เลือกตั้ง 2569 : เพื่อไทยเปิดนโยบาย “เศรษฐีเงินล้านวันละ 9 คน” ดึงคนเข้าระบบภาษี
"จุลพันธ์" ลั่น "นโยบายแจกเงินล้าน" เป็นจิ๊กซอว์สุดท้ายเปลี่ยนประเทศ ชี้ เน้นหาเงินเข้ารัฐ ไม่ใช่กระตุ้นเศรษฐกิจ-ให้เปล่า หวัง จูงใจคนเข้าระบบภาษีสร้างฐานข้อมูล
นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทยและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี แถลงข่าวชี้แจงนโยบายสร้างเศรษฐีเงินล้าน วันละ 9 คน คนละ 1 ล้านบาท ว่า นโยบายนี้เป็นนโยบายสำคัญของพรรคเพื่อไทย และเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสุดท้ายสำหรับการทำให้วิสัยทัศน์ที่จะเปลี่ยนประเทศไทยให้กลายเป็นประเทศที่มีรายได้สูง ผ่านนวัตกรรมเทคโนโลยีเป็นไปได้จริง
โครงการนี้เป็นการจูงใจให้คนเข้าระบบ สร้างฐานข้อมูล เพื่อกลับมาสร้างเศรษฐกิจมูลค่าสูง พรรคเพื่อไทยเชื่อมั่นในการสร้างแรงจูงใจในทางบวก
มากกว่าใช้การบังคับโดยการลงโทษเพื่อดึงประชาชนเข้าสู่ระบบ นโยบายนี้จึงไม่ใช่การแจกเงินแบบให้เปล่า แต่เป็นการใช้ความหวังกับการเป็นเศรษฐีเงินล้านเป็นแรงจูงใจ ให้ประชาชนเข้าสู่ฐานระบบข้อมูลรัฐด้วยความสมัครใจ โดยมีเป้าหมายสูงสุดคือการสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูลที่แข็งแรง เพื่อนำข้อมูลเหล่านั้นกลับมาพัฒนาเศรษฐกิจ เป็นเศรษฐกิจมูลค่าสูง และจัดการเรื่องสวัสดิการให้แม่นยำ
นายจุลพันธ์ ยังอธิบายว่า นโยบายนี้คือการเปิดโอกาสให้คนไทยมีสิทธิ์ลุ้นเป็นเศรษฐีเงินล้านได้ทุกวัน วันละ 9 รางวัล รางวัลละ 1 ล้านบาท นโยบายนี้ออกแบบมาเพื่อหาเงินให้รัฐ สร้างระบบสวัสดิการที่ยั่งยืน ทำฐานข้อมูลที่เรียกว่า Big Data โดยใช้การลุ้นรางวัลเป็นเครื่องมือจูงใจให้ประชาชนเข้าสู่ระบบภาษี และระบบฐานข้อมูลของรัฐ วิธีการคือสุ่มรายชื่อจาก 2 กลุ่มหลัก คือ
1. สุ่มรางวัลจากเลขใบเสร็จหรือ E-Receipt จำนวน 5 รางวัล เพียงแค่ประชาชนขอใบเสร็จจากร้านค้า โดยไม่จำกัดมูลค่าขั้นต่ำก็มีสิทธิ์ลุ้นรางวัลได้
2. สุ่มจากข้อมูลเลขบัตรประชาชน จำนวน 4 รางวัล แบ่งออกเป็น 4 กลุ่ม คือ กลุ่มเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียน, กลุ่มอาสาสมัคร, กลุ่มผู้สูงอายุเกิน 60 ปีขึ้นไป และกลุ่มประชาชนผู้ยื่นแบบภาษีทุกคน
จุดประสงค์หลักของนโยบายคือจูงใจให้คนเข้าระบบภาษี เนื่องจากเศรษฐกิจนอกระบบของประเทศไทยมีมูลค่ามากกว่า 9 ล้านล้านบาท การที่รัฐไม่สามารถเก็บภาษีในส่วนนี้ได้ ทำให้เสียโอกาสในการพัฒนาประเทศ ซึ่งนโยบายนี้มีโมเดลความสำเร็จในต่างประเทศมาแล้ว ทั้งบราซิลและไต้หวัน สามารถเพิ่มรายได้จากภาษีถึง 20% หากนโยบายนี้ช่วยให้การจัดเก็บได้ รัฐจะมีรายได้จัดเก็บในส่วนของภาษีมูลค่าเพิ่มไม่ต่ำกว่า 2 แสนล้านบาท ขณะที่ต้นทุนของนโยบายรวมแล้วอยู่ที่ 3 พันกว่าล้านบาทเท่านั้น มองว่าเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า
ส่วนการสร้างฐานข้อมูลหรือ Big Data หัวใจสำคัญคือการนำคนเข้าระบบเพื่อสร้างฐานข้อมูล แนะนำข้อมูลไปต่อยอดนโยบายอื่นให้มีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ข้อมูลรายได้ในสายอาชีพต่าง ๆ จะช่วยให้รัฐส่งเสริมโครงการคนไทยไร้จน ทำให้รัฐเติมเงินให้ผู้มีรายได้ต่ำกว่าเส้นความยากจนที่ 3,000 บาทต่อเดือนได้อย่างแม่นยำ รวมถึงการจัดสรรงบประมาณได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ยังเป็นการแก้ไขปัญหาคอร์รัปชัน การสร้างรัฐบาลดิจิทัลเพื่อแก้คอร์รัปชันจำเป็นต้องมีข้อมูล
“ไม่ใช่การแจกเงิน แต่เป็นการหาเงินให้กับรัฐด้วยซ้ำ เป็นการดึงเศรษฐกิจนอกระบบกลับมาเพื่อสร้างรายได้และสวัสดิการที่ยั่งยืนให้ประเทศ และเป็นจิ๊กซอว์ตัวสุดท้ายที่จะทำให้การเปลี่ยนแปลงประเทศไทยเป็นประเทศรายได้สูงผ่านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเป็นไปได้จริง” นายจุลพันธ์กล่าว
นายจุลพันธ์ ยังกล่าวว่า อย่าให้ความกลัวเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาประเทศ ไทยเราตกขบวนไปหลายเรื่องแล้ว ทั้งเรื่องรถไฟความเร็วสูง การจัดการน้ำทั้งระบบ ครั้งนี้เราทำการลงทุนสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูล (Data Infrastructure) ซึ่งเป็นการลงทุนที่น้อยมาก อย่าให้เราต้องตกขบวนอีกครั้ง
เมื่อถามว่านโยบายแจกเงินล้านอาจจะคล้ายคลึงกับนโยบายหวยใบเสร็จของพรรคประชาชน หลายคนมองว่าเป็นการลอกนโยบายหรือไม่ นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช ประธานคณะกรรมการด้านเศรษฐกิจของพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ถ้าดูและเปรียบเทียบกันดี ๆ คนละเรื่องกัน เพราะเรากำลังลงทุนที่จะสร้างระบบข้อมูลที่ดีที่สุด และวิธีคิดของพรรคเพื่อไทยคือการเข้าใจภาพรวมทั้งหมดเชื่อมโยงกัน หากดูง่าย ๆ ข้อมูลเหล่านี้มีความหมายทางเทคโนโลยี เพราะการสร้างสิ่งเหล่านี้ทุกอย่างเชื่อมโยงกัน มองว่าทุกพรรคมองแต่เรื่องการใช้เงิน แต่พรรคเราพูดแต่วิธีการหาเงินและเป็นวิทยาศาสตร์ชัดเจน
นอกจากนี้สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นระบบทั้งหมดที่เชื่อมโยงกัน ซึ่งคนอาจจะมองข้ามไปว่า “คนไทยไร้จน” เป็นศักดิ์ศรีที่สำคัญที่ทำให้เห็นว่าเราสามารถแก้ปัญหาสวัสดิการได้ทุกกลุ่มทุกเป้า และจะเป็นเครื่องมือสำคัญที่จะพิสูจน์ได้ว่าคนไทยจะมีค่าใช้จ่ายเท่าไหร่ จนจริงหรือไม่ โดยมองว่าเป็นคนละเรื่องกับเรื่องที่บางพรรคพูดถึงเรื่องของการแก้ปัญหาเพิ่มรายได้ให้ SME ซึ่งเรื่องกระบวนการก็ไม่ยุ่งยาก เข้าใจง่าย เลยมองว่าไม่ได้เป็นการหาเงิน แต่เป็นการเชื่อมโยงระบบ ซึ่งเป็นสิ่งที่พรรคเพื่อไทยคิดครบทั้งกระบวนการ
เมื่อถามว่าทำไมต้องจ่ายแยกเฉพาะกลุ่ม ทำไมไม่เป็นระบบถ้วนหน้าและเป็นสุ่มเอา นพ.พรหมินทร์ กล่าวว่า ระบบถ้วนหน้าคือคนที่มีสิทธิ์ซื้อของระบบถ้วนหน้าทุกคน วันละ 5 สิทธิ์ หากใส่ใบเสร็จหนึ่งใบก็จะมีโอกาสถูกจับได้ถึงห้าครั้ง ซึ่งส่วนนี้เป็นส่วนสำคัญที่จะจูงใจให้คนเข้าระบบ และแก้ปัญหาเงินที่ไม่อยู่ในระบบภาษี ในปัจจุบัน GDP ที่บันทึกไว้ประมาณ 18-19 ล้านล้าน โดยมองว่า 9 ล้านล้านคือครึ่งหนึ่ง หากเอาครึ่งหนึ่งขึ้นมาบนโต๊ะและอยู่ในระบบได้ก็จะเป็นประโยชน์มหาศาล ซึ่งเราใช้วิธีคิดที่ใช้วัฒนธรรมของคนไทยที่รู้สึกอยากมีความหวังมาใช้ประกอบกัน
ส่วนนโยบายนี้จะเป็นการสร้างหนี้ให้กับประชาชนใช่หรือไม่ เพราะเป็นการไปซื้อสินค้าเพื่อมีสิทธิ์ชิงรางวัลจากใบเสร็จ นายจุลพันธ์ กล่าวว่า นโยบายนี้ไม่ใช่การกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งตัวเลขที่เราบอกคือการทำให้เศรษฐกิจข้างล่างขึ้นมาอยู่ข้างบน เพื่อที่รัฐจะสามารถเก็บรายได้จาก VAT เพิ่มขึ้นได้ และในส่วนของการบริโภค นโยบายนี้ไม่ได้เป็นการกระตุ้นให้เกิดการบริโภคที่เพิ่มขึ้น เพราะคนก็ยังจับจ่ายใช้สอยตามปกติ เนื่องจากการกระตุ้นการบริโภคจะเป็นนโยบายที่กระตุ้นเพิ่มเติมไปภายหลัง
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB