ดร.เอ้ ย้ำ การศึกษาคือยาแก้จน ชู นโยบายเรียนฟรี เร่งผลิตคน หนุน GDP โต 5%
ดร.เอ้ ย้ำ การศึกษาคือยาแก้จน ชู นโยบายแข็ง สนับสนุนเรียนฟรี เร่งผลิต บุคลากรด้านเทคโนยี แข่งขันประเทศเพื่อนบ้าน ยัน งบประมาณเพียงพอ เหตุคนไทยเกิดน้อย เชื่อหากทำได้ เศรษฐกิจไทยอาจโต 5%
นายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ หัวหน้าพรรคไทยก้าวใหม่ และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์พิเศษในรายการ Wealth Wake Up โดยระบุว่า ถึงเวลาที่ประเทศไทยต้องเร่งปรับโครงสร้างทางเศรษฐกิจอย่างจริงจัง เนื่องจากอัตราการเติบโตของเศรษฐกิจไทยในระดับ 1–2% กำลังกลายเป็นเรื่องปกติ ขณะที่ประเทศเพื่อนบ้านอย่างเวียดนามมีอัตราการเติบโตสูงถึง 8% และประกาศเป้าหมายจะเติบโตถึง 10% ซึ่งไทยไม่สามารถปล่อยให้สถานการณ์เช่นนี้ดำเนินต่อไปได้
โดยระบุว่า ปัญหาหลักของประเทศคือขีดความสามารถในการแข่งขันที่ถดถอย ทั้งในภาคการท่องเที่ยวและการส่งออก ซึ่งไทยยังคงพึ่งพารูปแบบเดิมๆอยู่ไม่มีสินค้าใหม่หรืออุตสาหกรรมใหม่มาขับเคลื่อนเศรษฐกิจ
จากการลงพื้นที่หาเสียงในหลายภูมิภาค นายสุชัชวีร์ระบุว่า บรรยากาศเศรษฐกิจในหลายพื้นที่เงียบสนิท สะท้อนว่าไม่สามารถฝากอนาคตการเติบโตของประเทศไว้กับการท่องเที่ยวเพียงอย่างเดียวได้ เช่นเดียวกับภาคการส่งออกที่ยังคงเป็นสินค้าเกษตรดั้งเดิม ในขณะที่โลกกำลังก้าวไปสู่เศรษฐกิจยุคใหม่ ทั้งด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) อวกาศ และพลังงานแห่งอนาคต ซึ่งประเทศไทยยังไม่สามารถก้าวตามได้ เนื่องจากปัจจัยชี้ขาดสำคัญคือ ทรัพยากรมนุษย์
นายสุชัชวีร์ ย้ำด้วยว่า ประเทศไทยกำลังประสบปัญหารุนแรงด้านการพัฒนาคนและระบบการศึกษา โดยเฉพาะการผลิตบุคลากรที่ไม่สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงาน ยกตัวอย่างอุตสาหกรรมต้องการวิศวกร AI อย่างน้อย 10,000 คน แต่ประเทศไทยผลิตได้เพียงปีละประมาณ 300 คน ขณะที่เวียดนามประกาศแผนผลิตวิศวกร AI ถึง 100,000 คน โดยตนเองในฐานะหนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้งหลักสูตรวิศวกรรม AI ให้กับมหาวิทยาลัย CMKI จึงเห็นชัดว่านี่คือ “จุดตาย” ของขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทย
สำหรับนโยบายการพลิกโฉมการศึกษา นายสุชัชวีร์ ระบุว่า พรรคไทยก้าวใหม่มุ่งผลักดัน เรียนฟรีจริงไม่มีค่าใช้จ่ายแฝง ตั้งแต่ระดับพื้นฐานไปจนถึงอุดมศึกษา เพื่อไม่ให้ผู้ปกครองและเยาวชนต้องแบกรับภาระหนี้ โดยเฉพาะหนี้ กยศ. พร้อมใช้ระบบการศึกษาชี้นำประเทศ ด้วยการกำหนดสาขายุทธศาสตร์ที่สอดรับกับเศรษฐกิจยุคใหม่ เช่น หากประเทศต้องการวิศวกร AI ก็พร้อมสนับสนุนให้เรียนฟรีจนถึงระดับปริญญาเอก เพื่อผลิตบุคลากรคุณภาพเข้าสู่อุตสาหกรรมเป้าหมาย
นายสุชัชวีร์ ยังชี้ว่า ประเทศไทยขาดแคลนนักวิทยาศาสตร์และวิศวกรในสาขาสำคัญ เช่น วัสดุสะอาด ซึ่งเป็นรากฐานของอุตสาหกรรมพลังงานขั้นสูง รวมถึงวิทยาศาสตร์บริสุทธิ์และวิทยาศาสตร์ประยุกต์ โดยพรรคไทยก้าวใหม่มีนโยบายสนับสนุนผู้เรียนสายวิทยาศาสตร์ให้สามารถเรียนต่อได้ฟรีจนถึงระดับปริญญาเอก เพื่อสร้างกำลังคนรองรับอุตสาหกรรมใหม่ และจูงใจนักลงทุนต่างชาติที่ปัจจุบันไม่เลือกลงทุนในไทย เนื่องจากขาดบุคลากรที่มีทักษะตรงความต้องการ
ในประเด็นมหาวิทยาลัยและจำนวนผู้เรียน นายสุชัชวีร์ ระบุว่า หลายคณะ โดยเฉพาะสายวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมศาสตร์ กำลังเผชิญภาวะนักศึกษาลดลงอย่างหนัก ทั้งที่ความจริงควรมีจำนวนมากขึ้นอย่างน้อย 2–3 เท่า ขณะที่ศักยภาพของมหาวิทยาลัยไทยยังสามารถรองรับนักศึกษาได้ถึงปีละ 1 ล้านคน แต่จำนวนเด็กเกิดใหม่ที่ลดลงต่อเนื่อง กำลังผลักดันระบบอุดมศึกษาเข้าสู่วิกฤต
ส่วนข้อกังวลว่าเรียนจบแล้วจะมีอุตสาหกรรมรองรับหรือไม่ ชี้ว่า ปัจจุบันคนเก่งจำนวนมากไหลออกไปทำงานกับบริษัทเทคโนโลยีระดับโลก เนื่องจากประเทศไทยผลิตบุคลากรได้น้อยเกินไป หากมีวิศวกร AI เพียง 300 คนต่อปี ย่อมไม่สามารถรักษากำลังคนไว้ในประเทศได้ และสุดท้ายไทยจะต้องพึ่งพาวิศวกรจากต่างชาติแทน ทั้งที่ความต้องการแรงงานด้านนี้อาจเพิ่มขึ้นเป็นหลัก 50,000 คนต่อปีในอนาคต
นอกจากนี้ ยังกล่าวถึงปัญหาพลังงานว่าเป็นอีกเงื่อนไขสำคัญในการดึงดูดการลงทุน โดยเฉพาะอุตสาหกรรมดาต้าเซ็นเตอร์และ AI ที่ต้องการพลังงานสะอาดและเสถียรตลอด 24 ชั่วโมง ประเทศไทยไม่สามารถพึ่งพาพลังงานฟอสซิลเพียงอย่างเดียวได้ หากต้องการรองรับการลงทุนระดับแสนล้านถึงล้านล้านบาท
สำหรับอุตสาหกรรมที่ประเทศไทยมีศักยภาพแข่งขันในเวทีโลก นายสุชัชวีร์ ระบุว่า เทคโนโลยีทางการแพทย์คือคำตอบสำคัญ เนื่องจากไทยมีบุคลากรทางการแพทย์ที่มีคุณภาพระดับโลก และยังขาดแคลนแพทย์และพยาบาล โดยตั้งเป้าเพิ่มบุคลากรปีละ 10% ควบคู่กับการพัฒนาอุตสาหกรรมเทคโนโลยีการแพทย์และยา ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมที่ขายได้น้อยแต่มีมูลค่าสูง รวมถึงการต่อยอดภาคการเกษตรสู่การแปรรูปขั้นสูง
ส่วนในด้านงบประมาณ เพื่อนำมาสนับสนุนการเรียนฟรีนั้นจะเพียงพอหรือไม่ นายสุชัชวีร์ ยืนยันว่าการเรียนฟรีสามารถทำได้ทันทีโดยไม่จำเป็นต้องเพิ่มงบ เนื่องจากจำนวนเด็กไทยลดลงอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันมีนักศึกษาในระดับมหาวิทยาลัยประมาณ 1 ล้านคน ค่าเล่าเรียนเฉลี่ยราว 35,000 บาทต่อคนต่อปี ใช้งบประมาณราว 35,000 ล้านบาท ซึ่งน้อยกว่างบก่อสร้างถนนของกรมทางหลวงที่สูงถึง 130,000 ล้านบาท โดยหากเพิ่มงบอีกเพียง 3–4 พันล้านบาทต่อปี ก็เพียงพอจะพลิกโฉมประเทศ และผลักดันอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจให้เกิน 5 %ได้
โดนนายสุชัชวีร์ ย้ำว่า “การศึกษา คือ ยาแก้จนที่แท้จริง” ซึ่งทั้งหมดนี้คือจุดแข็งสำคัญของพรรคไทยก้าวใหม่ในการพาประเทศไทยแข่งขันและเติบโตในเศรษฐกิจยุคใหม่
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB