนทั่วโลกให้ความสำคัญมากขึ้น
นอกจากนี้ รองนายกรัฐมนตรีฯ ได้พบหารือกับผู้บริหารบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำระดับโลก เพื่อเร่งรัดการลงทุนและเร่งสร้างความร่วมมือด้านการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลและเทคโนโลยี AI รวมทั้งการยกระดับทักษะด้านดิจิทัลให้กับผู้ประกอบการและบุคลากรไทย ได้แก่
Amazon Web Services (AWS) ผู้ให้บริการคลาวด์ระดับโลกที่ได้ประกาศแผนลงทุนระยะยาวในไทยกว่า 1.5 แสนล้านบาท ตลอดระยะเวลา 15 ปี และได้รับการส่งเสริมการลงทุนกิจการดาต้าเซ็นเตอร์ มีเม็ดเงินลงทุนในเฟสแรกกว่า 24,800 ล้านบาท ปัจจุบันมีดาต้าเซ็นเตอร์ 3 แห่งในไทยเปิดให้บริการแล้ว ทั้งนี้ ได้หารือถึงการเข้าร่วมโครงการ Cloud First ของรัฐบาลไทย และฝ่ายไทยได้ขอให้บริษัทเพิ่มความร่วมมือกับสถาบันการศึกษาไทย เพื่อผลิตวิศวกรเฉพาะทางด้านดาต้าเซ็นเตอร์ (Data Center Engineering) มากขึ้น
Microsoft ผู้นำเทคโนโลยีด้านคลาวด์และ AI ที่ประกาศแผนลงทุนกิจการดาต้าเซ็นเตอร์และบริการคลาวด์ในไทยตั้งแต่ปี 2567 โดยปัจจุบันได้เริ่มมีการลงทุนร่วมกับบริษัทไทยหลายบริษัท อีกทั้งมีความร่วมมือกับหน่วยงานรัฐหลายแห่ง รวมถึงกระทรวงดิจิทัลฯ ในการพัฒนาทักษะด้านดิจิทัลและ AI ให้กับบุคลากรและนักศึกษาไทย ตลอดจนสนับสนุนการนำคลาวด์ไปใช้ในระบบงานภาครัฐเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ
TikTok แพลตฟอร์มดิจิทัลระดับโลกที่มีแผนการลงทุนระยะยาวในไทย รวมกว่า 2.7 แสนล้านบาท โดยมีการลงทุนเฟสแรกแล้วกว่า 30,000 ล้านบาท นอกจากนี้ ยังได้ทำงานร่วมกับหน่วยงานภาครัฐหลายแห่ง ทั้งด้านการให้ความรู้เรื่องภัยออนไลน์ และการยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการ SMEs ไทย ในการใช้แพลตฟอร์มเพื่อพัฒนาธุรกิจและเพิ่มยอดขายออนไลน์ โดยได้หารือโอกาสการต่อยอดไปสู่การเป็นฐานกิจกรรมอื่น เช่น Regional Content Hub ของภูมิภาค
HCL Technologies เป็นบริษัทให้บริการด้านไอทีและซอฟต์แวร์สัญชาติอินเดียที่มีการเติบโตสูงที่สุดในโลก มีความเชี่ยวชาญด้านการช่วยองค์กรทำ Digital Transformation โดยได้หารือถึงแนวโน้มเทคโนโลยีและทิศทางการลงทุนด้านดิจิทัล ตลอดจนโอกาสการเพิ่มความร่วมมือในการยกระดับระบบนิเวศดิจิทัลของไทย โดยเฉพาะการใช้เทคโนโลยีคลาวด์และ AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในภาครัฐ ภาคการเกษตร และอุตสาหกรรมการผลิต รวมทั้งการพัฒนาทักษะบุคลากรไทยให้สอดคล้องกับความต้องการของอุตสาหกรรมยุคใหม่
อย่างไรก็ตาม การมาร่วมงาน WEF ที่ดาวอสครั้งนี้ ถือเป็นการเชื่อมต่อเครือข่ายและสร้างแนวทางการทำงานเชิงรุกร่วมกับผู้กำหนดทิศทางเศรษฐกิจโลก เพื่อยกระดับให้เป็นโครงการความร่วมมือที่เป็นรูปธรรม รวมทั้งโครงการลงทุนที่เกิดขึ้นได้จริง ซึ่งเป็นการตอกย้ำว่าประเทศไทยเหมาะสมเป็นฐานธุรกิจที่มั่นคงในระยะยาว และสามารถเป็นจุดเชื่อมที่มีประสิทธิภาพกับตลาดในเอเชียที่มีศักยภาพสูง
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB